Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
LH Bank
•
ติดตาม
5 มี.ค. 2022 เวลา 03:55 • หุ้น & เศรษฐกิจ
✅Morning Update 05.03.2022
🇺🇸🇪🇺ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลดลง แม้ว่าจะมีรายงานตัวเลขการจ้างงานที่ดีขึ้นก็ตาม แต่ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงทวีความรุนแรงขึ้น โดยดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวลดลงรุนแรงสูงสุดในกลุ่มดัชนีหุ้นสหรัฐฯ -1.41% รวมถึงตลาดหุ้นยุโรปร่วงแรงต่อจากวันก่อนหน้ากว่า -3.5%
ยุโรปเร่งกดดัน WTO ยกเลิกสนธิสัญญาพิเศษทางการค้าแก่รัสเซีย / ด้านตลาดแรงงานสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้ดีกว่าคาด / ราคาน้ำมันและทองคำพุ่งต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนวันศุกร์ที่ 04.03.2022 ดัชนี Dow Jones -179.86 จุด -0.53% S&P 500 -34.62 จุด -0.79% และ Nasdaq 100 -197.38 จุด -1.41% โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านสหราชอาณาจักรมีการประกาศตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจ คือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการก่อสร้างของสหราชอาณาจักร (PMI) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือ UK Construction PMI ซึ่งสำรวจโดย Markit ขยายตัวที่ 59.1 มากกว่าที่คาดไว้ที่ 54.3 และสูงขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ 56.3
แสดงให้เห็นถึงการเติบโตในด้านกิจกรรมภาคการก่อสร้างที่เติบโตขึ้น นำโดยการก่อสร้างภาคที่อยู่อาศัย, พาณิชยกรรม และ งานด้านวิศวกรรมโยธา ตามลำดับ
2. ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาด้านสหภาพยุโรปได้เริ่มมีมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าระหว่างบริษัทในยุโรปกับรัสเซีย รวมถึงการห้ามการทำธุรกรรมกับธนาคารกลางรัสเซียและการกีดกันบางส่วนจากระบบ SWIFT (สมาคมเพื่อการโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก) ซึ่งเป็นระบบส่งข้อความทางการเงินระดับโลก ทั้งหมดนี้เป็นการตอบโต้ด้านเศรษฐกิจและการเงินของบริษัทรัสเซียในยุโรป
ขั้นต่อไปด้านสหภาพยุโรปเตรียมดำเนินการกดดัน WTO (World Trade Organization) หรือองค์กรการค้าโลก ให้ยกเลิกข้อตกลง “Most Favoured Nation Treaty” หรือสนธิสัญญาทางการค้าพิเศษที่ทาง WTO เคยให้ไว้กับรัสเซียตามข้อยกเว้นด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ด้านตลาดหุ้นยุโรปร่วงต่อเนื่องรุนแรงเป็นวันที่ 2 โดยเป็นการปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงเปิดตลาด โดย Stoxx 600 ปิด -3.56%
3. คืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรหรือ Nonfarm Payrolls ประจำเดือนกุมภาพันธ์ที่สำรวจโดยสำนักงานแรงงาน หรือ Bureau of Labor Statistics ที่ 678,000 ตำแหน่ง พบว่ามากกว่าคาดไว้เกือบ 50% ที่ 400,000 ตำแหน่ง และขยายตัวได้ดีกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 481,000 ตำแหน่ง
โดยเป็นการจ้างงานในภาคเอกชนถึง 654,000 ตำแหน่ง ซึ่งอยู่ในภาคการผลิตที่ 105,000 ตำแหน่ง และภาคอุตสาหกรรมบริการถึง 549,000 ตำแหน่ง
เนื่องจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นสูงครั้งนี้อยู่ในกลุ่มภาคบริการ ส่งผลให้มีการปรับขึ้นค่าแรงรายชั่วโมงมีประมาณ +0.6% จากเดือนก่อนหน้า
ซึ่งตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางอัตราว่างงานหรือ Unemployment Rate ที่ปรับตัวลดอยู่ในระดับต่ำกว่า 4% อีกครั้งที่ 3.8% น้อยกว่าคาดที่ 3.9%
4. เมื่อวานที่ผ่านมารัสเซียได้มีการบุกโจมตียูเครนในหลายแห่ง รวมถึงสถานที่ผลิตสาธารณูปโภคพื้นฐานสำคัญในยูเครน อย่างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่
ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ทวีคูนขึ้นมาถึงขั้นนี้ส่งผลกระทบต่ออุปทานของสินค้าโภคภัณฑ์หลักที่ผลิตในยูเครนต่อยุโรป (ยูเครนเป็นประเทศที่มีพื้นที่การเกษตรสูงสุดในยุโรป) เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด น้ำมัน และก๊าซ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเร่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อยุโรป
เหตุการณ์บุกโจมตีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เมื่อค่ำวานนี้ได้เป็นตัวเร่งให้นักลงทุนหันเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นพันธบัตรที่ปลอดภัยและทองคำ
5. หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเชิงรับในสหรัฐฯ สามารถปิดบวกสวนตลาด โดยหุ้นกลุ่มพลังงานบวกแรงถึง +2.85% กลุ่มผู้ให้บริการสาธารณะ +2.19% และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ +0.82%
หุ้นกลุ่มพลังงานได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับมีรายงานจากทางทำเนียบขาวว่ากำลังพิจารณากัดกันการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียไปยังสหรัฐฯ เร่งความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานทั่วโลกที่ตึงตัวขึ้น
Exon +3.76% Chevron +1.56% ConocoPhillips +2.94% APA +3.13% และ Occidental Petroleum ที่พุ่งแรงกว่า +17.59%
ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Occidental Petroleum ได้มีรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 สูงกว่าคาด รวมถึงแผนงานการปรับลดโครงสร้างหนี้และเพิ่มประสิทธิภาพกำลังการผลิต โดยบริษัทแจ้งว่าจะเข้าซื้อหนี้คืน 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการเปิดทางเข้าสู่การลดมูลค่าหนี้และฟื้นฟูโครงสร้างหนี้ให้กลับเข้าสู่ระดับการลงทุน (investment grade) ในที่สุด
ณ เวลานี้ หุ้นกลุ่มผู้ให้บริการสาธารณะและอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐฯ (โดยเฉพาะกลุ่ม REITs) ยังคงได้รับผลกระทบเชิงลบน้อยกว่าหุ้นกลุ่มอื่น
NextEra Energy +1.80% Duke Energy +2.55% Dominion Energy +2.45% American Electric Power +2.50%
REITs (Real estate investment trusts)
American Tower +1.29% Prologis +0.84% Crown Castle +1.85% Equinix +0.45% Public Storage +1.18% SBA Communications +1.49%
6. หุ้นที่ Underperform กดดันตลาด 3 อันดับสูงสุดได้แก่ หุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน -1.96% กลุ่มเทคโนโลยี -1.78% และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย -1.51%
จากปัจจัยที่นักลงทุนเคลื่อนย้ายเงินทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาล ส่งผลกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น หรือ Bond Yield 2 ปี ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.49% ซึ่งส่งผลกระทบกับราคาหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน
โดยหุ้นธนาคารในภูมิภาคร่วงลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงเปิดตลาด
Signature Bank -7.10% SVB Financial Group -7.04% Zions Bancorporation -3.84% Regions Financial -3.50% Comerica -3.37%
หุ้นชั้นนำของกลุ่มสถาบันการเงินได้รับผลกระทบเช่นกัน
Bank of America -3.62% Well Fargo -4.78% Citi Group -1.79%
Berkshire Hathaway -0.77% JP Morgan -2.81% Morgan Stanley -1.62% Goldman Sachs -1.12% Black Rock -4.95% Charles Schwab -1.83% Invesco -5.53%
หุ้นเทคโนโลยียังคงมีความผันผวนสูงจากทั้งการขึ้นดอกเบี้ย ผลตอบแทนอัตราพันธบัตรรัฐบาล และความกังวลเกี่ยวกับตลาดโลก
หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย
Nike -1.86% Starbucks -1.64% McDonald -0.35% Target +0.12% Home Depot -0.03% TJX -4.82% Lowe’s -0.98%
7. หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่มีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง
Apple -1.84% Microsoft -2.05% Alphabet -1.49% Amazon -1.53% Meta -1.43% Netflix -1.72% Salesforce -0.85% Visa -3.35% Mastercard -3.00%
หุ้น Innovation ยังคงมีแรงเทขายต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า
Tesla -0.12% Roku -4.97% Teladoc Health -3.46% Block (Square) -6.74% Zoom -3.69% Spotify -3.39% Twilio -5.15% Coinbase -6.90% Robinhood -3.69% Affirm -8.39% Unity Software -6.23% Shopify -6.23% Palantir -3.35%
หุ้น Semiconductor ปรับตัวผสมผสาน
แม้ว่าบริษัท Micron Technology จะได้รับการปรับเพิ่มสถานะทางการเงินเป็น investment grade ระดับ BBB จากทาง Fitch rating แล้วก็ตาม ราคาหุ้นยังคงร่วงลงแรงต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า
ด้าน Broadcom รายงานผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2022 ดีเกินคาด ส่งผลให้หุ้นขึ้นกว่า 3%
Nvidia -3.28% AMD -3.19% Intel +0.29% Micron -8.15% Qualcomm -1.87% Broadcom +3.01%
8. ETF ด้าน Technology & Innovation ปรับตัวลดลงต่อเนื่องตลอดท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ARK Innovation (ARKK) -4.79% ARK Fintech (ARKF) -6.21% PowerShares WilderHill Clean Energy (PBW) -3.39% iShares PHLX Semiconductor (SOXX) -2.65% SPDR S&P Kensho Smart Mobility (HAIL) -4.44% VanEck Vectors Video Gaming and eSports (ESPO) -2.62% Global X Cybersecurity (BUG) -2.23% และ KraneShares CSI China Internet (KWEB) -4.98%
9. หุ้นจีนและเอเชียที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงแรงตามกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและ Innovation ของสหรัฐฯ
Alibaba -1.42% Baidu -5.11% Coupang -17.16% iQIYI -11.04% JD -6.25% NetEase -1.20% Pinduoduo -8.74% SEA -11.45% TAL Education -9.20% TSMC -3.43% Nio -6.29% Xpeng -5.53%
10. ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา VIX Index เริ่มมีท่าทีผันผวนรุนแรงขึ้น
ค่ำวานที่ผ่านมา S&P500 VIX Index ขึ้นไปแตะระดับเกือบ 35 จุด ก่อนปรับตัวลดลงปิดบวกที่ 31.98 จุด (+4.92%)
Nasdaq 100 VIX ขยับตัวตาม S&P500 VIX โดยปิดระดับที่ 34.89 จุด (+4.65%)
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นติดต่อกันตลอด 5 วันทำการในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบปีที่ 98.92 จุด โดยล่าสุดอยู่ที่ 98.51 จุด (+0.74%)
ราคาทองคำพุ่งแรงกว่า 30 เหรียญ ทะลุแนว 1,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยล่าสุดอยู่ที่ 1,970 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่อง โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 32.66 บาทต่อดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถทะลุได้ โดยล่าสุดอยู่ที่ 115.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ที่มาภาพ :
●
[
bloomberg.com
](
http://bloomberg.com/
)
#LHBankAdvisory
ตลาดหุ้น
หุ้น
lhbankadvisory
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
จับเทรนด์ลงทุน by LH Bank Advisory
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย