10 มี.ค. 2022 เวลา 09:08 • ความคิดเห็น
รู้เท่าทันใจตัวเอง พร้อมปรับ Mindset รับการเปลี่ยนแปลงเสมอ
หัวใจช่วยให้ work life integration ปัง!!!
ความท้าทายแบบ Women In Tech กับภารกิจสร้าง Digital Literacy ให้คนไทย (3/3)
เคล็ดลับสร้างความน่ารัก กำลังดี ที่ต้องไม่ลืม Up Skill set ตัวเราเสมอ จากพี่ๆผู้บริหารหญิง AIS ในตอนที่แล้ว น่าจะช่วยให้การทำงานและการใช้ชีวิตในแต่ละวันของพวกเราสนุกมากยิ่งขึ้น ไม่มากก็น้อย
ครั้งนี้จะพามาพบวิธีคิดจากหญิงแกร่ง AIS อีก 2 ท่าน ที่เชื่อว่าจะสามารถเติมเต็มให้เราผสมผสานทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเข้ากันได้อย่างกลมกลืน ด้วยความพร้อมจากข้างในแบบรู้เท่าทันใจตัวเองเสมอ
จากที่ได้เคยเล่าในตอนที่แล้วว่า องค์กร AIS เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีเพศสภาพเป็นข้อจำกัด และกลุ่มพนักงานผู้หญิงก็เป็นหนึ่งในพลังที่ผลักดันให้ AIS เติบโตจนถึงทุกวันนี้ ภายใต้เป้าหมายในการนำ Digital มายกระดับการใช้ชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งหนึ่งในแนวคิดหลักที่เป็นหัวใจสำคัญ คือ การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน
พี่อ๊อบ - นัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าฝ่ายงานนักลงทุนสัมพันธ์และกำกับดูแลการปฏิบัติงาน ที่อยู่กับครอบครัว AIS มาเป็นเวลากว่า 17 ปี ในการบริหารงานนักลงทุนสัมพันธ์ สู่สายงาน Business Sustainability โดยหน้าที่หลักของ พี่อ๊อบ คือ การสื่อสารให้นักลงทุนเข้าใจถึงทิศทางองค์กร เพื่อให้เห็นภาพที่มาของนโยบายและผลการดำเนินงานของบริษัท นำมาซึ่งความเชื่อมั่นต่อตลาดทุน นอกจากนี้ การที่เรากำลังอยู่ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องผลักดันแนวคิดธุรกิจยั่งยืน โดยคำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม และโลก พร้อมส่งเสริมการใช้ Digital Literacy ไปสร้างประโยชน์ให้แก่ Stakeholder ทุกกลุ่มด้วยเช่นกัน
พี่อ๊อบได้กล่าวเพิ่มอีกว่า “เราต้องส่งต่อแนวคิดการทำงานเพื่อความยั่งยืนนี้ไปยังทุกสายงานในองค์กร ที่แม้จะมีลักษณะงานที่แตกต่างกัน แต่ก็ให้การสนับสนุนอย่างดีมากๆ แสดงให้เห็นว่า องค์กรเราก้าวข้ามอคติในเรื่องเพศสภาพไปแล้ว พร้อมมีจุดแข็งเรื่องการยอมรับความแตกต่างหลากหลายมาเป็นวิถีการทำงาน ที่ทำให้เราในฐานะที่เป็น Owner ได้ไอเดียและการร่วมมืออย่างดีในทุกๆเรื่อง”
“สิ่งที่อยากฝากไว้ในยุคที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกระแสของข้อมูลข่าวสารในโลกไซเบอร์ คือ การมีสติในทุกด้าน รู้เท่าทันใจตัวเอง ว่าเรากำลังเคลื่อนตัวในบริบทไหน เพื่อทำให้เราสามารถสร้างสรรค์งาน หรือ แม้แต่การใช้ชีวิตอย่างเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนรอบข้าง” พี่อ๊อบ ย้ำ
มาถึงมุมมองจากผู้บริหารหญิงอีกท่าน ที่ดูแลงานด้าน Corporate Communication คือ พี่เอื้อง - สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ ที่มีประสบการณ์ในสายงาน PR & Communications มากว่า 25 ปี กับองค์กรชั้นนำ ทั้งไทยและต่างประเทศ
พี่เอื้องเล่าว่า “หน้าที่โดยตรงในฐานะของนักประชาสัมพันธ์คือ การบริหารจัดการภาพลักษณ์องค์กร ดูแลและสร้าง Reputation ที่มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยเจตนารมณ์หลักที่อยากให้คนไทยมีภูมิคุ้มกันจากการใช้งาน Digital ในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ที่จะช่วยเสริมทักษะให้ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือได้อย่างดี ช่วยสร้างโอกาสใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในท้ายที่สุด แบบที่เรียกกันว่า Digital Literacy”
สำหรับแนวคิดในการทำงาน ที่พี่เอื้องใช้มาโดยตลอด และอยากฝากถึงหนุ่มๆสาวๆวัยทำงาน ก็คือ “Attitude และ Mindset ที่เปิดกว้าง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย ทั้งการใช้ชีวิตและการทำงาน เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตทุกด้าน โดยก่อนอื่นต้องเชื่อว่า ศักยภาพของเราทุกคน สามารถเปลี่ยนแปลง แบบ Unlearn, Relearn ได้ตลอดเวลา ดังนั้นหากเรามีทัศนคติที่เปิดกว้าง ปัจจัยต่างๆที่เคยถูกมองว่าเป็นข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ ศาสนา หรือ อื่นๆ ก็จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของเราอย่างแน่นอน
“และเมื่อใจเราพร้อม ความสามารถในการบริหารจัดการระหว่างชีวิตส่วนตัว กับ การทำงานก็จะสามารถสร้างสมดุลย์ได้ แบบที่เรียกว่า Work Life Integration ซึ่งหากเราจัดการทำให้การใช้ชีวิตสามารถหลอมรวมไปกับงานได้ ก็จะทำให้เรามีความสุข และมีแรงบันดาลใจในการทำงานตลอดไป”

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา