17 มี.ค. 2022 เวลา 02:30 • ไลฟ์สไตล์
8 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน ทางออกง่าย ๆ ในช่วงพลังงานขึ้นราคา
ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนในเมืองไทยก็ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นฤดูร้อน และด้วยอาการศที่ร้อนนี้เอง ทำให้เราต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน อย่างเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ และพัดลม มากขึ้นตลอดทั้งวัน เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ ต้องทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่หลาย ๆ คน ต้องทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home ยิ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามไปด้วย แถมในปัจจุบัน พลังงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน แก๊สหุงต้ม หรือ ข้าวของเอง ก็มีการปรับราคาตามสภาวเศรษฐกิจและปัจจัยอื่นๆ รอบด้านไปด้วยเช่นกัน
1
วันนี้ KTAM ขอนำเสนอ 8 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน ทางออกง่าย ๆ ในการช่วยกันลดทอนค่าใช้จ่าย
1. ตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ แม้ว่าการเปิดแอร์จะช่วยให้คุณเย็นสบายไปถึงใจ แต่การให้แอร์ทำงานตลอดวัน-ตลอดคืน เวลาคุณไม่ได้ออกไปไหนอาจทำให้คุณเองน้ำตาตกในเวลาบิลค่าไฟมาส่งที่บ้านก็เป็นได้ รู้หรือไม่ว่าการปิดแอร์แม้จะเพียง 2-3 ชั่วโมงก็สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ แต่ทางที่ดี หากคุณต้องออกไปข้างนอก อาจจะตั้งเวลาให้แอร์เริ่มทำงานครึ่งชั่วโมงก่อนที่คุณจะกลับมาถึงบ้าน เพราะว่าหากคุณกลับมาถึงแบบร้อน ๆ แล้วเร่งแอร์เต็มอัตราศึก นอกจากจะไม่เย็นอย่างที่หวังแล้ว ยังเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานเป็นพิเศษอีกด้วย เพราะทุกองศาที่คุณลดลงนั้นจะเพิ่มค่าไฟถึง 7% เลยทีเดียว
2. ตรวจสภาพแอร์เป็นประจำทุกปี หากคุณมีแอร์เก่า (อายุ 10-20 ปี) มีความเป็นไปได้สูงมากที่แอร์รุ่นนี้จะกินไฟมากกว่าแอร์รุ่นใหม่ ๆ ถึง 40% เราขอแนะนำว่าคุณควรให้ความใส่ใจดูแลและล้างแอร์อย่างน้อยปีละครั้ง ซึ่งค่าบริการล้างนั้นก็หลากหลายกันไปตามขนาดของเครื่องปรับอากาศ (BTU) นอกจากการตรวจสภาพแอร์เป็นประจำทุกปีแล้ว ยังควรเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศ (BTU) ให้เหมาะกับขนาดของห้อง ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานและทำให้คุณไม่ต้องจ่ายค่าไฟแพงนั่นเอง
3. ถอดปลั๊กไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน วิธีประหยัดพลังงานในบ้านแบบง่าย ๆ ด้วยการถอดปลั๊ก แม้จะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก ๆ ที่เราคิดว่าไม่น่าจะกินไฟเยอะก็อย่าได้ชะล่าใจ ฝึกให้เป็นนิสัยว่าถอดปลั๊กทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้ เพราะการที่คุณเสียบทิ้งไว้ แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งาน แต่พลังงานยังคงสูญเสียไปอย่างต่อเนื่อง
4. เลือกใช้หลอดไฟให้ถูกประเภท หลอดไฟที่ให้แสงสว่างแรง ๆ จริง ๆ แล้วคุณจะรู้สึกได้ว่าสิ่งที่คุณได้รับคือ “ความร้อน” มากกว่า “แสงสว่าง” นั่นเป็นเหตุผลที่คุณควรเลือกใช้หลอดไฟแบบแอลอีดี (LED) ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบหลอดไส้ ประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดตะเกียบถึง 40% และอายุการใช้งานมากกว่าหลอดไฟแบบหลอดไส้ถึง 15 เท่าเชียวนะ
5. เปิดพัดลมให้ถูกที่ พัดลมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่ออากาศร้อน แม้ว่าจะประหยัดพลังงานมากกว่าการใช้แอร์ แต่บางครั้งการใช้พัดลมอาจจะเป็นเหมือนฝันร้ายมากกว่า เพราะคุณจะสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่พัดมากระทบกับผิวหนัง แต่ถ้าเราตั้งพัดลมในทำเลที่เหมาะสม เช่น วางใกล้ ๆ หน้าต่าง ในทิศทางที่พัดลมจะเป่าอากาศออกสู่ด้านนอก หรือตั้งพัดลมในบริเวณที่ร่ม ๆ ก็จะช่วยกระจายความเย็นมาถึงคุณได้
6. ปรับเวลาในการทำงานบ้านบางอย่าง การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านบางอย่าง เช่น เครื่องล้างจาน หรือเครื่องอบผ้า ในช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนจัดเช่น ตอนเย็น ๆ หรือค่ำ ๆ จะช่วยประหยัดพลังงานให้คุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะในขณะที่อุปกรณ์เหล่านี้กำลังทำงานนั้นจะมีการปล่อยไอความร้อนแบบชื้น ๆ ออกมา และยิ่งถ้าคุณเปิดแอร์ในตอนนั้นก็จะยิ่งทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อปรับสภาพอากาศที่ชื้นนั้น ถือเป็นการเปลืองแบบสองเด้งเลยทีเดียว
7. ซักผ้าด้วยน้ำเย็น แม้ว่าการซักผ้าด้วยน้ำร้อนจะมีประสิทธิภาพในการช่วยฆ่าเชื้อ เช่น แบคทีเรีย, ไวรัส หรือไรฝุ่น เหมาะสำหรับผ้าที่ต้องการทำความสะอาดมากเป็นพิเศษ แต่การใช้น้ำร้อนบางครั้งนอกจากจะทำให้ผ้าชำรุดเสียหาย หรือสีตกแล้ว ยังทำให้เครื่องซักผ้าของคุณกินไฟสูงถึง 90% ดังนั้น หากไม่จำเป็นจริง ๆ การใช้น้ำเย็นกับเครื่องซักผ้าก็ทำให้ประหยัดพลังงานได้
8. รู้จักวิธีประกาศหยัดแก๊สหุงต้ม ควรหาทำเลในการตั้งเตาแก๊สหุงต้ม ไม่ให้อยู่ในที่มีลมพัดแรง เพราะอาจทำให้เปลวไฟไม่สัมฟัสภาชนะและทำให้เกิดการสินเปลืองโดยใช่เหตุ และไม่ควรเปิดเตาแก๊สทิ้งไว้หากยังไม่ได้ปรุงอาหาร เพราะนอกจากการสิ้นเปลืองแล้วยังอาจเกิดเป็นอันตรายได้ง่ายอีกด้วย
เริ่มการประหยัดพลังงานและลดทอนค่าใช้จ่ายภายในบ้านได้ด้วยตัวเองตั้งแต่วันนี้ เวลาบิลค่าไฟมาอีกที คุณจะได้ยิ้มออกอย่างสุขใจแน่นอน
อ้างอิงบทความดีๆ จาก www.ddproperty.com
โฆษณา