23 มี.ค. 2022 เวลา 07:00 • ประวัติศาสตร์
• เนียนกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
'The Dreadnought hoax' เมื่อกองทัพเรืออังกฤษโดนแกล้งซะเปื่อย
ย้อนกลับไปในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1910 เจ้าหน้าที่กองทัพเรืออังกฤษได้รับโทรเลขแจ้งว่า ในวันนี้จะมีคณะผู้แทนราชวงศ์ของอบิสซิเนีย (หรือเอธิโอเปียในปัจจุบัน) เดินทางมาเยี่ยมชมเรือรบ HMS Dreadnought เรือรบที่ถือว่าทันสมัยที่สุด และเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่แห่งกองทัพเรืออังกฤษในตอนนั้น โดยขอให้กองทัพเรือจัดพิธีต้อนรับและดูแลคณะผู้แทนนี้อย่างสมเกียรติด้วย
เมื่อถึงเวลา คณะผู้แทนก็ได้เดินทางมาถึงที่เรือรบ HMS Dreadnought คณะผู้แทนประกอบไปด้วยคนทั้งหมด 6 คน โดย 4 คน เป็นชายผิวดำสวมเสื้อคลุมยาวแบบชุดพื้นเมือง ส่วนอีก 2 คน เป็นชาวตะวันตกผิวขาว คนหนึ่งเป็นล่าม และอีกคนเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศอังกฤษ
ซึ่งบรรยากาศในวันนั้นก็ผ่านพ้นไปด้วยดี กองทัพเรืออังกฤษจัดขบวนทหารเกียรติยศต้อนรับอย่างสมเกียรติ และคณะผู้แทนเยี่ยมก็ได้ชมเรือรบแบบวีไอพี ซึ่งก่อนที่จะเดินทางกลับ คณะผู้แทนก็ได้กล่าวขอบคุณกองทัพเรืออังกฤษ โดยเป็นภาษาแปลก ๆ ที่พูดว่า “บุงกา บุงกา” (Bunga Bunga)
1
ดูเหมือนจะไม่มีอะไรใช่ไหมครับ ปรากฏว่าในวันรุ่งขึ้น บนหน้าหนังสือพิมพ์อังกฤษก็ปรากฏภาพของคณะผู้แทนจากอบิสซิเนียที่ได้เยี่ยมชมเรือรบ HMS Dreadnought มาเมื่อวาน แต่มันกลับกลายเป็นเรื่องที่ 'โอละพ่อ' ซะงั้น
ฮอเรซ เดอ เวียร์ โคล (Horace De Vere Cole) เป็นอดีตทหารที่รับใช้กองทัพอังกฤษ โดยเขาเคยผ่านสมรภูมิอย่างสงครามบัวร์ในแอฟริกาใต้มาแล้ว แต่สงครามครั้งนี้เองที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บถึงขั้นต้องออกจากการเป็นทหาร
หลังเลิกเป็นทหาร โคลก็ได้ไปศึกษาที่วิทยาลัยทรินิตีภายในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Trinity College, Cambridge University) โดยอุปนิสัยส่วนตัวแล้ว โคลเป็นคนสนุกสนานและชอบแกล้งเพื่อน ๆ และคนรอบข้างเป็นประจำ
ในปี 1905 สุลต่านแห่งแซนซิบาร์ (ปัจจุบันคือแทนซาเนีย) ได้เดินทางมาที่อังกฤษ เมื่อโคลรู้ข่าวนี้เข้า โคลก็ได้วางแผนแกล้งคนที่เรียกได้ว่าแกล้งคนทั้งเมือง โดยโคลจะปลอมตัวเป็นสุลต่าน ก่อนที่จะส่งโทรเลขแจ้งกับทางการของเมืองเคมบริดจ์ เพื่อขอให้เมืองจัดขบวนต้อนรับเขา และพาสุลต่าน (ตัวปลอม) เยี่ยมชมเมืองแบบวีไอพี
แต่แผนแกล้งนี้เกือบจะไม่ได้เกิดขึ้นแล้ว เพราะภาพใบหน้าของสุลต่านตัวจริงนั้น มีคนเคยเห็นแล้วจากหน้าหนังสือพิมพ์ ดังนั้นโคลเลยเปลี่ยนแผนเล็กน้อย โดยปลอมตัวเป็นอาของสุลต่านแทน โดยเขาตั้งชื่อตัวละครของเขาว่า เจ้าชายมูซากา อาลี (Prince Musaka Ali)
ซึ่งแผนแกล้งนี้ ก็สำเร็จเป็นอย่างดี ทางการเมืองเคมบริดจ์จัดพิธีต้อนรับและจัดงานเลี้ยงให้กับเจ้าชายอาลีพร้อมคณะ (ซึ่งก็เป็นเพื่อน ๆ ของโคล) อย่างใหญ่โต ก่อนที่พาคณะเยี่ยมชมทั่วเมืองเคมบริดจ์
โคล (ยืนอยู่ตรงกลาง) ที่สวมรอยเป็นอาของสุลต่านแห่งแซนซิบาร์ พร้อมกับเพื่อนของเขา ก่อนที่ลงมือแกล้งทางการของเมืองเคมบริดจ์ในปี 1905
สุดท้ายหลังจากแกล้งเสร็จ โคลก็ไปสารภาพความจริงกับหนังสือพิมพ์ Daily Mail ทางการเมืองเคมบริดจ์เสียหน้าอย่างมากเมื่อรู้ว่าพวกเขาโดยแกล้ง เลยเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ไล่ออกโคลกับพวก แต่โชคยังดีที่มหาวิทยาลัยไม่ได้ไล่ออกโคลแต่อย่างใด
ผ่านไป 5 ปี โคลก็เริ่มแผนการแกล้งครั้งใหญ่อีกครั้ง (ยังไม่เข็ด) ซึ่งการแกล้งครั้งนี้ ก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเรือรบ HMS Dreadnought เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1910 นั่นเอง
แผนการแกล้งครั้งนี้ ประกอบไปด้วยโคลพร้อมกับเพื่อนอีก 5 คน ได้แก่ เอเดรียน สตีเฟน (Adrian Stephen) , แอนโธนี่ บักซ์ตัน (Anthony Buxton) , ดันแคน แกรนท์ (Duncan Grant) , กาย ริดลีย์ (Guy Ridley) รวมถึง เวอร์จิเนีย สตีเฟน (Virginia Stephen) ซึ่งเป็นพี่สาวของเอเดรียน
แอนโธนี่ ดันแคน กาย และเวอร์จิเนีย ทั้งสี่คนจะทาตัวสีดำ ติดหนวดเคราปลอม เพื่อปลอมตัวเป็นผู้แทนของอบิสซิเนีย (มีบันทึกว่า พวกเขาจะทานอาหารไม่ได้เลย เพราะกลัวว่าสีดำบนหน้าจะลอกออก) ส่วนเอเดรียนรับบทเป็นล่าม และโคลรับบทเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ
คณะผู้แทนจากอบิสซิเนีย (ปลอม) เรียงจากซ้ายไปขวา : เวอร์จิเนีย, ดันแคน, เอเดรียน, แอนโธนี่, กาย และโคล
ภาพการ์ตูนล้อเลียนเหตุการณ์ The Dreadnought Hoax
เมื่อทุกอย่างพร้อม โคลก็เป็นคนส่งโทรเลขไปหากองทัพเรืออังกฤษ สำหรับภาษาที่พวกเขาใช้สนทนากันระหว่างอยู่บนเรือนั้น ก็เป็นส่วนผสมระหว่างภาษาละติน ภาษาสวาฮิลี บวกกับภาษามั่ว ๆ ที่พวกเขาคิดขึ้นมาเอง
หลังจากที่พวกเขาแกล้งกองทัพเรือเสร็จ วันรุ่งขึ้นพวกเขาก็ได้ไปสารภาพเรื่องทุกอย่างกับหน้าหนังสือพิมพ์ (รวมถึงส่งภาพถ่ายของพวกเขา ที่ถ่ายไว้ก่อนที่จะลงมือแกล้ง) จนนำไปสู่การที่กองทัพเรือรู้ว่าพวกเขาโดนพวกของโคลต้มซะเปื่อย ทำให้กองทัพเรืออับอายเป็นอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันประชาชนอังกฤษกลับรู้สึกชอบและตลกกับข่าวนี้เช่นกัน และคำว่า บุงกา บุงกา ก็กลายเป็นคำล้อเลียนเชิงตลกของกองทัพเรืออังกฤษในช่วงเวลาหนึ่งเลยทีเดียว
*** Reference
#HistofunDeluxe
โฆษณา