26 มี.ค. 2022 เวลา 04:45 • การเมือง
The Infinite War: Russia vs Ukraine
1
.
Simon Sinek ผู้แต่งหนังสือ The Infinite Game ได้เล่าเรื่องของเกมไว้ดังนี้
.
เกมทั่วไปที่เรารู้จักกันดี เป็นเกมที่มีความสิ้นสุด (finite game) เช่น หมากรุก กีฬา ต่าง ๆ ผู้เล่นในเกมต่างก็รู้ดีว่า ใครบ้างที่เป็นคู่แข่งขัน กฎเกณฑ์ของเกมเป็นอย่างไร สถานะปัจจุบันของเกมเป็นอย่างไร และเกมจะจบลงอย่างไร
.
ในทางกลับกัน ชีวิตของเราส่วนใหญ่ก็อยู่ในเกมเช่นกัน แต่อยู่ในเกมอีกประเภทที่เรียกว่า เกมที่ไม่มีจุดสิ้นสุด (infinite game) ในชีวิตจริง โลกธุรกิจ การเมืองต่าง ๆ นั้น ผู้เล่นไม่ชัดเจน และเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ กฎเกณฑ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แถมยังสามารถแหกกฎเกณฑ์ได้อีกด้วย แถมไม่มีจุดแพ้ชนะที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน
1
.
เกมในลักษณะนี้ ไม่มีผู้แพ้ ไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน มีเพียงผู้เล่นที่ดำเนินบทบาทของตัวเองไปเรื่อย ๆ ผู้ที่ชนะอาจจะไม่ใช่ผู้ที่เก่งที่สุด ผู้ที่แข็งแรงที่สุด หรือผู้ที่มีทรัพยากรมากที่สุด แต่เป็นผู้ที่สามารถอยู่ในเกมได้นานที่สุด
1
.
พอเราเอาความคิดที่แบบ finite game มาใช้กับ infinite game มันจึงทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ที่ผิด หากผู้เล่นทุ่มทรัพยากรทั้งหมด เพื่อเอาชนะ อาจจะดูเหมือนกำลังจะชนะ อาจจะเป็นผู้แพ้ในภายหลังก็ได้
.
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คงหนีไม่พ้นสงครามเวียดนามเหนือ-ใต้ สงครามอัฟกานิสถาน สงครามเหล่านี้ ผู้เล่นหลัก คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีกำลังพลจำนวนมาก มีเงิน และทรัพยากรแทบจะไม่จำกัด กลับมีจุดจบที่ดูเหมือนผู้แพ้ ทั้ง ๆ ที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับอีกฝั่งได้มากมาย ในขณะที่ตัวเองมีความสูญเสียน้อยมาก ในที่สุดก็ต้องยอมถอยทัพ ทั้ง ๆ ที่ไม่สามารถพิชิตศึกได้ ประชาชนก็ไม่สนับสนุน แถมสร้างปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในประเทศอีกด้วย
.
แต่พอการสู้รบมันไม่มีจุดจบที่ชัดเจน ฝั่งรุกต้องลงทุนลงแรงกับทรัพยากรมหาศาล ผลประโยชน์ที่ได้จากการชนะก็ไม่ชัดเจน ในขณะที่ผลเสียของสงคราม เช่น ข่าวเกี่ยวกับความเสียหายและโหดร้ายของสงคราม และเกมที่ยืดเยื้อ ทำให้กำลังใจของผู้ที่เป็นผู้นำถดถอยลงเรื่อย ๆ ส่วนฝั่งผู้ตามพร้อมที่จะเป็นผู้เล่นแบบ infinite game มีกำลังใจพร้อมที่จะเล่นเกมยาว โดยที่จะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เพราะที่นั่นคือที่ที่เขาเกิด ที่ที่เขาจะอยู่ และเป็นที่ที่เขาจะยอมตาย เพื่อรักษาแผ่นดินให้กับคนรุ่นหลัง
.
เหตุการณ์สงครามในยูเครนก็เหมือนกัน รัสเซียคิดว่าจะสามารถยึดครองยูเครนได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่จากไม่กี่วัน ตอนนี้เหตุการณ์ลากยาวมาเป็นเดือน รัสเซียยังไม่สามารถยึดครองเมืองต่าง ๆ ของยูเครนได้มากสักเท่าไร
.
และแทนที่ประเทศอื่นที่กลัวว่าจะเกิดปัญหาลุกลามจนเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 เลยไม่กล้าที่จะทำอะไร อย่างที่รัสเซียคิด กลายเป็นว่าความกลัวที่จะใช้มาตรการทางทหาร ทำให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่เลือกใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วอย่างที่แทบไม่ค่อยได้เห็นกัน รวมถึงการตัดสถาบันการเงินของรัสเซียออกจากระบบ SWIFT และการยึดทรัพย์สินของธนาคารกลางรัสเซีย ที่อยู่นอกประเทศ
.
และการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจนี้แหล่ะ สร้างความเสียหาย และความเจ็บปวดให้กับรัสเซียมากกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสงครามเสียอีก แถมความเสียหายเกิดขึ้นกับประชาชนชาวรัสเซียโดยตรง จนทำให้เกิดการปันส่วนแม้กระทั่งอาหาร และน้ำมันเชื้อเพลิง
1
.
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนชาวรัสเซีย จะกลายเป็นการสร้างผู้เล่นขึ้นมาอีกคน ประชาชนชาวรัสเซียบางส่วนที่เคยสนับสนุนประธานาธิบดีปูติน วันหนึ่งก็อาจจะเปลี่ยนข้างมาต่อต้านก็ได้ หากมีจำนวนมากพอ อาจจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงภายในประเทศได้เลยก็เป็นได้
.
ส่วนในมุมมองของการใช้กำลังเอง แทนที่รัสเซียจะเลือกมาตรการที่รุนแรงและสามารถสร้างความเสียหายมาก อย่างการใช้ขีปนาวุธจำนวนมาก หรืออาวุธนิวเคลียร์ ก็เลือกหนทางที่จะใช้กองทัพทหารในการเข้ายึดครองเมืองเป็นหลัก มีการใช้ขีปนาวุธระยะไกลบ้างประปราย และใช้การทิ้งระเบิดจากเครื่องบินไม่มากนัก เพราะไม่ต้องการเข้ายึดครองเมืองที่ไม่เหลืออะไร อีกทั้งการใช้ความรุนแรงเบอร์นั้น ก็ยิ่งจะสร้างความชอบธรรมให้ทุกประเทศโจมตีรัสเซียหนักขึ้นไปอีก
.
อย่างไรก็ดี เกมที่เดินยาวนานแบบนี้ จุดสำคัญจุดหนึ่งที่ต้องระวัง คือ อย่าทำให้ใครจนตรอก เพราะพอจนตรอก ผู้เล่นอาจจะเลือกวิธีการที่ไม่เป็นประโยชน์กับตัวเอง เช่น การใช้อาวุธนิวเคลียร์ หรืออาวุธเคมี/ชีวภาพ ที่สามารถสร้างความเสียหายที่รุนแรงได้
.
เหตุการณ์จะดำเนินต่อไปอย่างไร เราคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกัน ผมเองไม่มีความรู้ความเข้าใจในด้านสงครามใด ๆ จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะวิเคราะห์ได้ว่าเหตุการณ์นี้จะจบกันอย่างไร คงจะบอกได้แค่ว่า 🍠 จะจบแบบที่คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึง
โฆษณา