30 มี.ค. 2022 เวลา 04:00 • นิยาย เรื่องสั้น
ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน
การที่ใครสักคนหาเพื่อนในชีวิตจริงไม่เจอ หรือไม่เจอคนที่เข้ากับเราได้ หรือเจอคนที่ไม่จริงจัง บางคนมักจะหาทางออกด้วยการเล่นเกมและหาเพื่อนทางออนไลน์แทน
เราเป็นหนึ่งคนที่หาเพื่อนในเกมออนไลน์ เราไม่มีเพื่อนในชีวิตจริงและเราไม่เคยมีเพื่อนสนิทที่อยู่กับเราได้นาน เราเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่กล้าแสดงออก เป็นคนขี้ขลาด ขี้อาย เราเป็นคนเก็บตัว โลกส่วนตัวสูง ชอบอยู่คนเดียว เที่ยวและกินข้าวคนเดียว ไปไหนก็ไปคนเดียว เราเป็นคนไม่มีระเบียบ และชิลล์มาก จะใส่เสื้อตัวไหนก็ใส่ แม้จะไม่เข้ากันก็เถอะนะ เหมือนคนมั่นใจมาก แต่เราไม่ได้มั่นใจอะไรเลย แค่ไม่สนใจใครแม้เขาจะนินทาเรายังไงก็เถอะ  เราจึงเป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นคนไม่เกรงใจใคร ไม่มีมารยาท เรามักจะไม่แสดงตัวตนออกมาเก็บทุกสิ่ง แม้แต่อาการ ตัวตน แม้แต่ตอนได้รับรางวัลโออิชิไปเที่ยวญี่ปุ่น คนในทีวีถามว่าตื่นเต้นมั้ย เรายังบอกว่าตื่นเต้นแต่น้ำเสียงเรียบเฉยเลย
และเราชอบพิมพ์ข้อความยาวๆมากกว่าการคุยโทรศัพท์หรือโทรvdocallกับใคร ไม่เรื่องมาก ไม่รอบคอบ ขาดสติ ไม่สังเกตุ น้อยใจ ขี้แกล้ง ขี้ลืม และขี้บ่นสุดๆ แต่เราเป็นคนรักเพื่อนมาก เวลารักใครจะทุ่มให้หมด สนับสนุนเพื่อนทุกอย่าง เวลาเพื่อนไม่อยู่จะพูดถึงเพื่อนเสมอ เพราะเราคิดถึงเพื่อน
จนกระทั่งเราเจอกับเพื่อนทั้งสองคนในเกมออนไลน์FPS นางและออย นางเป็นคนพูดเก่ง น่ารัก ร่าเริงสดใส เป็นมิตรกับทุกคน จริงใจและจริงจังกับทุกสิ่ง เป็นคนพูดตรงไปตรงมา รักคุณธรรม เป็นคนมองโลกในแง่ดี รักใครรักจริง รักเพื่อนปกป้องเพื่อน ไม่เคยนินทาใคร มีระเบียบ มีมารยาท บุคลิกภาพ สุภาพ แต่ก็ขวานผ่าซาก อารมณ์ร้อน ด่าแรง พูดเสียงดัง ขี้บ่น เป็นคนบอบบางแพ้ง่าย ตรงข้ามกับเราสุดๆ
ส่วนออยนิสัยคล้ายกับนาง ออยเป็นคนพูดเก่ง เป็นมิตรกับทุกคน เป็นคนพูดตรงไปตรงมา มองโลกในแง่ดี มีมารยาท ใจเย็น เป็นผู้ใหญ่และคอยแนะนำเราเสมอ ถึงแม้ออยจะอายุมากกว่าเรา2ปี ออยยังคิดว่าเราเป็นเพื่อนคนหนึ่ง เราอยู่กับออยแล้วสบายใจ แต่เราไม่เคยเจอออยในชีวิตจริงเลย เรารู้จักกับนางได้จากที่นางพูดเก่งและทักคุยกับเราก่อน และเล่นเกมเดียวกันประมาณ 2-3ปี หลังจากนั้นนางก็เลิกเล่นเกม เข้าสู่โหมดจริงจังกับการทำงาน เป็นคนเบื้องหลังในวงการเกม ส่วนเรานั้นเรียนจบแล้วก็ยังเล่นเกมอยู่ จนได้เจอนางในงานแข่งเกมและงานขายสินค้าคอมพิวเตอร์ เรามักถ่ายรูปกับนางเป็นที่ระลึก เราชอบเก็บความทรงจำไว้ด้วยการถ่ายรูป เขียนไดอารี่
ส่วนออยเรารู้จักกันผ่านเกมด้วยการที่เราเรียกว่าปอยฝ้าย ตอนนั้นคำว่าปอยฝ้ายกำลังดัง แต่ออยคงไม่ชอบเราเรียกอย่างนั้น เราเล่นด้วยกันและได้อยู่แคลนเดียวกัน ถึงแม้เราจะไม่เคยเจอออยในชีวิตจริง เราเล่นเกมเดียวกันประมาณ 2-3ปี ออยก็เลิกเล่นเกมนี้ไป มุ่งมั่นกับการทำงานจนไม่มีเวลาเล่นเกมนี้
ถึงแม้เราไม่ได้เล่นเกมด้วยกันกับทั้งสองคนแต่ก็ยังติดต่อกันทางโซเชี่ยลด้วยกันตลอด เป็นเพื่อนกันมา 10 ปีแล้ว จนกระทั่งเรามีปัญหากับเพื่อนเล่นเกมในกลุ่ม เราก็ปรึกษากับนาง เล่นเอาซึ้งใจมากทั้งๆที่พิมพ์คุยกันก็ได้แต่นางก็ยังโทรหาเรา ปลอบใจเรา เราตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกเล่นเกมนั้นเพราะเล่นไปก็ทุกข์   นางพามาสู่สังคมใหม่ เจอผู้คน เกมใหม่ๆ และนางยังเป็นสตีมเมอร์ ไม่แปลกเลยที่นางจะมีเพื่อนเยอะมาก เราเริ่มสนิทและพูดคุยกันมากขึ้น ทั้งผ่านทุกข์สุขมาด้วยกัน พูดคำว่าเพื่อนสนิทได้เต็มปาก  เราเป็นเพื่อนสนิทกันมา 1 ปีแล้ว นางคุยผ่านvdocall ไม่ค่อยพิมพ์ ตอนแรกเราก็เขินๆนะ จากคนพูดน้อยเราก็เริ่มพูดมากจนเพื่อนรำคาญ
ส่วนออยหลังจากที่ไม่ได้เล่นเกมด้วยกัน เรายังไม่ถึงขั้นสนิทกันมาก หรืออาจเรายังไม่เจอออยในชีวิตจริงเลย แต่ออยกับนางเคยเจอกันและเป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะนิสัยคล้ายกันมาก ไม่ชอบอ่านข้อความยาวๆเหมือนกัน เข้ากันได้ดีกว่าเรา
ส่วนใหญ่เราจะพิมพ์คุยถึงคนรอบข้างหรือชีวิตส่วนตัวเรา ทำให้นางรู้จักกับอาม่าและชีวิตประจำวันของเรา ตั้งแต่นางรู้ว่าอาม่าเสียในวันนั้น วันถัดมานางก็เดินทางมางานทันที นางน่ารักมากจริงๆ นางอยู่กทม เราอยู่ต่างจังหวัด นางเดินทางมากับพ่อของนาง ทำให้เราได้รู้จักพ่อของนางด้วย และครอบครัวของเราได้รู้จักกันและนางได้รู้จักบ้านของเราด้วย เราขอนางถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึก ถ่ายรูปคู่และถ่ายรูปครอบครัวร่วมกัน นางพักที่โรงแรมแถวบ้านเรา โชคดีที่เพื่อนของคุณอาเราเป็นเจ้าของโรงแรมจึงขอลดราคาได้ เราเลยให้นางพักที่นั่น นางพัก1คืนและนางก็กลับไปทำงานต่อ เดินทางไป-กลับคงเหนื่อยแย่ เพราะมันไกลมาก
ก่อนที่อาม่าเสียเราวางแผนจะเดินทางไปเที่ยวกับนางที่กทม.อยู่แล้วแต่อาม่ามาเสียก่อนวันเดินทาง
สองสัปดาห์ต่อมาก็ถึงกำหนดการไปเที่ยว เราก็แจ้งรายละเอียดทุกระยะของการเดินทางกับครอบครัวและกับนางด้วย วันแรกของการเดินทางเมื่อถึงที่กทมตอนนั้นเกือบสามทุ่มแล้ว นางใส่ชุดสีดำยืนรอเราอยู่ แต่ตอนนั้นเราเดินลงจากบันไดยังไม่สังเกตุเห็น เมื่อเดินลงไปถึงบันไดเกือบเดินชนกับนางแหนะ เราก็เขินๆนะบอกเลยว่ามาเที่ยวกับเพื่อนครั้งแรกไม่รู้จะทำตัวอย่างไร นางคงชินแล้วเพราะมีเพื่อนเยอะ นางบอกว่าดึกขนาดนี้คงต้องจองร้านอาหารวันอื่นแล้วล่ะ จากนั้นนางก็แวะโรงแรมที่เราจองไว้เพื่อให้เราเปลี่ยนใส่ชุดคู่กับนาง แต่เสื้อเราจะยาวกว่านิดนึง จากนั้นนางก็พามาร้านดองกี้ซื้อของกินเพียบ ร้านดองกี้เป็นร้านขายสินค้าญี่ปุ่น เหมือนย้อนรอยตอนเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกับทีมงานโออิชิเลยล่ะ และนางก็พาไปออฟฟิตของนาง ได้รู้จักกับเพื่อนร่วมงานอย่างเป็นทางการ เพราะเราเห็นแค่ในโซเชี่ยลเท่านั้น และเพื่อนร่วมงานของนางก็น่ารัก เป็นกันเอง
นางน่าจะชอบเล่นบอร์ดเกมนะเพราะมีบอร์ดเกมเต็มชั้นเลยทีเดียว เราเคยเล่นแค่บอร์ดเกมเศรษฐี โดมิโนเท่านั้น เรากินข้าวเย็นกันที่ออฟฟิตของนาง หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว นางกับเพื่อนร่วมงานชวนเล่นบอร์ดเกมจนโต้รุ่ง
วันที่สองของการเดินทาง ช่วงเวลาตีสี่ เราเรียกรถGrabที่คนขับรถเป็นผู้หญิง เขามารับและนางก็ไปพักด้วย ที่จริงเราขอให้นางมาพักเองล่ะ เราอยากใช้เวลากับนางให้คุ้มค่าที่สุด แต่ว่านะเมื่อถึงโรงแรมนางก็คุยโทรศัพท์กับเพื่อนถึงเช้า เราจึงขอตัวไปอาบน้ำและนอนดีกว่า ตอนแรกเราจะกินขนมและคุยต่อด้วยกัน  แต่เห็นนางยังคุยไม่เสร็จ อีกอย่างเราก็ชวนใครคุยไม่เก่งด้วย เรามักจะนอนกัดฟัน เราจึงเอายางกัดฟันไปด้วย นอนกัดยางทั้งคืน อีกอย่างเรานอนดิ้นด้วย เราไม่รู้ว่านอนทับนางรึป่าว เอาหมอนมากั้น2ใบก่อนนอนด้วยนะ
เราตื่น7โมงเช้า นางบอกว่านอนไปแค่1ชม.เอง แสดงว่านางพึ่งนอนตอน6โมงเช้าเอง เราสั่งข้าวเช้าจากgrab เมื่อกินข้าวเสร็จก็อาบน้ำ เราอาบน้ำก่อนนาง พอนางจะไปอาบน้ำเห็นสภาพห้องน้ำ บ่นให้เราใหญ่เลยว่าไม่มีความเป็นระเบียบ เราก็รับฟังและพยายามปรับปรุงแต่ไม่รู้ว่าถูกใจนางรึป่าว นางสอนแต่งหน้าด้วยล่ะ ตอนนั้นอยากอัดvdoไว้จริงๆ แต่เราไม่ทำเพราะมันคงเสียมารยาท อีกอย่างเราคงจะลืม จำได้เลือนลางไม่ชัดเจน จากนั้นเราก็ไปช้อปปิ้งที่เซ็นทรัลงบเราก็มีจำกัด สินค้าที่นางแนะนำมีแต่ของแบรนด์เนม เราซึ่งไม่เน้นยี่ห้อแบรนด์เนม จึงได้แต่เดินหาไปเรื่อยๆ จนนางเริ่มบ่น เราเลยเลือกซื้อน้ำหอมที่นางชอบใช้ ถึงแม้เรามีน้ำหอมอยู่แล้ว เราก็อยากรู้ด้วยว่านางชอบใช้น้ำหอมแบบไหน เราก็สงสารนางนะนอนไม่พอยังมาเดินเป็นเพื่อนอีก แต่เราอยากใช้เวลากับนางให้คุ้ม เพราะเรามีเวลาจำกัดที่จะได้เที่ยวกับนาง
หลังจากนั้นนางก็พาเราไปถ่ายรูปร้านอาหารและไปร้านเสริมสวย เพราะเราบอกว่าอยากบริจาคผมให้กับเพจ "จากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่" จากคนผมยาวก็เป็นคนผมสั้น นางก็สระผม เสริมสวยด้วย นางบอกว่าไปแท็กซี่หรือเดินไปร้านอาหาร  เราคิดว่าแท็กซี่รอนานเลยเลือกเดิน แต่เราลืมว่าเราพึ่งสระผมมา ถ้านางแย้งตอนนั้นเราก็จะให้นางเลือก หรือถ้ารอแท็กซี่เราอาจได้คุยกันอีกมากขึ้น อีกอย่างที่เลือกเดินก็อยากอยู่กับนางให้มากที่สุด แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด นางรีบเดินมากและเดินเร็วกว่าเราอีก เพราะนางออกกำลังกาย ต่างจากเราที่พึ่งมาเดิน ออกกำลังกายแล้วหยุดนานไป หรือนางอาจหิวมากนั่นเอง ในที่สุดก็ถึงร้านอาหาร เราก็กินข้าวกับนางและเพื่อนร่วมงานของนาง
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จก็กลับแท็กซี่ นางคงเหนื่อยมากนั่งงีบหลับบนรถ เมื่อถึงออฟฟิตนางก็ไปเปิดคอมเล่นเกมออนไลน์จนเช้า เราก็เล่นเกมออนไลน์กับนางและก็ไปดูทีวีด้วยกันต่อ ส่วนนางก็ดูแลเราดี มาส์กหน้าให้ด้วย เราก็นอนแต่รู้สึกตัวเพราะมาส์กหน้าไว้ ตื่นมาก็ลานาง เรากลับโรงแรมคนเดียวงีบหลับสักพัก ตื่นมาเช็คเอาท์โรงแรม และกินข้าวเช้าที่โรงแรม จากนั้นเพื่อนพี่ก็มารับไปสนามบิน เมื่อถึงสนามบินพี่เรามารับและมาส่งที่บ้าน
ผ่านไปหนึ่งเดือนหลังจากเราไปเที่ยวด้วยกัน ความสุขผ่านไปไวเหมือนโกหก ความทุกข์ก็เริ่มตามมาเมื่อนางเปิดใจด้วยข้อความยาวๆ นางคงอยากบอกมานานแล้วแต่นางพึ่งมาบอก บอกให้เรามีมารยาท ไม่ควรเอาเปรียบคนอื่น ไม่ควรเปรียบเทียบกับใคร มีสติคิดสิ่งที่จะตามมาก่อน ไตร่ตรองให้ดีสิ่งที่คิดที่ทำอยู่มันถูกต้อง เลิกหลงตัวเอง นางบอกเราว่าเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ เชื่อคนง่าย เลิกเบียดเบียนชีวิตคนอื่น หัดเกรงใจคนอื่น เลิกระบายกับนาง นางบอกว่าเราคิดกับนางเป็นทาสรองรับอารมณ์ เพราะเราชอบปรึกษากับนาง ถ้านางมีทุกข์ใจทำไมนางไม่ระบายให้เราฟัง เราก็รอมาตลอด พอเราถาม นางก็บอกว่าอย่ามายุ่งกับชีวิตนาง นางบอกพยายามและตั้งใจสอนอย่างเต็มที่แล้ว แต่เหมือนเราไม่เคยฟังและไม่สนใจเลย นางเคยบอกเราว่านางสายตาสั้นแต่เราก็ยังพิมพ์ข้อความยาวๆให้นางอ่าน นางต้องเพ่งอ่านข้อความยาวๆ
หลังจากเปิดใจกันเราก็ทะเลาะกันเพราะที่ผ่านมาเราอาจจะทำผิดกับนางทั้งไม่ตั้งใจและตั้งใจ เช่น ให้คนรู้จักของนางช่วยทำงานให้ ทั้งเพื่อนและแฟนคลับนาง เราไม่รู้ราคามืออาชีพ นางจึงเข้าใจผิดและอีกอย่างทางฝ่ายนั้นคิดราคาให้ด้วย เราอาจจะเคยนินทานางและบอกความลับนางให้คนอื่นฟัง แต่ตอนนั้นเรากังวลสุดๆอยากให้ใครก็ได้ช่วยนางให้ได้จึงลืมเรื่องความลับนั้นไป เพื่อนนางเยอะบางคนอาจไม่ชอบเราก็ได้ใครจะไปรู้ นางบอกว่าทุกคนบอกว่าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ให้มาบอกเราด้วย แปลกนะทำไมไม่บอกเราเอง ทำไมไม่กล้าพูด ทำไมต้องให้นางเหนื่อยกับการเป็นคนกลางทั้งๆที่นางไม่อยากเป็น เราสงสารนางมาก และนางเคยบอกว่าอย่าทำร้ายนางทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตอีกเลย เราอ่านประโยคนั้นเราจุกมากที่ผ่านมาเราคงทำร้ายนางมามากกับความเอาแต่ใจของเรา
ตั้งแต่นั้นก็ทะเลาะกันทุกวันนางก็ด่าเราทุกวันและไม่คุยกันคุยผ่านออยเสมอจนเราท้อหลายรอบ ในที่สุดก็ทำให้นางเจ็บจนได้ด้วยการบอกนางว่านางนินทาเราเล่าเรื่องเราให้คนอื่นฟัง เรารู้ว่านางไม่เคยนินทาใคร แค่นางพิมพ์ถามเรื่องเราคนในกลุ่มเท่านั้น ตอนนั้นเราจิตตกสุดๆ หวาดระแวงมาก อารมณ์น้อยใจ
เราเป็นบุคลิกเวลามีความรักแบบวิตกกังวล ตามที่ข้อมูลจากเว็บตูน #Lovelockไขหัวใจนายวายร้าย #ตอนที่63 (บุคลิกเวลามีความรักแบบวิตกกังวล คาดหวังความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด แต่มักจะไม่สามารถแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาได้อย่างชัดเจน ในใจคิดไปด้วยความหวาดระแวงต่างๆ นานา พอไม่มีที่ให้ระบาย ก็มักจะระเบิดออกมาอย่างกะทันหัน หากในชีวิตมีอะไรมากระทบกระเทือนนิดๆ  หน่อยๆ ก็จะถูก ความเป็นจริงด้านลบ ที่ตัวเองคิดออกมาเอง ครอบงำคิดไปในทางที่สุดโต่ง ด้วยเหตุนี้จึงล้มเลิกที่จะพูดคุยทำความเข้าใจ และไม่ยอมฟังคำอธิบายของอีกฝ่าย บางครั้งก็จะพูดหรือทำเรื่องอะไรด้วยความหุนหันพลันแล่น) เรารักและห่วงนางมาก แต่เราทำผิดไปแล้วคงแก้ไขอะไรไม่ได้ ได้แต่ขอโทษและขอให้นางให้อภัย
หลังจากนั้นนางก็โกรธมากจนโพสต์ในโซเชียลของนางว่า "เลิกเป็นเพื่อนกับเพื่อนที่ตอแหลเพราะเขาว่าเราตอแหล ขี้นินทา ควรรู้จักตนเองก่อนจะว่าคนอื่นนะ" เพื่อนของนางเยอะมากก็มาแสดงความคิดเห็น และรุมถามว่าคนนั้นเป็นใคร ให้ช่วยไหม ผลสรุปคือนางทนนิสัยเราไม่ไหวและเลิกเป็นเพื่อนกับเรา นางบอกว่าไม่ขอรับความหวังดีจอมปลอม ทั้งๆที่เราก็หวังดีและห่วงสุขภาพของนาง เป็นวายร้ายในสายตาทุกคนแต่อย่างน้อยก็ช่วยให้นางสุขภาพดี ร่าเริงเหมือนเดิม และกลับมาทำงานต่อได้ ถ้าหากไม่มีเรานางคงทำได้ดีกว่านี้ เพื่อนๆของนางก็กลับมาคุยกับนางเหมือนเดิม และเราคงไม่เหมาะเป็นเพื่อนสนิทใครหรอก เพราะถ้าเรามีความรักก็จะวิตกกังวลแบบนี้เสมอ เรารักห่วงนางมากและเป็นกำลังใจให้นางห่างๆ  ไม่เป็นเพื่อนสนิทก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน
โฆษณา