30 มี.ค. 2022 เวลา 07:20 • หุ้น & เศรษฐกิจ
โลกเราในปัจจุบันต่างขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ในแทบทุกนาทีล้วนแล้วแต่มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นมากมาย
สิ่งที่ตามมาก็คือการแข่งขันกันของแต่ละธุรกิจ ใครที่เป็นปลาใหญ่แต่ว่ายช้า ก็จะถูกปลาเร็วที่เล็กแต่ว่องไวกัดกิน จนปลาใหญ่หรือบริษัทใหญ่ที่เดินช้า ล้มหายไปในที่สุด
ในบทความนี้ ผู้เขียนจะพาไปทำความรู้จัก EA ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของไทย ที่เป็นปลาเล็กแต่ว่องไว ซึ่งจะน่าสนใจอย่างไร เทคฮีไร่จะมาสรุปให้ฟัง..
1
-EA ย่อมาจาก Energy Absolute หรือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด(มหาชน) เดิมชื่อ บริษัท ซันเทค ปาล์มออยส์ จำกัด​ ก่อตั้งในปี 2551 ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ที่นิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ปราจีนบุรี
-ต่อมาจดทะเบียนแปรสภาพเป็นมหาชน ใช้ชื่อย่อ EA เริ่มกิจการผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซลในปี 2552 กำลังการผลิต 400,000 ลิตรต่อวัน และกลีเซอรีนบริสุทธิ์ขนาดกำลังการผลิต 40 ตันต่อวัน
-ปี 2553 ขยายกำลังการผลิตไบโอดีเซลเป็นเท่าตัว และลงทุนเพิ่มสู่การค้าปิโตรเลียมเหลว
-ปี 2554 ขยายธุรกิจสู่อุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ที่ลพบุรี ขนาด 8 เมกะวัตต์ ลงนามซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ลำปางอีกหนึ่งแห่งมีขนาดกำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์
-ปี 2555 เลิกกิจการก๊าซปิโตรเลียมเหลว เพราะเป็นธุรกิจที่นักลงทุนต่างดำเนินได้ง่าย เมื่อใครๆ ทำ ราคาสินค้าจากที่แพงก็จะลดลง จึงเปลี่ยนคอนเซ็ปท์บริษัทด้วยแนวคิด “ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง” และลงทุนด้านอุตสาหกรรมพลังงานเต็มตัว แต่อย่างไรก็ตามยังดำเนินธุรกิจไบโอดีเซลอยู่
-ปี 2557 ขยายกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม มีการตั้งบริษัทย่อยหลายแห่ง เพื่อใหนักลงทุนเข้ามาลงทุน
-ปี 2557 ก้าวกระโดดในวงการพลังงาน มีการร่วมทุนกับหลายบริษัท โดยเฉพาะ Amitta Technologies จากไต้หวัน
-ความน่าสนใจของ Amitta คือเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่เน้นการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนมานากว่า 19 ปี โดยเหตุผลที่ EA ร่วมทุนกับบริษัทดังกล่าวก็เพราะ 3 เสือแห่งเอเชีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน เป็นเจ้าหลักๆ ในโลกที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตแบตเตอรี่
-ที่สำคัญ เทรนด์ของโลกเริ่มหันมาให้ความสนใจกับพลังงานไฟฟ้ามากกว่าพลังงานจากฟอสซิล ซึ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ ตลาดการซื้อขายแบตเตอรี่ในไทยไม่ได้ครอบคลุมแค่ 70 กว่าล้านคน แต่ยังครอบคลุมไปกว่า 600 ล้านคน เพราะไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน
-ซึ่งจำนวนฐานประชากร 600 ล้านคนนี้เทียบได้กับอินเดียซึ่งมีประชากรมากที่สุดในเอเชีย ถ้าหาก EA ผูกขาดการตลาดด้านนี้แล้ว จะเป็นยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานแห่งเอเชียตะวันออกขึ้นแท่นแซงยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นและเกาหลี
-ในปี 2560 EA ก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลีเทียมไอออนได้สำเร็จ และที่น่าสนใจก็คือมีกำลังการผลิต 50 กิกะวัตต์ต่อปี ซึ่งนั่นหมายความว่าเป็น ‘Giga Factory’ หรือโรงงานที่สามารถผลิตพลังงานได้มากกว่า 1 พันล้านวัตต์ต่อปี เป็นแห่งแรกของไทย และใหญ่ที่สุดในอาเซียน
-เมื่อพูดถึงกิกะแฟคทอรี เราจะนึกถึงโรงงานผลิตแบตรถยนต์ของเทสลา รู้ไหมว่า Giga Factory บางแห่งของเทสลาในยุโรป มีกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 48 เมกะวัตต์ต่อปี
-สิ่งที่สามารถขับเคลื่อน EA ได้มาจากแนวคิดของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งประธานกรรมการของ EA คือคุณสมโภชน์ อาหุนัย ที่มองว่า Distrubtion หรือการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย ที่มีหลายธุรกิจเกิดใหม่ และธุรกิจเก่าๆ ดับไปอย่างโหดร้ายนั้น มันคือ “โอกาสใหม่ๆ”
-เทรนด์ของรถยนต์ไฟฟ้ากำลังมาแรงในอนาคต ฉะนั้น การมายืนรอต้อนรับลูกค้าที่หน้าประตูมันคือการใช้โอกาสที่คว้ามาก่อนใครๆ
-EA ไม่ได้ผลิตแค่แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน แต่ยังสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รองรับการมาของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เช่น สร้างสถานีชาร์จแบตเตอรี่ทั่วประเทศ
-ที่น่าสนใจเป็นที่สุดคือ EA กำลังลงทุนในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ทว่าไม่ได้ผลิตมาเพื่อตลาดรถใช้เองเหมือนอย่างเทสลา เนื่องจากมีปัญหาด้านการชาร์จ แต่เริ่มจากเจาะกลุ่มไปยัง Commercial Vehicle หรือรถยนต์สาธารณะ เช่น แท็กซี่ รถตู้ รถเมล์ เป็นต้น
High risk high returns
-จะเห็นว่า EA ใช้กลยุทธ์จากศูนย์กลางเป็นที่ตั้ง ซึ่งแบตเตอรี่คือใจกลางของทุกสิ่งในอนาคต และเหตุผลของคำถามว่าทำไมต้องเป็นลิเทียมไอออน นั่นก็เพราะ เป็นองค์ประกอบด้านเคมีที่อยู่บนสุดของตารางธาตุรองจากไฮโดรเจน ซึ่งเมื่อนำมาผลิตแบตเตอรี่แล้ว มันจะกลายเป็นแหล่งเก็บพลังงานที่เบาที่สุด
-และในส่วนของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EA ก็เริ่มจากการเจาะตลาดในกลุ่มที่จำเป็นเสียก่อน แล้วค่อยวางโครงสร้างทีละอย่างจนครอบคลุม นอกจากนี้ ประเทศไทยเป็น
ฐานการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ครบครัน จึงทำให้การผลิตรถยนต์ส่วนบุคคลทำได้ง่าย เพียงแต่ต้องใช้บุคคลากรที่มีความรู้ด้านรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม
-เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ในอนาคตเราอาจได้เห็นบริษัทเทคโนโลยีของไทยก้าวไปไกลกว่าเสือตัวไหนในเอเชีย ก็เป็นแน่..
โฆษณา