Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Main Stand
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
7 เม.ย. 2022 เวลา 03:47 • กีฬา
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ : เผยเหตุผลทำไม NFL ต้องให้ผู้เล่นใส่กางเกงขายาว | Main Stand
อเมริกันฟุตบอล ถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่มีเครื่องแต่งกายเป็นเอกลักษณ์ที่หลายคนจดจำได้ดี ไม่ว่าจะเป็น การใส่หมวกกันน็อกราวกับออกสนามรบ, ชุดแข่งขันเทอะทะที่เต็มไปด้วยเกราะป้องกัน หรือ กางเกงขายาวคลุมเข่า แตกต่างจากกีฬาอื่นบนสนามหญ้าทั่วไป
Main Stand พาคุณไขข้อสงสัยว่าทำไม NFL ถึงบังคับให้ผู้เล่นสวมใส่กางเกงขายาว อะไรที่ทำให้จุดยืนของพวกเขาแตกต่างจากฟุตบอลหรือรักบี้ จนทำให้กางเกงขาสั้นเหนือเข่าถูกแบบจากลีกถึงทุกวันนี้
เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า
หากจะสืบหาต้นต่อว่า เหตุใดผู้เล่นอเมริกันฟุตบอลถึงสวมใส่กางเกงขายาว เราต้องย้อนกลับไปไกลถึงศตวรรษที่ 19 เนื่องเรื่องราวของกางเกงขายาวในกีฬาคนชนคน มีจุดเริ่มต้นยาวนานมากกว่า 100 ปี
เหมือนที่รู้กันโดยทั่วไปว่า อเมริกันฟุตบอล เกิดขึ้นเนื่องจากการประยุกต์รวมกันระหว่าง ฟุตบอลและรักบี้ โดยเฉพาะกีฬาชนิดหลังที่มีลักษณะการเล่นคล้ายคลึงกับอเมริกันฟุตบอล จนบางคนแยกความแตกต่างไม่ออก
อเมริกันฟุตบอลและรักบี้ ต่างเป็นเกมที่มีหัวใจหลักคือการครอบครองบอลของผู้เล่นไว้ในมือ เพื่อวิ่งไปทำแต้มยังบริเวณปลายสุดของสนาม หรือ เตะบอลใส่ประตูที่ประกอบด้วยเสาขนาดใหญ่
อิทธิพลจากกีฬารักบี้จึงปรากฎในอเมริกันฟุตบอลค่อนข้างมาก รวมถึงเรื่องของการแต่งกายด้วยเช่นกัน โดยนักอเมริกันฟุตบอลยุคแรก ต่างเลือกใส่กางเกงขาสั้นที่ผลิตจากผ้าสำลีน้ำหนักเบา เหมือนกับที่นักกีฬารักบี้ในช่วงเวลานั้นสวมใส่
ความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ช่วงเวลาของกางเกงขาสั้นในอเมริกันฟุตบอลสิ้นสุดลง เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1880s เมื่อสไตล์การเล่นในรูปแบบวิ่งยาวเข้าทำแต้มซึ่งได้อิทธิพลจากกีฬารักบี้ ถูกปรับเปลี่ยนเป็นการเล่นแบบเน้นการปะทะบริเวณกลางสนามที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของอเมริกันฟุตบอล
นับจากวันนั้น สิ่งที่นักอเมริกันฟุตบอลคุ้นชินมากที่สุด จึงเป็นการถูกกระแทกเพื่อลงไปกองกับพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีใครชอบใจที่จะต้องลงไปนอนเจ็บตัวกับพื้นอยู่ร่ำไป
ผู้เล่นบางคนจึงเริ่มหาวิธีลดอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง ยกตัวอย่าง เอมอส อลอนโซ สแตกก์ (Amos Alonzo Stagg) นักอเมริกันฟุตบอลระดับตำนานในช่วงศตวรรษ 19 ที่แก้ปัญหาด้วยการพันฟองน้ำไว้รอบหัวเข่าของตัวเอง
กางเกงของกีฬาอเมริกันฟุตบอลจึงเริ่มมีการปรับเปลี่ยนในช่วงทศวรรษ 1890s โดยมีการเปลี่ยนวัตถุดิบจากผ้าสำลี เป็นผ้าใบหรือผ้าที่ถักอย่างหนา นอกจากนี้ยังเริ่มมีการเพิ่มความยาวของการเกงให้ปกคลุมบริเวณหัวเข่า
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ผู้เล่นอเมริกันฟุตบอลเริ่มมีการใส่สนับเข่าลงเล่น หรืออาจใช้ใบไผ่และใบหญ้ามาสานกันจนเป็นเครื่องป้องกันบริเวณหัวเข่าของตน
แน่นอนว่า ใบไม้ย่อมไม่สามารถป้องกันอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากกีฬาสุดโหดนี้ได้ อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นบริเวณหัวเข่าของนักอเมริกันฟุตบอลขณะนั้น ถือเป็นเรื่องปกติทั่วไป การพัฒนาเพื่อปรับปรุงกางเกงให้ป้องกันอาการบาดเจ็บได้ดีขึ้น จึงถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดช่วงต้นศตวรรษ 20
ไม่ว่าจะเป็น การสร้างกระเป๋าภายในกางเกงสำหรับใส่สนับเข่า แทนที่จะเย็บสนับเข่าติดกับกางเกง เพื่อลดน้ำหนักของเครื่องแต่งกาย และช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่, เริ่มมีการนำยางพารามาเป็นวัตถุดิบในการสร้างเครื่องป้องกันบริเวณหัวเข่า แทนจะใช้ใบไม้สานเหมือนแต่ก่อน
ทั้งหมดถือเป็นการพัฒนากางเกงขายาวในกีฬาอเมริกันฟุตบอล ซึ่งเชื่อกันว่าจะตอบโจทย์การเล่นกีฬาชนิดนี้มากกว่า
ถึงอย่างนั้น กางเกงขายาวยังไม่ถูกพัฒนาจนลงตัว แม้จะมีการปรับปรุงและพัฒนามาแล้วมากมายหลายรูปแบบ นักอเมริกันฟุตบอลบางคนจึงยังเลือกใส่กางเกงขาสั้นเหมือนเดิม แล้วเพิ่มเติมด้วยการใส่สนับเข่าแยกต่างหาก
ต้องบังคับถึงยอมใส่กางเกงขายาว
เหตุผลที่นักอเมริกันฟุตบอลยังสามารถเลือกใส่กางเกงขาสั้นหรือขายาวได้ตามใจชอบ นั่นเพราะในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ยังไม่มีกฎบังคับให้ผู้เล่นใส่กางเกงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว นักกีฬาเหล่านี้ชอบจะใส่กางเกงขาสั้นกันมากกว่า
ในช่วงทศวรรษ 1920s เทรนด์การใส่กางเกงขาสั้นพร้อมกับสนับเข่ากำลังมาแรงในกีฬาอเมริกันฟุตบอล ผู้เล่นหลายคนถามตัวเองว่าทำไมต้องใส่กางเกงขายาวให้ยุ่งยาก ในเมื่อการใส่กางเกงขาสั้นก็สามารถปกป้องหัวเข่าของพวกเขาได้ โดยการใส่กางเกงขาสั้นพร้อมกับสนับเข่า เป็นที่นิยมอย่างยาวนานในกีฬาฮอกกี้ และรักบี้แคนาดา
ตลอดช่วงปี 1920s จึงมีหลายทีมเลือกใส่กางเกงขาสั้นลงแข่งขัน โดยหนึ่งในทีมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเวลานั้น อย่างมหาวิทยาลัยไรซ์ ซึ่งมีกุนซือเป็น จอห์น ไฮส์แมน (John Heisman) ตำนานเฮดโค้ชของวงการอเมริกันฟุตบอลคอลเลจ ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่อนุญาตให้นักกีฬาของตน เลือกใส่กางเกงขาสั้นลงสนาม
เหตุผลสำคัญที่ทำให้กางเกงขาสั้นเป็นที่นิยมมากในช่วงเวลานั้น เพราะกางเกงขายาวมีน้ำหนักที่เยอะกว่ามาก (ราว 0.7 กิโลกรัม) ส่งผลให้การเคลื่อนที่ของผู้เล่นไม่ได้เป็นไปโดยสะดวก เมื่อบวกกับความจริงที่ส่วนหนึ่งของกางเกงจะต้องผูกติดกับหัวเข่าตลอดเวลา ยิ่งทำให้การเคลื่อนไหวโดยกางเกงขายาวเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่
ทางกลับกัน การใส่กางเกงขาสั้นเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ของนักอเมริกันฟุตบอลได้มาก ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ในการเล่นได้มหาศาล นั่นจึงทำให้มหวิทยาลัยโอกลาโฮมา สั่งให้ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในทีมเมื่อปี 1932 ใส่กางเกงขาสั้นลงเล่น แม้กระทั่ง ผู้เล่นตำแหน่งไลน์แมน ซึ่งมีหน้าที่หลักเป็นการปะทะ ก็ต้องใส่กางเกงขาสั้นเช่นเดียวกัน
จุดเปลี่ยนที่ทำให้กางเกงขาสั้นลดความนิยมลงไปในอเมริกันฟุตบอล เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1930s เมื่อมีการศึกษาเพื่อหาสาเหตุของอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในเหล่าผู้เล่นอย่างจริงจัง ซึ่งงานวิจัยที่ออกมาแทบทั้งหมดสนับสนุนว่า นักอเมริกันฟุตบอลควรให้ความสำคัญกับการป้องกันหัวเข่า ไม่ต่างจากศรีษะหรือส่วนลำตัว
NFL จึงออกกฎในปี 1939 บังคับให้ผู้เล่นทุกคนต้องสวมใส่สนับเข่าที่มีความหนาไม่ต่ำกว่าหนึ่งนิ้วครึ่ง หรือ 3.8 เซนติเมตร ก่อนที่กฎจะเข้มข้นไปอีก เมื่อ เอลเมอร์ เลย์เดน (Elmer Layden) เข้ามารับตำแหน่งคอมมิชชันเนอร์ หรือกรรมาธิการของลีกในปี 1941 เขาได้แสดงความเห็นว่า “ขาของพวกนักกีฬาเหล่านี้มันดูไม่ได้เลย” และเสนอความเห็นว่า นักอเมริกันฟุตบอลทุกคนใน NFL ควรสวมใส่กางเกงขายาวกันเสียที
ในที่สุด NFL จึงมีการบรรจุกฎลงไปในหนังสือกติกาของพวกเขา เมื่อปี 1945 บังคับให้นักกีฬาทุกคนต้องสวมใส่กางเกงที่ปกคลุมลงมาใต้หัวเข่า นอกจากนี้ ยังต้องสวมใส่ถุงเท้าหรือถุงน่องที่ครอบคลุมส่วนขาทั้งหมด นับตั้งแต่ส่วนปลายของกางเกงไปจนถึงรองเท้า เมื่อรวมกันแล้ว ส่วนขาทั้งหมดของนักอเมริกันฟุตบอลจะถูกปกป้องโดยอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง
NFL ยังบังคับอีกว่า ห้ามผู้เล่นดัดแปลงหรือตัดส่วนใดส่วนหนึ่งของกางเกงโดยเด็ดขาด นี่คือประโยคทองที่ถือเป็นการปิดฉากช่วงเวลาของกางเกงขาสั้นใน NFL อย่างเต็มตัว และส่งผลให้นักอเมริกันฟุตบอลทุกคนในลีกแห่งนี้ สวมใส่กางเกงขายาวที่ปกปิดหัวเขานับแต่นั้นเป็นต้นมา
ทุกวันนี้ กฎเรื่องบังคับให้ผู้เล่นใส่กางเกงขายาวยังคงถูกบันทึกอย่างชัดเจนในหนังสือกติกาของ NFL และบังคับใช้อย่างเคร่งครัด โดยมีนักกีฬาหลายคนเคยถูกปรับเพราะสวมถุงเท้าต่ำกว่ากำหนด ยกตัวอย่าง กรณีที่ จูจู สมิธ-ชูสเตอร์ (JuJu Smith-Schuster) ถูกปรับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากไม่ปกปิดช่วงขาส่วนล่างตามกฎ
เรื่องนี้ทำให้หลายคนล้อเลียน NFL ว่า สั่งปรับนักกีฬาหลายคนเพียงเพราะพวกเขาโชว์ผิวหนังบริเวณขาให้คนอื่นได้เห็น เมื่อบวกกับความจริงที่การแต่งกายในลักษณะนี้ ลดความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวลงมาก
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีกระแสผลักดันให้กางเกงขาสั้นกลับมาสู่อเมริกันฟุตบอลอยู่ตลอด และจนถึงทุกวันนี้ นักอเมริกันในระดับมหาวิทยาลัยยังคงใส่ถุงเท้าสั้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ เนื่องจากในลีกสมัครเล่น ไม่มีกฎที่กำหนดให้ใส่กางเกงขายาวเหมือนใน NFL
อย่างไรก็ดี เรื่องราวในอดีต, งานวิจัย และความจริงที่เห็นอย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า แสดงให้เห็นแล้วว่า ความปลอดภัยสำคัญที่สุดสำหรับนักอเมริกันฟุตบอลเหล่านี้ ซึ่งมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการสวมใส่กางเกงขายาวอย่างแน่นหนา
นี่จึงเป็นเหตุผลให้นักอเมริกันฟุตบอลโลดแล่นบนพื้นหญ้า ด้วยเครื่องแต่งกายส่วนล่างแตกต่างจากกีฬาอื่นทั่วไป นั่นเป็นเพราะเหตุผลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งจะปกป้องพวกเขาจากการเข้าปะทะและการกระแทกอย่างดุดัน อันเป็นเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของพวกเขาเอง
แหล่งอ้างอิง
https://en.as.com/en/2021/11/14/nfl/1636921659_645603.html
https://fieldsoffriendlystrife.com/2021/08/26/the-long-history-of-footballs-short-pants/
4 บันทึก
2
4
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย