8 พ.ค. 2022 เวลา 02:30 • ประวัติศาสตร์
ตอนที่ 4 ฮิตเลอร์ กับการเมือง
-ปี 1921 เขาปราศัยต่อหน้าคน มากกว่า6000 คนในมิวนิค จากนั้นฮิตเลอร์ ก็มีชื่อเสียงไม่ดีจากการเอะอะโวยวายและการปราศรัยโจมตีสนธิสัญญาแวร์ซาย
ต่อมาสมาชิกคณะกรรมการบริหารพรรคกรรมกรฯ บางคนมองว่าฮิตเลอร์หยิ่งยโสเกินไป และต้องการผนวกรวมกับพรรคสังคมนิยมเยอรมัน (DSP) คู่แข่ง
ฮิตเลอร์จึงได้ออกจากพรรคด้วยความโกธร คณะกรรมการรู้สึกได้ว่าหากพรรคไม่มีฮิตเลอร์พรรคอาจจะถึงจุดจบ
ฮิตเลอร์ประกาศว่าเขาจะกลับเข้าพรรคอีกครั้งก็ต่อเมื่อเขาได้เป็นหัวหน้าพรรคเท่านั้น ไม่นานคณะกรรมการพรรคก็ตกลง เขาเข้าร่วมพรรคอีกครั้งเ ป็นสมาชิกคนที่ 3,680 แต่ก็ยังมีบางคนในพรรคที่คัดค้าน ฮิตเลอร์
แฮร์มันน์ เอสแซร์ และพันธมิตรของเขา ได้พิมพ์แผ่นพับ 3,000 เพื่อใส่ร้ายฮิตเลอร์ว่าเป็นคนทรยศพรรค
ไม่กี่วัน ฮิตเลอร์ก็ขึ้นพูดแก้ต่างให้ตัวเอง จนได้รับเสียงปรบมือดั่งสนั่น เขาเลยได้รับอำนาจเต็มในฐานะหัวหน้าพรรค โดยที่มีเสียงคัดค้านเพียง 1 เสียงเท่านั้น
-ปี 1923 ฮิตเลอร์ได้ปราศัยโดยการใช้วาทะศิลป์ที่ราวกับการสะกดจิตของเขา ในโรงเบียร์แห่ง โดยที่เน้นเรื่องการต่อต้านยิว และลัทธิสังคมนิยม
เขาปลุกปั่นมวลชนมาอยู่ข้างตนแล้วทำการรัฐประหารของเขาเองในบาวาเรีย แล้วเริ่มท้าทายรัฐบาลในเบอร์ลิน โดยเขามีกองกำลัง SA คอยช่วนหนุนเขา และเขาใช้วาทะศิลป์ของเขาปลุกปั่นจนมีประชาชนสนันสนุนเขาจำนวนมาก
วันที่ 8 พฤศจิกายน เขา กับ SA โจมตีการประชุมสาธารณะที่มีผู้เข้าร่วม 3,000 คน ซึ่งจัดโดย คาฮร์ ในโรงเบียร์ขนาดใหญ่ในมิวนิก ฮิตเลอร์ขัดจังหวะปราศรัยของคาฮร์และประกาศว่า "การปฏิวัติแห่งชาติเริ่มต้นขึ้นแล้ว" ประกาศจัดตั้งรัฐบาลใหม่กับลูเดินดอร์ฟฟ์
ฮิตเลอร์ ต้องการจะทำการรัฐประหาร นำประชาชนเดินขบวนจากโรงเบียร์ไปยังกระทรวงสงครามเพื่อล้มรัฐบาลบาวาเรีย แต่แล้วก็โดนตำรวจเขาสลายการชุมนุม
ทำให้เขาถูกจับในข้อหากบฏ และเขาถูกตัดสินให้จำคุก 5 ปีในเรือนจำลันด์สแบร์ก
โฆษณา