10 เม.ย. 2022 เวลา 07:40 • ปรัชญา
เคยสังเกตุ มั้ยว่าทำไม ใครใช้คำว่า สัมมา..นำหน้าคำว่า ทิฐิ เหมือนคำว่า สัมมาสัมพุทธเจ้า ในคำว่า สัมมาที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นมาจากการประพฤติปฏิบัติธรรม จนจิตนั่นไม่มีคำว่าอารมณ์ หรือ สิ่งที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นต่อจิต ที่จะนำพาจิตไปจมอยู่กับทุกข์ ในเรื่องของคำว่า สัมมาทิฏฐิ นั้นเป็นเรื่องความคิดเหตุผล ที่นำพาจิตนั้นออกจากทุกข์ ปลดเปลื้องเรื่องราวของความทุกข์ออกไป เช่นคิดเรื่องราวของการสร้างบุญกศล คิดว่าทำอย่างจะสละเรื่องราวของอารมณ์ สละปัจจัยสี่ให้เป็นทานบ้าง การสละเรื่องแรงกายเรื่องทำให้เป็นทานเป็นบุญนี้ เช่น กวาดโบสถ์ ลานวัด ในลักษณะของรอยสร้างบุญกุศลบารมีช่วยเหลือจิตของตนเองให้ผ่อนคลายทุกข์ที่อารมณ์นำพากายพาจิตไปยึดสิ่งนั่นสิ่งนี้ ซึ่งเราสามารถสังเกตุจิตใจของตัวเราเอง ได้ว่าเมื่อไปนำกายไปกระทำเรื่องราวดีๆให้แก่กายและจิต
เมื่อมีบุญกุศลเกิดขึ้น กายกับจิตก็มีความสุข เหมือนว่าไม่นึกอยากกินหรือหิวกระหายอะไร ใจมันเฉย ๆ นั้นแหละ คือ ลักษณะของบุญที่เกิดขึ้นที่กายชั่วขณะหนึ่ง ความหิวโหยอะไรก็หายไปชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็ว่าใจเป็นสุข ส่วนมากคนก็ไม่ค่อยสังเกตุกัน แต่ถ้าเราตั้งใจทำดี บางครั้งทั้งวันก็ไม่มีความรู้สึกว่าหิวอะไรขึ้นมา นั้นก็เป็นลักษณะของบุญที่เกิดขึ้น เป็นกายของบุญ
เรื่องราวของคำว่า สัมมาทิฏฐิ เราก็ลองเปรียบเทียบเรื่องราวของพระสิทธัตถะ ทำไมท่านต้องออกจากเวียงวัง ท่านเห็นอะไรจึงต้องหนีเวียง มีความคิดอะไรเกิดขึ้น มันคงมิใช่ความคิดแบบพวกเรา ที่ยังหลงยึดอยู่ในสิ่งเหล่านั้น แล้วเราก็ไม่มีปัญญามองทะลุ เรื่องราวที่ท่านต้องออกจากวังไปอยู่กลางป่า ทำไมท่านต้องไปนั่งประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นเวลาตั้งหกปี กว่าจะบรรลุธรรมตรัสรู้ขึ้นเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
แล้วเราเปรียบเทียบ คำว่าสัมมา ..ถ้าเป็นลักษณะอยากร่ำรวย เงินทอง ยศฐานบรรดาศักดิ์ นั่นมันจะสร้างกรรมมากขึ้น หรือ เป็นปัญญาที่จะหนีกรรม หรือ กรรมเค้าส่งปัญญาให้จมอยู่กับกรรม เราก็ทบทวนว่ามันเป็นเรื่องราวอะไรกันแน่
แล้วถ้าเราได้พบเจอะเจอ เรื่องราวของสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยสายตาที่ท่านเหล่านั้นมาฟังธรรมกัน นั่งพับเพียบด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วถ้าเราได้สังเกตุทั้ง ผู้ที่แสดงธรรม ผู้ที่ชี้แจงธรรม ชี้ให้เห็นเรื่องของเภทภัยของอารมณ์ที่นำเกิดแก่เจ็บตาย ชี้เรื่องราวของบุญกุศล ช่วยคลี่คลายบรรเทากรรมที่ติดมากับธาตทั้งสี่ ซึ่งธรรมที่แสดงเป็น เรื่องของจิตที่ไม่มีอารมณ์ เป็นจิตกำลังแสดงธรรมอยู่ ที่ประกอบด้วยเหตุและผล ชี้ให้กระทำในเรื่องที่จะหนีกรรมหนีทุกข์ ที่ไม่ต้องมาเกิดอีก เกิดเมื่อไหร่ก็ทุกข์ แล้วก็ไม่รู้พลัดพรากไปอยู่ที่สูงหรือที่ต่ำ เมื่อจิตออกจากสังขาร
เรื่องราวสัมมาทิฏฐิ จะอยู่ในลักษณะแบบนี้ จะไม่ไปพูดถึงเรื่องที่จะไปหมกมุ่นเรื่องกินเรื่องนอน ร่ำรวยยศฐานบรรดาศักดิ์ เรื่องที่จะทำให้เผลอไปสร้างกรรมด้วยอารมณ์เลย เหมือนกับว่าลงเรือพาย ก็ตั้งหน้าตั้งพายเรือขึ้น เหนือน้ำ ต้องฝ่าฟันอุปสรรคให้ได้ มันจึงเกิดเรื่องราว ที่ว่าว่าทำอย่างไรหนอ จะไม่ต้องมาเกิดอีก ส่วนเรื่องที่ที่คิดว่าทำอย่างไรจะไปเกิดตรงนั้นตรงนี้ มันก็ไม่เป็นเป็นสัมมาอะไรเลย
โฆษณา