อิทธิ เสือ ตำนาน เก็บตะวัน
อิทธิ พลางกูร มีชื่อจริงว่า เอกชัยวัฒน์ พลางกูร เกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2498 เป็นบุตรชายคนที่ 3 ของศาสตราจารย์ นายแพทย์โอกาส และ แพทย์หญิงสุมาลย์ พลางกูร
อิทธิ พลางกูร จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอนุปริญญาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เล่นเครื่องดนตรีชิ้นแรกคือกลองก่อนจะหันมาเล่นกีตาร์ ซึ่งเพลงแรกที่หัดเล่นกีตาร์คือเพลง 500 Miles ของวง The Journeymen โดยได้รับอิทธิพลทางดนตรีมาจากพี่ชาย อุกฤษฏ์ พลางกูร
อิทธิเข้าสู่วงการเพลงด้วยการเป็นสมาชิกวง "เดอะ เบลสส์" (The Bless) ซึ่งเป็นการออดิชั่นเพื่อหางานดนตรีเล่นประจำตามไนท์ คลับ มีสมาชิกยุคเริ่มแรกคือ สุรสีห์ อิทธิกุล ในตำแหน่งมือกีตาร์, สมชาย กฤษณะเศรณี ตำแหน่งมือเบส , โชด นานา มือกลอง และไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว(ปั่น) เป็นนักร้องนำ โดยอิทธิ พลางกูร รับหน้าที่เล่นกีตาร์ พร้อมทั้งได้ปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นให้เบาลงเพื่อให้สามารถเล่นกับโรงแรมช่วงกลางคืนได้
ตราบ ทิวา ไร้ สุรีย์ ตราบราตรี ไร้ ศศิธร
ตราบ หิมาลัย โยกคลอน ตราบนั้น ฉันจะ ร้างลา
ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 ซึ่งเป็นยุคที่เพลงไทยกำลังเฟื่องฟู เดอะ เบลสส์ ได้ออกอัลบั้มที่เป็นผลงานของตัวเองชุดแรกในชื่อ หัวใจขายขาด สังกัดห้องอัดเสียงทอง ซึ่งมีอุกฤษฏ์ พลางกูร พี่ชายของอิทธิ เป็นผู้บริหารและควบคุมการบันทึกเสียงในขณะนั้น มีเพลงฮิตอย่าง หัวใจขายขาด ซึ่งเป็นเพลงเก่าของสุเทพคอรัส แนวร็อค แอนด์ โรล ร้องโดย ธนิต และเพลง เมื่อใดฉันไร้รัก เพลงช้าที่โดดเด่นมาก จากการร้องของอิทธิ โดยอัลบั้มนี้ได้ สุรพล โทณะวณิก มาเขียนคำร้อง ภายหลัง คุณเศรษฐา ศิระฉายา นำเพลงนี้มาร้องใน ภาพยนตร์ไทย เรื่อง สงครามเพลง(2526)
ปีต่อมา เดอะ เบลสส์ได้ออกอัลบั้ม คืนเหงาใจ แต่อัลบั้มนี้กลับไม่ประสบความสำเร็จทางยอดขายมากนัก จากนั้นทางวงประสบปัญหาไม่มีที่เล่นดนตรีประจำ จึงต้องยุบวงไป อิทธิหันไปเปิดร้านเหล้าที่สุขุมวิท 11 แต่ประสบปัญหาขาดทุน
จนกระทั่ง อุกฤษฏ์ พลางกูร พี่ชายมาเปิด สตูดิโออัดเสียง "แจม สตูดิโอ" อิทธิจึงขอมาเป็นหุ้นส่วนและทำงานเป็นซาวนด์ เอ็นจิเนียร์ และโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปิน ซึ่งมีลูกค้าคนสำคัญคือ ‘เฮียฮ้อ’ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ แห่งบริษัท “โรสซาวด์” (Rose Sound) ที่มีการสร้างศิลปินอย่าง เรนโบว์ บรั่นดี ฟรุตตี้ คีรีบูน
ในฐานะ ซาวนด์ เอ็นจิเนียร์ หน้าที่ของอิทธิ คือ สร้างทำนอง เรียบเรียงดนตรี และร้องไกด์ให้ศิลปินก่อนบันทึกเสียงจริง
เฮียฮ้อ จึงเป็นคนที่ได้ฟังเสียงของอิทธิ ก่อนที่ศิลปินจะมาร้องอัดเสียงจริงบ่อยครั้งเข้า จึงรู้สึกว่า อิทธิ พลางกูร สมควรออกอัลบั้มเดี่ยวของตนเอง
แต่อิทธิ ปฏิเสธ ด้วยความคิดที่ว่า “โรสซาวด์” ในตอนนั้นทำแต่ศิลปินวัยรุ่นใสๆ ไม่เคยมีผลงานเพลงร็อค บัลลารด์มาก่อน บวกกับตอนนั้นอิทธิ อายุ 33 ปีแล้ว อีกอย่างอิทธิ แม้จะเคยร้องเพลงมาบ้าง แต่ ไม่ได้เป็นนักร้องนำของวง หากจะให้ยืนร้องเพลงเป็นศิลปินเดี่ยวนับว่าเป็นสิ่งที่อิทธิ​ไม่เคยทำมาก่อนเลย​
แต่เฮียฮ้อ ยังคงยืนยัน บอกกลับไปว่า ให้อิทธิ ทำงานเพลงมาเลย เฮียฮ้อจะไม่เข้าไปยุ่ง
โปรเจคอัลบั้มเพลง ‘ให้มันแล้วไป’ จึงเริ่มขึ้น โดย อิทธิ ดึงเพื่อนร่วมวง เดอะ เบลสส์ อย่าง เต้ง-ธนิต เชิญพิพัฒธนสกุล หมู-ศิริศักดิ์ ศิริโชตินันท์ มือกีตาร์วงคาไลโดสโคป พี่ชาย ของเขา อุกฤษฏ์ พลางกูร และ ตี่-กริช ทอมมัส มือคียบอร์ดวงบาราคูดัส มาเป็นโปรดิวเซอร์
ธรรมดาเวลาฟ้าครึ้ม เมฆหม่น
พายุฝน อยู่บนฟากฟ้า
คงไม่นานตะวัน สาดแสงแรงกล้า
ส่งให้ฟ้า งดงาม
ในอัลบั้ม ให้มันแล้วไป มีเพลงเด่นอย่างเพลง ให้มันแล้วไป ยังจำไว้ และ เพลง เก็บตะวัน เพลงแรกที่ แต่งโดย ธนพล อินทฤทธิ์
ในช่วงเวลานั้น เสือ-ธนพล อินทฤทธิ์ ยังเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ ประจำ บริษัทโรสซาวด์ ด้วยความบังเอิญ เสือมาหาอิทธิที่ห้องอัดเสียง เพื่อนำโลโก้อัลบั้มมาให้ อิทธิเลือก ในระหว่างนั้น อิทธิ ก็ได้ปรึกษาเสือและเปิดเพลงเก็บตะวันที่ยังไม่มีเนื้อร้องให้เสือฟังพร้อมปรึกษาว่า จะหาใครมาแต่งเนื้อเพลงนี้ดี
"พี่..ขอผมลองหน่อยได้ไหม ผมพอแต่งได้ ให้ผมลองหน่อยผมอยากแต่ง”
เสือรีบขออิทธิด้วยความลิงโลด อิทธิก็ลองให้โอกาสเสือได้ลองทำดู ด้วยความอยากให้โอกาส อิทธิให้เวลาเสือไปแต่งเนื้อ 3 วัน แต่เพียงสองวันเนื้อเพลงเก็บตะวันก็เขียนเสร็จออกมา อิทธิได้ฟังก็ชอบใจเพียงแก้ไขบางคำเพื่อให้ร้องเข้าปากมากขึ้น
"ให้มันแล้วไป" ในปี พ.ศ. 2531เป็นอัลบั้มที่เรียกได้ว่าพลิกโฉมเพลงร็อคให้กับทางอาร์เอส เลยก็ว่าได้ ด้วยยอดขาย 7 แสนตลับ สำหรับศิลปินหน้าใหม่แจ้งเกิด อิทธิ พลางกูรได้อย่างงดงาม เพลงเก็บตะวัน ยังกลายเป็นเพลงฮิตตลอดกาล สร้างตำนานให้กับทั้งอิทธิ เสือ ธนพล และอีกคน คือ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับมิวสิควีดิโอ เพลงเก็บตะวันที่ได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขามิวสิกวิดีโอดีเด่น อีกด้วย
เก็บตะวัน เป็นเพลงที่ให้ความหวังและกำลังใจแด่ผู้ฟังมาทุกยุคทุกสมัย เปรียเปรยชีวิตกับการขึ้นลงของดวงตะวัน ขอเพียงมีหัวใจที่เข้มแข็ง ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ ดวงตะวันยังคงทำงานเป็นแสงแรกของวันใหม่เช่นเดิม ชีวิตแม้ตกลงในเย็นย่ำค่ำคืน ก็สามารถลุกขึ้นยืนใหม่ได้ในตอนเช้าเช่นกัน
หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า
จะมัวมา สิ้นหวังทำไม
เมื่อยังมีพรุ่งนี้ ให้เดินเริ่มใหม่
มั่นคงไว้ ดังเช่นตะวัน
โฆษณา