เมื่อเราพูดถึงคำว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราเข้าใจกันนั้นหมายถึงอะไร แม้แต่บางครั้งเวลาไปตามงานมงคลอะไรอะไรต่าง ๆก็มีการกล่าวอ้างขอ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้บันดาล ความสุข ความเจริญ ขอให้สำเร็จตามที่ปรารถนา เราก็ไม่ทราบว่า คำว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นผู้ที่พูด ใจเค้าหมายถึงอะไร นับถืออะไรที่ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราได้ยินได้ก็รู้สึกดีเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นจริง คือ มีความสุข ความเจริญ สมปรารถนาจริงมั้ย
คราวนี้ เราก็สังเกตุดูว่า คำที่ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ นั้นเค้ามักพูดรวมกัน สิ่งนั้นศักดิ์สิทธิ์ สิ่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ เราก็ดูได้ เช่น เจ้าพ่อเจ้าแม่ ที่เค้าแต่งตั้งให้เป็น คนแต่งตั้งกัน จอมปลวกบ้าง ต้นกล้วยบ้าง ไม้ผุขุดขึ้นมา เป็นได้ เพราะคนไปนับถือ เซ่นไหว้ เมื่อมีการเซ่นไหว้ มันก็มีสิ่งหนึ่ง ที่ชอบกินของเซ่นไหว้ ที่โลกวิญญาณเค้าเรียกว่า อดอยากหิวโหย เร่ร่อน จำพวกเปรตอสุรกาย มาสูดดม เครื่องเซ่นไหว้ เกิดขึ้น ผู้คนก็มาหลงใหล ตรงนั้น ถามว่า ดลบันดาลอะไรจริงมั้ย ที่จริงเค้าก็ไม่สามรถดลบันดาลให้ร่ำรวยอะไรได้ ถ้าคนนั่นไม่มีบุญกุศลเก่าของตนเองที่สะสมมา เค้าก็ไม่ได้โชคลาภอะไรเลย บางคนเอาของเซ่นไหว้ไปกิน ก็ผิดสำแดง ก็มี เจ็บป่วยก็มี ท้องเสียก็มี ส่วนบางคนไม่เห็นเป็นไร เพราะว่า กรรมเค้าปิดไม่ให้รู้จักก็มี แต่นั้นแหละ พอกินไปแล้ว ก็อารมณ์ไม่ค่อยปกติหงุดหงิดโมโหง่าย แต่ก็ไม่มีใครสังเกต ว่าจากอะไร
คราวนี้ เรามาดูกัน ว่าสิ่งที่เรียกว่า พระภูมิ ที่ต้องมีการทำพิธีอะไรต่างๆ มีการจัดเครื่อง เซ่นไหว้อันเชิญ ที่ว่าเทพยดา จะมาสถิตย์ นั้นเป็นจริงหรือ เราก็มาทบทวนเรื่องราวของภพภูมิเสียหน่อย ผู้ที่ได้ไปอยู่เป็นเทพยดา สูงขึ้นไป ท่านก็ต่างมีบุญกุศล มีบารมีกัน ได้ไปอยู่ในมิติ ที่มีความสุข ชั้นที่มีความสุข ท่านจะมาอยู่ในศาลเล็กๆ คอยรับเครื่องเซ่นไหว้ หวังเครื่องเซ่นไหว้ เฝ้าศาลเล็กๆบางที่ก็ร้อนตับแตก จะมีความสุขมั้ย จิตที่อยู่สูง เค้าไปอยู่อีกมิติหนึ่งไปแล้ว ท่านไม่มายุ่งเกี่ยว ไม่ได้มีหน้าที่ดูแลอะไร ใครเค้าจะมา
ผู้ที่ที่จะมาอาศัย ตามศาลพระภูมิ ก็เห็นจะมีแต่จิตที่เร่ร่อนเป็นโอปปาติกะ เร่ร่อน อดอยาก ไม่มีที่อยู่อาศัย มีทั่งดีและไม่ดี ก็เหมือนคนเรานี่แหละ ที่ปะปนกันอยู่ คนดีก็มี คนชั่วก็มี พวกสิบแปดมงกุฎก็มี พวกลักขโมย พวกหลอกเค้ากิน พวกโลภไม่มีที่สิ้นสุด ก็มี ตายไป จิตก็เร่ร่อนอดอยาก ตรงไหนเค้ามีบุญก็ไป ขอบุญเค้า แล้วบางพวกที่มาตั้งศาล ก็เป็นจอมขมังเวทย์ อวดศักดิ์สิทธิ์ สักยันต์เต็มตัว ไปเชิญ ..อ้างว่า..เชิญโน้น..เทพองค์นั้นองค์นี้ ..
..เทพที่ท่านอยู่สูง ท่านก็มีวิมานของท่าน มีอะไรของท่าน มีกฎระเบียบเหมือนกัน แล้วจะมีเทพองค์ไหน ลงมา? เมื่อไม่มี ..ไอ้คาถาอาคม..บทพระเวทย์ ที่ท่องบ่น ด้วยกิเลสตัณหา นั้นแหละ จะไปดึงพวกจิตที่มีกรรม ดึงด้วยกระแสว่าที่เปล่งไปด้วยมนต์ดำ ดึงพวกวิญญาณร้ายๆ มีกรรมมากๆ มาสถิตย์ ก็เหมือนพวกเดียวกันที่เคยชอบเรื่องราวเวทมนต์คาถาไสยศาสตร์ แล้วจิตออกจากร่างตายไป จิตก็ไปเป็นโอปปาติกะเร่ร่อน เมื่อไปทำเยี่ยงนี้ ศาลพระภูมิที่ว่า ก็เป็นศาลของเปรตอสุรกายอาศัย มีแต่เรื่องราวร้อนๆ เค้าเรียกว่าทำอะไรไม่ขึ้น มีแต่จะหมดเนื้อหมดตัวไป ยิ่งพวกอสุรกาย เนื้อตัวมีแต่ผุผอง ด้วยน้ำเลือดน้ำหนองเหม็นคลุ้ง คนไปยุ่งตะกรุดผ้ายันต์ เมื่อยุ่งเกี่ยวย่อมต้องทุกข์ทรมานไปด้วย ก็เพราะความโลภหวังร่ำรวยนั้นแหละ พาให้ทุกข์
เรื่องราวของขลัง สักยันต์ ที่จริงมันกเรื่องราวของไสยศาสตร์ เราก็สังเกตเอาว่าผู้ที่ที่ไปยุ่งเกี่ยว ชีวิตเค้ามีความสุขความเจริญจริงมั้ย ส่วนมากจะไปดึง เรื่องราวของคำว่า เสพของมึนเมาเสเพล อันธพาล มาใส่ตัวให้มีนิสัยไปเยี่ยงนั้น ขี้หงุดหงิดโมโห เวลาโมโห ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย วันพระวันโกนก็ยิ่งร้อนรุ่ม ถ้าจิตตก ก็ไม่สบายเนื้อสบายตัวเจ็บป่วย แต่คนสมัย ก็ไม่รู้จักกันแล้ว เพราะว่า เราห่างเหินเรื่องราวของการสร้างบุญสร้างกุศลกัน เรื่องราวที่ผู้คนรุ่นก่อนๆ เค้ารู้จัก เค้าก็สอนลูกหลานไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยว แต่สมัยนี้มันเกลื่อนกลาด พูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังที่อยู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นคืออะไร
คราวนี้ กลับมาเรื่องคำว่าชาวพุทธ เรื่องราวของชาวพุทธนั้น มักมีคำว่า สิกขา..ประกอบ คือ ให้ฝึกตนเอง ให้มีเหตุผล มีความเข้าใจ แยกเรื่องที่ดี และไม่ดี อะไรที่หนุนให้กายมีสุขใจมีสุข อะไรที่ทำให้มันทุกข์ร้อน เรารู้จักแล้วก็ละเลิกไป เรื่องราวของภพภูมิ ต่างมิติกัน เค้าก็มีกฏมีเกณฑ์เหมือนกัน เหมือนเราอยู่ในโลกมนุษย์ เราก็มีตามีหูเห็นได้จำกัด ไม่สามารถจะไปเห็น สิ่งที่นอกเหนือนั้นไปได้ แต่ไม่ใช่ว่า สิ่งเหล่านี้ไม่มี หากเราพบเห็นจริงๆ เรากลัวมั้ยล่ะ ตัวสูงๆขายาวๆ เสียงแหลมๆ โหยหวน เราจะหวั่นไหวมั้ย แม้แต่พวกเร่รอนนั่น มีแต่ตัวดำกันทั้งนั้นทุกข์ร้อนกันทั้งนั้น เค้ามีแต่ความทุกข์ร้อน ช่วยอะไรใครไม่ได้เลย แต่เค้ากลับต้องการ บุญกุศล เราก็สร้างบุญ ทำให้ถูกวิธีของชาวพุทธ อุทิศกุศลให้เค้าด้วยความบริสุทธิ์ อย่าไปเรียกร้องเอากรรม คิดหวังร่ารวย เค้าเรียกว่าเห็นแก่ตัว บุญกุศลก็ไม่ถึงเค้า คือ จะให้แต่เอาคืน
เรื่องเจ้าที่ ..นั้น เค้าก็เหมือน เรื่องผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ..ลักษณะแบบนั้น เจ้าป่าเจ้าเขา เค้าก็ปกครองในส่วนจิตของโลกวิญญาณ ก็มีมีจริงแต่เป็นอีกมิติหนึ่งเหมือนกัน ที่เขียนมานี้ไม่บอกให้เชื่อน่ะ
เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของขลัง ปลัดขิก สักยันต์ มันมีทั่วทุกมุมโลกแหละ เพียงแต่ว่าผู้คนแต่ละถิ่นภาษา จะทำแบบไหน เท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าเราไม่ไปยึดเค้าเท่านั้นเอง
  • 3
โฆษณา