เป็นเด็กดีนะ (Review + Spoil)
เรื่องเล่าที่มาจากเรื่องจริง เป็นสิ่งที่เปี่ยมพลัง ทั้งในอารมณ์ ความรู้สึก ประสบการณ์
ยิ่งถ้ามีดราม่า ความรัก กุ๊กกิ๊ก หรือแนวทางการสู้ชีวิต สร้างธุรกิจด้วยแล้ว จะยิ่งน่าสนใจ
และส่งพลังถึงคนอ่านได้แรงมาก หมายถึงอ่านแล้วได้แรงบันดาลใจ มีกำลังใจ ได้เทคนิคดี ๆ ที่มาจากการลงมือทำจริง ๆ
เช่นนิยายเรื่องนี้ "เป็นเด็กดีนะ"
1
เรื่องเล่าจากประสบการณ์ชีวิต การเดินทาง ท่องเที่ยว การทำงาน ที่นำมาถ่ายทอดเป็นงานเขียนแนวนี้ ผู้เขียนชอบมากค่ะ ชอบการเล่าเรื่องของเขา คือเล่าได้สนุกมาก น่าติดตาม จะบอกว่า เหมือนเราแอบอ่านไดอารี่ของเขา หรือนี่คือนิยายที่ดีมาก ๆ เล่มหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่เป็นนิยายที่มาจากชีวิตจริง ของ"ต้าปิง"
1
ต้าปิงเป็นใคร ทำไมเรื่องราวประสบการณ์ในการใช้ชีวิตของเขาถึงน่าสนใจ และได้รับการตีพิมพ์ รวมถึงมีสำนักพิมพ์นำมาแปลเป็นภาษาไทย ไม่ธรรมดาแน่นอนผู้ชายคนนี้ !!!
1
เครดิต : https://youtu.be/wXEyeQ07k7Q
ต้าปิง : เป็นพิธีกรของโทรทัศน์ดาวเทียมช่องหนึ่ง
: เป็นอาจารย์ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง
: เป็นนักร้องเพลงโฟล์ก
: เป็นนักเดินทางแบกเป้วัยชรา
: เป็นเจ้าของบาร์เหล้าที่ทำงานไม่เอาถ่าน
: เป็นจิตรกรสีน้ำมันที่จบโรงเรียนอาชีวะ
: เป็นมือกลอง
: เป็นช่างหนังสือสมัครเล่น
: เป็นช่างเงินมือสมัครเล่น
: เป็นกวีมือสมัครเล่น
: เป็นนักพเนจรระดับอาวุโสประจำทิเบต
: เป็นนักเลงระดับอาวุโสประจำลี่เจียง
: เป็นผู้ชายที่หันซ้ายเวลาถ่ายรูป
: เป็นศิษย์ภิกษุนิกายเซนสายหลินจี้
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ซินหลางเวยป๋อ
2
นักเดินทาง
ปกติเวลาเห็นคำว่า ท่องเที่ยว เดินทาง แบกเป้ คนเรามักจะคาดหวังว่า จะต้องได้อ่านงานที่พรรณาถึงวิวทิวทัศน์ ของธรรมชาติที่สวยงาม ใช่ไหมคะ
1
ในหนังสือเล่มนี้เขาไม่พูดถึงเรื่องเหล่านั้นเลย !
แต่พิเศษกว่านั้น เพราะต้าปิงจะพาเราไปพบความงามที่อยู่ข้างในหัวใจ ในคำว่ามิตรภาพ น้ำใจ ไมตรีจิต ของผู้คนที่เขาได้พบเจอในระหว่างการออกเดินทางไปพเนจร แบกเป้ ท่องเที่ยว
1
นี่คืออีกหนึ่งความหมายของคำว่า "ใช้ชีวิต"
1
เรื่องราวความจริงจากต้าปิงในหนังสือเล่มนี้ มีทั้งหมด 12 เรื่อง
1 เป็นเด็กดีนะ
: เป็นเรื่องราวมิตรภาพระหว่างต้าปิงกับจ๋าเฉาหมิ่น มีทั้งหมดห้าตอน
ต้าปิงเล่าย้อนไปเมื่อสิบปีก่อน ตอนนั้นเขาทำงานที่สถานีโทรทัศน์เดียวกัน เธอนับถือเขาเป็นพี่ กึ่งอาจารย์ที่คอยช่วยสอนงาน เธอมักจะคอยดูแลเขาทุกอย่างเป็นการตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน ดูแลหมา ดูแลต้าปิงตอนที่ต้องผ่าตัดนอนเจ็บอยู่ในโรงพยาบาล
ซึ่งใช้เวลาครึ่งปีกว่าจะหายดี ก็มีแต่จ๋าเฉาหมิ่นคนนี้แหละที่คอยดูแลเขา วิ่งเข้าวิ่งออกโรงพยาบาล ทั้งยังลางาน โดดงาน เพื่อมาส่งข้าวส่งน้ำให้เขา และยังช่วยออกค่ารักษาส่วนหนึ่งให้เขาอีกด้วย
3
เขาไว้ใจเธอขนาดเวลาที่เขาออกเดินทางไปดูแลบาร์ที่เมืองลาซา ซึ่งบางครั้งครึ่งเดือน บางครั้งก็สามเดือน เขาจะฝากของมีค่าทั้งหมดไว้กับเธอ เช่นกุญแจ เงินสด บัตรธนาคารต่าง ๆ รวมทั้งฝากเลี้ยงหมาด้วย และเธอยังช่วยจัดการส่งเงินให้พ่อแม่ของต้าปิง รวมถึงจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ทุกอย่างแทนเขาด้วย
2
"คำพูดบางอย่าง สมัยหนุ่มสาวยากจะหลุดออกจากปาก กว่าจะรวบรวมความกล้าพูดออกมาได้ ก็อายุเข้าวัยกลางคนเสียแล้ว ทั้งยังอยู่ห่างไกลกันคนละฟ้า .."
1
(ความเห็นส่วนตัว) ขอคั่นบทนี้สักครู่ค่ะ คืออ่านเรื่องราวในบทนี้บทเดียวก็คุ้มแล้ว อ่านแล้วคิดเห็นภาพหนังรักโรแมนติกดี ๆ เรื่องหนึ่ง แล้วก็บทนางเอกคือรักแรก รักบริสุทธิ์ รักเทิดทูน บูชา ศรัทธา เหมือนหลงรักไอดอล น่าสงสารจ๋าเฉาหมิ่น มาก ๆ รักที่ไม่อาจครอบครอง ไม่สามารถเป็นเจ้าของ ทำได้แค่รักและดูแลกัน
3
ต้าปิงในตอนนั้นเป็นอะไรก็ไม่รู้ ก็รักกัน ก็เป็นโสด ก็ดูแลกัน แต่ก็ใจร้ายกับน้อง ไม่ยอมเป็นแฟนกัน และกว่าจะรู้ใจตัวเอง ก็พูดได้แค่คำว่า "เป็นเด็กดีนะ"
โอ้ยยยยย เจ็บแทนค่ะคุณ รักนะ แต่ !!!!
2
ปล. ตอนนี้จ๋าเฉาหมิ่นมีครอบครัวที่อบอุ่นมีความสุขดีค่ะ
1
2 แค่เหล้าชามหนึ่ง ความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้ง :
มีทั้งหมดหกตอน เป็นเรื่องราวของมิตรภาพ (ในหนังสือเล่มนี้ ต้าปิงใช้คำว่า "ไมตรีจิต") ระหว่างต้าปิง และทหารเฒ่า สหายต่างวัยที่ร่วมร่ำสุรากันมาช้านาน ที่ลี่เจียง
นักเดินทาง
ต้าปิงเล่าเรื่องได้เก่งจริง ๆ ค่ะทุกคน สนุก ตื่นเต้น มีลูกเล่น รู้ว่าจะต้องหยิบเรื่องไหนมาเชื่อม มาผูกให้น่าสนใจ มีสเน่ห์มาก ๆ มีคำถาม สร้างความอยากรู้อยากเห็นให้เราตามอ่านไปจนจบตอน
ตอนแรกผู้เขียนว่าจะข้ามตอนนี้ไปนะคะ คิดว่าเกี่ยวกับทหารเฒ่า คงจะไม่มีอะไรให้สนใจ แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ ประทับใจในมิตรภาพ ซาบซึ้งใจในสิ่งที่พวกเขาทำ จนต้องเสียน้ำตาให้กับเหตุการณ์เหล่านั้น
ต้าปิงใช้คำว่า "ทหารเฒ่า" แต่เนื้อหาข้างในตอนนี้ เขากำลังพูดถึง "วีรบุรุษ" ที่มีชีวิตรอดมาจากสงครามเวียดนาม และคุณงามความดี สิ่งที่เขาตั้งใจทำ แม้ตอนแรกต้าปิงจะเข้าใจผิด เกือบสูญเสียมิตรภาพไปแล้ว แต่เมื่อความจริงปรากฎ ทหารเฒ่าคือเดอะฮีโร่ อ่านแล้วร้องไห้ คือซาบซึ้งใจ มันอิน มันทัชค่ะคุณ
ขอบคุณเรื่องราวดี ๆ ที่พวกเขาได้ร่วมกันสร้าง และต้าปิงก็ถ่ายทอดออกมาได้สวยงามจริง ๆ
ปล. ทหารเฒ่าที่ต้าปิงกล่าวถึงคือผู้ที่มอบทรัพย์สินทั้งหมดจากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเขา เพื่อสร้างทีมช่วยเหลือหน่วยดับเพลิง ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง
1
เป็นหน่วยดับเพลิงเพียงหนึ่งเดียวของประเทศจีน ที่ก่อตั้งด้วยทุนส่วนบุคคล
1
แกใช้วิธีของแกเองเพื่อช่วยปกป้องโลกนี้
"ซื่อและเถรตรง เหมือเสาธงโบราณ ตั้งตระหง่าน อยู่ในช่วงเวลาแห่งอดีตเสมอ" : ต้าปิง
ตอนแรกต้าปิงเข้าใจทหารเฒ่าผิด จนไม่มาสวัสดีปีใหม่แกเลยละ ซึ่งท่านผู้เฒ่าก็ไม่ได้ถือสาอะไร ต้าปิงคิดว่าคนที่ผ่านสงครามมาอย่างแกจะละโมบ โลภมาก เห็นแก่เงิน ทำธุรกิจได้เงินมากมาย คงจะย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นแน่ ๆ พอถึงวันนัดดื่มสุรา ในเดือนสิงหาคม เมื่อเมาได้ที่ต้าปิงก็อ้อนวอนแกว่า "อย่าทิ้งที่นี่ไปเลยนะ" นั่นแหละต้าปิงถึงได้รับรู้ความจริงในสิ่งที่ทหารเฒ่าตั้งใจทำธุรกิจอสังหา ก็เพื่อนำเงินมาสร้างหน่วยดับเพลิง
เรื่องราวน่าประทับใจจริง ๆ ค่ะ
3 ขอโทษ :
เป็นเรื่องของความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และความรักต่างสายพันธุ์ระหว่างคนกับหมาจรจัด
ปรัชญาชีวิตมาเต็มค่ะตอนนี้ มุมมอง ความคิด ทัศนคติที่ต้าปิงแบ่งปันในตอนนี้คือดีงาม ทรงพลัง ดึงใจให้หยุดคิด
ทั้งเศร้า สะเทือนใจ สะท้อนสังคม
1
"ไม่ว่าจะติดค้างคนอื่น หรือติดค้างตนเอง คุณเคยติดค้าง "คำขอโทษ" มาแล้วกี่ครั้ง
2
เวลาไร้ความปราณีเสมอเวลาไม่สนว่าเรายังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งหรือไม่
หากเราช้าไปเพียงนิดเดียว
หากเราลังเลแม้เพียงนิดเดียว
เวลาจะเลือกจุดจบของเรื่องราวให้เราทันที
เวลาจะเปลี่ยนคำขอโทษที่ยังติดค้างอยู่ เป็นสิ่งที่ไม่มีวันย้อนกลับมาได้
เวลาจะเปลี่ยนคำขอโทษทั้งหลายเหล่านั้นเป็นสิ่งที่สายเกินแก้ไข" : ต้าปิง
3
พออ่านมาถึงประโยคนี้ ผู้เขียนขอกล่าวคำว่า "ขอโทษค่ะ" หากได้เคยล่วงเกินผู้อ่านด้วยถ้อยคำ หรือประโยคใด ที่ทำให้ระคายเคือง ขอโทษจริง ๆ"
1
4 เพื่อนธรรมดา :
เป็นเรื่องราวของความเป็นเพื่อนระหว่างต้าปิง กับต้าเผิง
ต้าปิงเป็นคนมีเพื่อนเยอะมาก เพราะเขาทำงานอยู่ในแวดวงสื่อโทรทัศน์ กับต้าเผิงคือเพื่อนธรรมดา ! และในความธรรมดานั้นคือความพิเศษ
"สิ่งที่เรียกว่ามิตรภาพนั้น ยามพบเจอช่างง่ายดายสิ่งที่ยากคือการรักษาให้คงอยู่ยาวนาน
1
ได้เป็นเพื่อนธรรมดาที่อยู่เคียงข้างกันและกันไปตลอดชีวิต เพียงเท่านี้ก็เป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินแล้ว"
1
5 ห้ามร้องไห้ :
เป็นเรื่องราวของนิโคล เธอมาจากกว่างตง หน้าตาเหมือนลิงน้อยมอนจิจิ (ตุ๊กตาของเล่นยอดนิยมในญี่ปุ่น)
เธออ่อนหวานน่ารัก เธอเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นมืออาชีพ พูดภาษาญี่ปุ่นคล่องกว่าภาษาจีนอีก ต้นปี 2000 เธอแบกกระเป๋าเป้เดินทางตัวคนเดียวมายังทิเบต
จากนั้นจึงลงหลักปักฐานที่เมืองลาซา ทำอาชีพเป็นไกด์ นำคณะนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ พร้อมทั้งเปิดเกสเฮ้าส์เล็ก ๆ บนเกาะเซียนจู๋ทางตอนในของแม่น้ำลาซา
ทั้งยังทำอาชีพเสริมเป็นพนักงานบัญชีประจำบาร์เหล้าด้วย
ปีนั้นนิโคลทำงานเป็นพนักงานแคชเชียร์อยู่ที่บาร์ของต้าปิง
ส่วนต้าปิงก็เป็นแขกพักที่ guest house ของนิโคล
อีกหนึ่งเรื่องราวที่น่ารัก น่าน่าประทับใจในมิตรภาพของพวกเขา ยิ่งตอนที่นิโคลอกหัก แล้วเพื่อน ๆ ช่วยกันดูแล อยู่เคียงข้าง ปลอบใจ พาเที่ยว ช่วยงาน ช่วยหาแฟนใหม่ให้ด้วย จนถึงวันที่ทุกคนเติบโต แยกย้ายกันไป
มีทั้งหมดสิบตอน
6 คนร้องเพลงห้ามร้องไห้ :
ต้าปิงเล่าถึงเรื่องราวของอาหมิง หนุ่มน้อยคนหนึ่งที่เป็นนักสู้ชีวิต ทำงานสารพัดทั้งทำไร่ทำสวน กรรมกรก่อสร้าง พนักงานในร้านค้า และเหนือสิ่งอื่นใด ที่ทำให้พวกเขาได้มารู้จักกันก็คือ ดนตรี และเสียงร้องเพลง
7 คนฟังเพลงห้ามร้องไห้ :
เป็นเรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่ง ต้าซู่ กับโตวโตว
เรื่องบางอย่างยากจะอธิบายเช่น รักแรกพบ
บางคนพบคนที่สะดุดสายตาแม้อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย
บางคนสบตากันโดยบังเอิญ และบางคนก็เหมือนต้าซู่กับโตวโตว นั่นคือรักแรกพบ จากเว็บไซต์หาคู่แห่งหนึ่ง
อันที่จริงบนโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่ารักแรกพบ "รักแรกพบ" ที่ว่าความจริงก็แค่เราได้เจอคนที่ตามหามาตลอดต่างหาก
ท่ามกลางผู้คนมากมาย
ได้เจอคือความโชคดี
ไม่เจอคือชะตากำหนด
ที่จริงทุกคนล้วนได้เจอคนที่ตัวเองตามหาด้วยกันทั้งนั้น
แย่หน่อยที่ส่วนมากเวลาเราเจอคนที่ใช่ เรามักไม่ได้เตรียมพร้อม จึงเดินสวนกันไปอย่างน่าเสียดาย
1
โชคดีที่เรื่องราวของโตว โตวและต้าซู่ไม่จบลงอย่างน่าเสียดายเช่นนั้น
ทั้งคู่นัดเจอกันอย่างรวดเร็วตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็วไม่ใช่เพลิงไฟที่ร้อนแรง
แต่เป็นเพลิงไฟอันอบอุ่น
ความสุขผ่านไปเร็วเหลือเกิน หลังจากนั้นไม่นาน โชคชะตากลับเล่นตลกกับพวกเขา
โตวโตวป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย
และจากไปในที่สุด
1
8 คนหนึ่งชื่อมู่โถว คนหนึ่งชื่อหมาเหว่ย :
เรื่องนี้น่ารักมากค่ะทุกคน คือบุคลิกของเหมาเหมานี่แบบพระเอกมาเฟียอันธพาลคลั่งรักเลยละ แล้วมู่โถวก็คือคุณหนูมาก ๆ
ใด ๆ คือทั้งสองรักกัน และนี่คือเรื่องราวจากชีวิตจริงที่ต้าปิงเล่าได้สนุกมาก เวลาอ่านแล้วอยากรู้จักบุคคลในเรื่องราวเหล่านี้
"เรื่องราวความรักระหว่างพวกเขาเป็นปริศนามาตลอดตอนที่ผม รู้จักกับเหมาเหมา มู่โถวก็อยู่ข้างกายเขาแล้ว ทั้งสองคนตัวติดกันตลอดเวลาราวกับน้ำตาลเกาะเม็ดถั่ว" : ต้าปิง
เรื่องของสองคนนี้ ถ้าสร้างเป็นหนัง เป็นละครคงโรแมนติก ฟินจิกหมอนกันกระจุยแน่เลยค่ะ อ่านแล้วชอบความห้าวของเหมาเหมา รักเพื่อนมาก รักภรรยามากกว่า เรียกว่าคลั่งรักเลยก็ได้
เขาเล่าให้ต้าปิงฟังว่า
"ฉันไปซื้อของที่ตลาดกับเธอ พอดีเชือกรองเท้าหลวม เธอเห็นจึงย่อตัวลงไปช่วยผูกเชือกให้ฉัน โดยไม่แม้แต่หยุดคิด ฉันตกใจมากเหลียวมองรอบตัว ณ เวลานั้น วินาทีนั้น ทั้งโลกไม่มีใครสนใจพวกเรา เราสองคนเป็นแค่ผู้ชายกับผู้หญิงที่แสนจะธรรมดาคู่หนึ่งเท่านั้น
แล้วฉันก็บอกกับตัวเองว่าเธอนี่แหละ ฉันจะแต่งงานกับเธอ"
1
9 บันทึกการเดินทางของแม่หญิงมะพร้าว :
เธอและเขารู้ดีว่าต้องรอคอยกันและกัน
ต้องดูแลกันและกัน
และต้องเสียสละเพื่อกันและกัน
ความรักของเธอและเขาไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง
เขาทั้งสองใช้วิธีอย่างคนธรรมดา เพื่อปกป้องความรักของคนธรรมดา แต่นานวันเข้า การปกป้องนี้กลับหลอมรวมกลายเป็นตำนานย่อม ๆ เรื่องหนึ่ง
1
เป็นเด็กดีนะ
กับเรื่องราวความรักของแม่หญิงมะพร้าว ที่เริ่มจากความเป็นเพื่อน คบกันแต่เหมือนไม่ได้คบ เขาแอบชอบเธอมาตลอด แต่เธอก็ไม่เคยรู้ เพราะฝ่ายชายเป็นคนเงียบ ๆ พูดไม่เก่ง เดินทางแต่ละครั้งก็หลายเดือนกว่าจะกลับ
1
มีช่วงหนึ่งที่เขาหายไปสามปี พอกลับมาก็เก็บตัวเขียนหนังสืออีกสองปี แต่ในระหว่างสองปีนั้น เธอก็คอยดูแล แอบมาเก็บผ้าไปซักให้ ซื้อของมาใส่ตู้เย็นไว้ให้ เธอก็ไม่เคยเรียกร้องสถานะอะไร ขอแค่ได้อยู่ช่วยเป็นกำลังใจให้กัน แม้แต่คำว่ารัก ทั้งคู่ก็ไม่เคยบอกกัน เธอเองก็ทำงานหนักมาก
1
ความสัมพันธ์ที่ใคร ๆ ก็ลุ้นให้ได้ลงเอย กัน
สิบปีผ่านไป ทุกอย่างก็ยังราบเรียบ
ทั้งคู่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ฐานะมั่นคง และยังคุยกันลากยาวมาถึง 13 ปี กว่าจะได้แต่งงานกัน
เห้อ ! อ่านแล้วลุ้นตามทุกครั้งที่เขาเจอกัน
จนถึงวันที่ต้าปิงได้รับข้อความให้ไปเป็นพิธีกรในงานแต่ง
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวความรักที่สวยงามมาก ต้าปิงเขียนเป็นนิยายรักค่ะตอนนี้ อ่านเพลิน ลุ้นไปกับความอึนของพระเอก
และรักแท้ อดทนรอคอยได้
10 ดั่งวายุอาชา :
มิตรภาพระหว่างการเดินทาง ผู้คนที่เขาได้พบเจอ คนแปลกหน้า เพื่อนร่วมทาง และประสบการณ์ที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด
"ในชั่วขณะของความคิด เราจะพบว่ามักมีบางสิ่ง ที่ไม่เคยจืดจางลเลย
เพื่อนในวัยเยาว์
พี่น้องในวัยคะนอง
และเพื่อนเก่าในวัยกลางคนของผมก่อนวันสิ้นลม พวกเขาล้วนเป็นเด็กที่ยังต้องเติบโต ไม่เคยโตเต็มที่ และไม่เคยหยุดโต แม้เราไม่มีวันเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ แต่ลูกใบนี้ก็ไม่มีวันเปลี่ยนเราได้เช่นกัน
วันเวลาพาริ้วรอย ผมหงอกและพุงน้อย ๆ มาด้วย แต่ไม่มีวันพาอาชาหนุ่มในใจของพวกเราไปไหนได้"
บทนี้เข้มข้นแบบลูกผู้ชาย
2
11 เรื่องของเหตุและผล :
เป็นเรื่องราวความรักของเฉิงจื่อกับโต้วเอ๋อร์
เป็นเด็กดีนะ
ความรักที่เหมือนดั่งว่า เป็นคู่กันมาแต่ชาติปางไหน นี่หรือคือโชคชะตา คู่ชีวิตที่ฟ้าลิขิตไว้ให้แล้ว
1
เมื่อเธอรู้ใจตัวเองว่าเธอรักเขา ผู้ชายที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะเลือกเขา ดูยังไงก็ไม่เหมาสมและคู่ควร
เธอเก่ง กล้า สามารถ มีสติปัญญาหน้าที่การงานดี มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
เธอมั่นคง หนักแน่น อดทน รอคอย และระหว่างนั้น เธอก็วางแผนเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในชีวิตเขาอย่างตั้งใจ
ใช่ค่ะ เธอตั้งใจรักเขาจริง ๆ
อ่านแล้วยอมใจโต้วเอ๋อร์จริง ๆ
เมื่อเธอรู้ว่าผู้ชายที่เธอแอบชอบขายทรัพย์สมบัติทุกอย่าง ทิ้งหน้าที่การงานที่มั่นคง เพื่อไปออกเดินธุดงค์แสวงบุญ ฝึกชงชาไปตามสถานที่ต่าง ๆ กับพระอาจารย์ (2 ปี)
เธอกลัวว่าเขาจะบวชตลอดชีวิต จึงไม่รอช้า เธอขอตามไปส่งเขาและคุยกับพระอาจารย์ ถามท่านว่า ทำไมท่านไม่เลือกเอาคนอื่นไป ไม่เห็นใจในวาสนาของเธอบ้างเหรอ
พระอาจารย์ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากคำว่า "อื้ม"
พวกเขาออกเดินทางตามแผนที่วางไว้
เธอร้องไห้เจ็บปวดหัวใจแทบบ้าลำพัง แล้วกลับมาทำงานอย่างบ้าคลั่ง เพื่อให้ลืมเขา แต่ก็ลืมไม่ได้สักที นาน ๆ ก็ส่งข้อความหาเขาสักครั้ง เขาตอบบ้างไม่ตอบบ้าง และคำตอบก็แสนจะเรียบง่าย แค่บอกชื่อสถานที่ ที่พวกเขาเดินทางไปถึง
สองปีผ่านไป หน้าที่การงานของเธอก้าวหน้า ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง
และแล้ววันหนึ่งเขาก็ทักมาหาเธอว่าตอนนี้เขาอยู่ที่เมืองที่เธออยู่ เธอรีบนัดเขาออกมาเจอกันทันที และดีใจมากที่เห็นว่าเขาไม่ใช่นักบวช ยังมีผม ยังใส่เสื้อผ้าแบบคนปกติ
(พระอาจารย์นำเขามาส่งคืนให้เธอ แล้วก็หายตัวไปดั่งเทพเซียน)
เธอถามถึงแผนการณ์ต่อไปของเขาว่าต่อไปนี้จะทำอะไรยังไงบ้าง
เขาบอกให้เธอรู้ถึงกำหนดการเดินทางในอีกสองวันข้างหน้า
เธอตัดสินใจเงียบ ๆ คนเดียว แน่วแน่ หนักแน่น มั่นคง ไม่ปรึกษาใคร
โต้วเอ๋อร์มีเวลาสองวันในการเคลียร์งานเอกสารทุกอย่างของตัวเอง
เดินทางไปลาคุณปู่คุณย่า ในตอนแรกท่านก็ไม่เห็นด้วย แม้พวกท่านจะรักและเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน แต่เมื่อเธอตัดสินใจแล้ว พวกท่านก็ต้องจำยอม
เธอไปบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้คุณแม่ฟังเพื่อขอพร คุณแม่ผู้ตามใจเธอทุกอย่าง ไม่เคยคัดค้าน
แล้วก็กลับมาเก็บข้าวของที่จำเป็นใส่กระเป๋า
เธอตัดสินใจจะติดตามเขาไปทุกหนทุกแห่ง โดยไม่ถามเขาเลย !!!!
วันเดินทางมาถึง เธอยื่นกระเป๋าเดินทางให้เขา และบอกว่าช่วยยกเก็บให้หน่อย แม้เขาจะห้ามอย่างไร เธอก็ไม่สนใจ
เขาจึงยื่นข้อเสนอให้เธอว่า ให้ติดตามเขาไปได้แค่สองเดือน
ในฐานะ พี่ น้อง
เขาเป็นสุภาพบุรุษ และให้เกียรติเธอเสมอ แม้ในบางแห่งที่ต้องนอนในห้องเดียวกัน เขายอมนั่งหลับตาทำสมาธิทั้งคืน !
เธอไม่เคยยอมแพ้ เธอรัก ศรัทธา บูชาในความเรียบง่ายของเขา เธอรักเขาจากทั้งหมดของหัวใจจริง ๆ
เมื่อครบสองเดือน เขาเตือนให้เธอกลับบ้านไปได้แล้ว
มีหรือเธอจะยอม เธอคิดวางแผนเผด็จศึกเขาขึ้นมาทันที
"ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะรุกก่อน เคยได้ยินมาว่าช่วงพลบค่ำ เป็นเวลาที่ผู้ชายใจอ่อนที่สุด"
ที่สวนผักข้างหมู่บ้าน
"เขาชอบกินหัวไชเท้า ฉันหยิบหัวไชเท้าต้นใหญ่ที่ล้างจนสะอาดแล้วออกมาให้เขากิน"
แล้วเธอก็เริ่มคำถาม
เมื่อเขายังยืนยันจะให้เธอกลับไป สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
เธอโกรธเขามาก ที่ทำเหมือนคนไม่มีหัวใจ
"พี่จะใจดำไล่ให้ฉันไปแบบนี้จริง ๆ ใช่ไหม พี่ใจดำขนาดนี้จริง ๆ เหรอ คนธรรมะธรรมโมอย่างพี่ต้องใจร้ายกับฉันถึงขนาดนี้เลยใช่ไหม"
เขาขึ้นเสียงโต้กลับ "ใช่"
"งั้นก็ดี"
พอดีข้าง ๆ นั้นเป็นไซต์ก่อสร้าง โต้วเอ๋อร์จึงหยิบก้อนอิฐขึ้นมาทุบหัวของตัวเอง !!!
เขาร้อง "เฮ้ย" ! เสียงดังลั่น
"ร่างของฉันถูกเขาประคองกอดไว้แน่น รัดแน่นจนฉันจะขาดใจตาย ก้อนอิฐฟาดฉันไม่ตาย แต่จะตายเพราะอ้อมแขนของเขาแทน
นับแต่นั้นมาพวกเราก็ลงหลักปักฐานที่ลี่เจียง"
 
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวคู่รักฟ้าประทานพร หรือพรหมลิขิต และนี่คือเรื่องจริง ที่ต้าปิงเล่าได้ครบรสจริง ๆ ค่ะ
ยังมีเรื่องราวความโรแมนติกของพวกเขาอีกเรื่อง ที่ต้องพูดถึง นั่นคือจุดเริ่มต้นการพบกัน "เขาอาบน้ำให้เธอ"
เมื่อเธอพาเขาไปพบคุณปู่คุณย่า หลังจากที่ได้คุยกับเขา คุณปู่ก็ได้แต่พึมพำคำว่า "ฟ้ากำหนดแท้ ๆ" อยู่ซ้ำ ๆ
ย้อนไปตอน โต้วเอ๋อร์อายุสองขวบ วันนั้นที่บ้านมีแขกมาเยี่ยม คุณย่าวางเธอไว้ในอ่าง ผู้ใหญ่ต่างกำลังยุ่งกับการต้อนรับทักทายกัน เด็กผู้ชายผู้มาเยือนในวัยเก้าขวบ ช่วยอาบน้ำให้เธอ เช็ดตัวเสร็จแล้วก็อุ้มมาโอ๋ กอดกันนอนหลับคู่อยู่บนโซฟา
1
โดยเขาหารู้ไม่ว่า เด็กผู้หญิงในอ้อมกอดของเขาวันนั้น จะมาเป็นภรรยาของเขาในวันนี้
2
12 ศิษย์น้องผมไม่ใช่คน :
ผมงงมากจึงพูดขึ้นว่า
"มันเป็นหมานะ… เป็นหมาจะเป็นศิษย์วัดได้อย่างไรครับ"
พระอาจารย์ถามกลับว่า
"มันเป็นสิ่งมีชีวิตใช่หรือไม่"
ผมตอบว่า "ใช่ครับ"
พระอาจารย์ถามต่ออีกว่า
"และเธอก็เป็นสิ่งมีชีวิตเช่นกันใช่หรือไม่"
ผมตอบว่า "ผมไม่เข้าใจว่าอาจารย์หมายความว่าอย่างไร"
ท่านหัวเราะลั่นแล้วตอบว่า
"ใช่สิ เธอก็เป็นสิ่งมีชีวิต อาตมาก็เป็นสิ่งมีชีวิต มันก็เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน โอเค คำตอบจบแล้วเท่านี้เธอไปคิดต่อเอาเองจนกว่าจะเข้าใจก็แล้วกัน"
1
เป็นเด็กดีนะ
ในบทส่งท้ายต้าปิงมีข้อความที่น่ารักมากมายฝากไว้ให้ผู้อ่าน เช่น
"ผมเป็นเด็กน้อยในร่างชายรุ่นใหญ่ และเป็นนักเขียนที่ชอบถ่ายทอดเรื่องราว
ในเมื่อทุกคนชอบอ่านเรื่องที่ผมเขียน เช่นนั้นขอเชิญมาร่วมสร้างเรื่องราวด้วยกันเสียเลย
หากคุณอ่านหนังสือของผมจบแล้วโปรด @ ชื่อผมในเว็บ เวยป๋อ
ไม่ว่าคุณจะซ่อนตัวอยู่มุมไหนของโลก ถ้าผมสุ่มได้ชื่อคุณ ผมจะแบกกีตาร์ไปเลี้ยงอาหารมื้อเย็นใต้แสงเทียนกับคุณถึงที่
ไม่ว่าคุณจะอยู่บนภูเขาสูงเสียดฟ้าหรือกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ผมจะไปถึงที่นั่นแน่นอน"
1
ไม่แน่นะคะ วันหนึ่งเพื่อน ๆ อาจเห็นข่าวต้าปิงมาหาเที่ยวที่เมืองไทย และไปพบใครสักคนอิอิ 💃🏾💃🏾💃🏾
1
ในย่อหน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ที่ต้าปิงกล่าวไว้
"มักกล่าวกันว่า ต้องสร้างบุญร่วมกันถึงร้อยปี
จึงจะได้ลงเรือข้ามฟากลำเดียวกัน คุณและผมได้เจอกันในหนังสือเล่มนี้ เปรียบได้กับการร่วมเดินทางในเรือลำเดียวกัน
เวลานี้เรือเทียบท่าแล้ว จึงขอลากันตรงนี้
โค้งอำลาด้วยความเคารพ
จากกันที่ตรงนี้ หากมีวาสนาคงได้พบกันอีก ในวันใดวันหนึ่ง ณ ที่ใดที่หนึ่ง"
อมิตาภพุทธ : ต้าปิง
และก่อนจบบทความวันนี้ ผู้เขียนขอฝากคลิปที่ต้าปิงพูดถึงเมืองไทยให้เพื่อน ๆ ดูด้วยก็แล้วกัน ว่าหนุ่มนักพเนจรคนนี้น่ารักมาก ๆ
เขาเคยมาเมืองไทย ไปถนนข้าวสาร เล่นน้ำสงกรานต์ และไปเที่ยวเชียงใหม่ เขาชอบที่นั่นมาก คิดว่าอยากมีบ้านที่เชียงใหม่ไว้สักหลัง เวลามาเที่ยวเมืองไทยจะได้พักอยู่นาน ๆ อ้อ ต้าปิงเคยไปเล่นกีตาร์เปิดหมวกที่ประตูท่าแพด้วยนะคะ
ชื่อหนังสือ : เป็นเด็กดีนะ
เขียนโดย : ต้าปิง
แปลโดย : ศุณิษา เทพธารากูลการ
จำนวนหน้า : 416 หน้า
ราคา : 395 บาท
แนวหนังสือ : เรื่องเล่า ประสบการณ์ใช้ชีวิต สารคดีแปล
สำนักพิมพ์ : Post Books
สนใจหนังสือ 👇
ปล. หนังสืออาจหมดไปแล้ว ในวันที่ท่านมาเจอบทความนี้ ต้องขออภัย ลองสอบถามไปตามร้านหนังสือใหญ่ ๆ เช่น ซีเอ็ด นายอินทร์ kinukuniya
ขอบคุณค่ะ
ผู้สังเกตการณ์
พร้อมเดินทาง
1.9K รับชม
    ... ธรรมะ..ดา
    ขอแปะไว้ก่อนนะคะ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      5 ทักษะชีวิต ที่โรงเรียนไม่มีสอน เคยรู้สึกเหมือนกันไหมครับว่า วิชาบางวิชา สมัยเรียนท่องกันแทบตาย สุดท้ายแทบไม่เคยได้เอามาใช้ในชีวิต กับความรู้บางอย่างที่สำคัญมากๆ แต่ก็เพิ่งจะมารู้เอาตอนทำงาน ก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมถึงไม่มีสอนในโรงเรียน
      จับตาเอเชียปี 2023 ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกถดถอย โดย คุณนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer, KAsset
      ที่เห็นนี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แฮรี่ ชุตตาร์ ปราการหลังทีมชาติออสเตรเลีย จากสโต๊คซิตี้ สูง 6.6 ฟุต(1.98 ม.) ลีโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า จากแพรีสแซงแช็กแม็ง สูง 5.7 ฟุต(1.69 ม.)
      เปิดงานวิจัย 'จีน' สูญเสียเกิน 2 ล้านคน หากเลิก 'โควิดเป็นศูนย์' จีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการโควิดเป็นศูนย์แล้ว ประชาชนทั้งโล่งอกและกังวลกับผลลัพธ์ทางสุขภาพและระบบสาธารณสุขที่จะตามมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน คณะนักวิจัยวิเคราะห์จำนวนผู้เสียชีวิตหากจีนกระโดดไปเปิดประเทศเต็มที่ ส่วนใหญ่ชี้ที่อัตราฉีดวัคซีนจีนค่อนข้างต่ำและขาดภูมิคุ้มกันหมู่เป็นจุดเปราะบางที่สุด
      ดูทั้งหมด