28 เม.ย. 2022 เวลา 01:01 • หุ้น & เศรษฐกิจ
รู้จักกับทฤษฎีจุดผลิตน้ำมันสูงสุด คำพยากรณ์ที่บอกว่าโลกจะโกลาหลเพราะราคาน้ำมันแพง
เราทุกคนกำลังประสบปัญหาน้ำมันแพงลิบลิ่ว และเป็นที่รู้กันดีว่าสาเหตุประการหนึ่งนั้นมาจากสงคราม
ว่ากันว่า มีการพยากรณ์เมื่อหลายสิบปีก่อนว่าจะเกิดความขัดแย้งในแหล่งที่มาของน้ำมันดิบ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 21
สิ่งที่ตามมาจากความขัดแย้งคือปริมาณที่ลดลง ในขณะที่ราคาวิ่งสวนขึ้น เพราะน้ำมันจากพื้นพิภพไม่ใช่ทรัพยากรที่มีเหลือเฟือ และอาจจะมีวันที่หมดสิ้นไป
แล้วคำพยากรณ์ดังกล่าวมาถึงแล้ว หรือกำลังจะมาถึง บทความนี้จะพาไปหาคำตอบกับทฤษฎีที่เรียกว่า.. “จุดผลิตน้ำมันสูงสุด”
ย้อนกลับไปปี 1956 คิง ฮับเบิร์ต นักธรณีวิทยาได้เสนอแนวคิด Peak Oil หรือ จุดผลิตน้ำมันสูงสุด ซึ่งหมายถึง จุดการใช้ปริมาณทรัพยากรน้ำมันใต้พื้นพิภพครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด จนทำให้การผลิตลดลงแล้วส่งผลกระทบเป็นโดมิโนให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจคือฮับเบิร์ตกล้าวไว้อีกว่า เมื่อจุดผลิตน้ำมันสูงสุดมาถึง โลกจะเกิดความโกลาหลอย่างหนัก ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจะถูกเร่งให้เพิ่มสูงขึ้นจนถึงจุดหนึ่งจนทำให้ราคาตกฮวบ โดยเส้นกราฟราคาของมันจะเป็นรูประฆังคว่ำ ซึ่งถูกตั้งชื่อตามผู้เสนอแนวคิดว่า “Hubbert Curve”
แล้วจุดผลิตน้ำมันสูงสุดบอกอะไรกับเรา ?
ทันทีที่มนุษยชาติรู้ว่าน้ำมันในพื้นพิภพเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว ผู้ผลิตจะลดการผลิตลงเพื่อเก็งกำไรในราคาที่ดีดตัวสูงขึ้น เพราะสินค้าใดที่มีความต้องการมากขึ้น ราคาก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น หากมีใครที่พยายามกักตุนเพื่อเก็งกำไรซ้ำอีก ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นอีก สิ่งที่ตามมาคือโลกของเราจะมีการแก่งแย่งน้ำมันจนเกิดเป็นสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่
ราคาน้ำมันจะส่งผลให้ปุ๋ยเคมีสูงขึ้นตาม และผลพวงสุดท้ายคือเราทุกคนก็จะซื้ออาหารในราคาที่แพงขึ้นอีก เรียกได้ว่าเฟ้อแล้วเฟ้ออีก
รู้ไหมว่า ฮับเบิร์ตเคยพยากรณ์ไว้ว่าปี 1970 จะเกิดเหตุการณ์จุดผลิตน้ำมันสูงสุด ซึ่งคำพยากรณ์ของเขาก็เป็นจริงเสียด้วย เพราะในปี 1970 อัตราการผลิตน้ำมันถึงจุดสูงสุดแบบที่ไม่เคยมีสถิตินี้มาก่อน นั่นคือ 1,145 ล้านลิตรหรือ 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน แล้วก็ลดลงเรื่อยๆ ในปีต่อๆ มา
แต่จะว่าเป็นการพยากรณ์ก็ดูเหมือนจะมูเตลูเกินไป แท้ที่จริงแล้วฮับเบิร์ตใช้การพิจารณาและคำนวณจากปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐอเมริกา จึงทำให้รู้ว่าอาจเกิดจุดสูงสุดในช่วงปี 1970
ทว่าหลังจากช่วงปี 1990 วิทยาการการขุดเจาะน้ำมันของมนุษยชาติเพิ่มขึ้น ทำให้มีการค้นพบแหล่งน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่ทฤษฎีจุดผลิตน้ำมันสูงสุดก็ไม่ได้ถูกทำลายลงเสียทีเดียว เพียงแต่มันถูกขยายเวลาออกไปเท่านั้นเอง
คำถามก็คือ แล้วจุดผลิตน้ำมันสูงสุดมาถึงแล้วหรือกำลังจะมาถึง ?
แอดต้องเรียนคุณผู้อ่านตามตรงว่าแอดเองก็ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้จริงๆ เพียงแต่เป็นคนหาข้อมูลมาเผยแพร่ ซึ่งข้อมูลที่ได้มาจากหลายๆ แหล่งนั้นต่างก็คาดการณ์ทำนองเดียวกันว่าจุดผลิตน้ำมันสูงสุดจะมาถึงในปี 2030 ที่จะถึงนี้
ไมเคิล รีไบรห์ แห่งสถาบันกองทุนการเงินบลูมเบิร์ก (BNEF) คาดการณ์ว่าแนวโน้มการผลิตเชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์ใต้พื้นพิภพจะหยุดลงเกือบทั้งหมดในปี 2030 แล้วเขาก็พูดแบบหล่อๆ อีกว่า มนุษยชาติควรหยุดการใช้เชื้อเพลิง เพื่อป้องกันสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงโดยที่ไม่อาจหวนคืนกลับมาได้ง่าย
บิล ริชาร์ดสัน อดีตผู้ว่าการรัฐนิวเม็กซิโก ก็เคยกล่าวถึงจุดผลิตน้ำมันสูงสุดในปี 2030 ที่บอกว่าไม่คิดว่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้ และก็บอกอีกว่ามนุษยชาติควรพัฒนาการผลิตพลังงานสะอาดให้มากกว่าที่เป็นอยู่
อย่างไรก็ดี ในแง่ของการพิจารณาตามความเป็นจริง ตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา ประเทศกำลังพัฒนาที่มีประชากรมหาศาลอยู่แล้วอย่างเช่น จีน อินเดีย และบราซิล มีการปรับตัวสูงขึ้นของประชากรขึ้นอีกอย่างทวีคูณ
ซึ่งสิ่งที่ตามมา มีการคาดการณ์ไว้ว่าจำนวนชนชั้นกลางทั่วทั้งโลกจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 50 หรือมีมนุษยชาติเพิ่มขึ้นอีก 3,000 กว่าล้านคน
เมื่อรวมแล้วประการทั้งโลกก็จะมากกว่า 10,000 ล้านคน สิ่งที่ผู้คนทั้งหมื่นล้านต้องการเพิ่มขึ้นคือพลังงานและการใช้ผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยหรือรถยนต์
สิ่งที่น่าสนใจคือเราทุกคนกำลังใช้คลาวด์คอมพิวติ้งเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในสกุลเงินดิจิทัลและการสร้างโลกเสมือนขึ้นมา ซึ่งมันจำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาล แม้ว่าโลกจะมีการลงทุนพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น แต่อย่าลืมว่าการผลิตพลังงานยังมีนักลงทุนหลายคนที่สร้างผลกำไรจากการที่ต้องใช้เชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์อยู่
ปัจจุบันจีนแผ่นดินใหญ่คือชาติที่ลงทุนในพลังงานหมุนเวียนมากที่สุดในโลก
อย่างไรก็ดี ไม่มีใครบอกได้แน่ชัดว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นใครหลายคนคงถูกหวยรางวัลที่ 1 ไปแล้ว
แต่อดีตคือบทเรียนสำคัญที่จะบอกว่าปัจจุบันเราควรเดินอย่างไร และตัดสินใจอย่างไรที่จะส่งผลต่ออนาคต
ไม่พลาดทุกคอนเทนท์ของเทคฮีไร
Line Official: https://lin.ee/cB2Muk0
ติดตามเทคฮีโร เพิ่มเติมได้ที่..
Reference
-ปาร์ก พยองนยูล. (2018). เศรษฐศาสตร์ : เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย, 2018(1), (p.152-154). กรุงเทพฯ: ชอร์ตคัต อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง
โฆษณา