29 เม.ย. 2022 เวลา 06:40 • ปรัชญา
จุดอ่อนของจิตเรา ก็อยู่ตรงที่ มาอาศัยเรือนกายนี้ มีลมเข้าลมออก วันไหนหายใจไม่สะดวกก็อึดอัด ไม่สบายเนื้อสบายตัว แล้วเมื่อมาอาศัยเรือนกายนี้ ก็ใช้วิญญาณหก ไปสำผัส จดจำเรื่องราวต่างๆ ทั้งที่ดีไม่ดี ภาพที่ชอบใจไม่พอใจ เสียงที่ไม่พอใจ จดจำมา สะสมเข้ามา ไม่รู้เลยว่า สิ่งที่ไปจดจำยืดถือ นั้นมันเข้ามาภายในกายนี้ มีอารมณ์นึกคิดต่างๆปรุงแต่งตลอดเวลา ไม่สามารถจะหยุดอารมณ์นึกคิดได้เลย จนเมื่อมาฝึกหัด เรื่องราวของสติ ให้สติสัมปชัญญะเข้มแข็งขึ้นมา เข้มแข็งพอที่ไม่ให้กายนั้นสั่นไหว กระเพื่อมไปตามอารมณ์ จึงได้สังเกตุ เห็นลมหายใจที่เข้าออก ก็เป็นก็มีอารมณ์มีสีดำปกคลุมอยู่ที่ลมเข้าลมออก จิตเราก็หายใจเข้าออกด้วยอารมณ์
เช่น เมื่อมีอารมณ์โกรธ ลมที่เข้าออกในกายนี้ นี้ก็เป็นลมของอารมณ์โกรธไปด้วย ลมหายใจเข้าออกมันก็เป็นอารมณ์ ..เป็นสีย เป็นละออง ไปสะสมอยู่ที่ธาตุสี่ ธาตุสี่ก็พลอยมีกรรมสีดำๆไปเกาะติดอยู่ หายใจเข้าออกนานวันนานปีด้วยอารมณ์ที่คลุมอยู่ เรากายก็แก่เฒ่าชรา เจ็บป่วย ตายไปด้วยกรรม
เมื่อเรารู้จักลมหายใจ ที่ปรุงแต่งด้วยอารมณ์ เราก็หยุดลมหายใจนั้นชั่วขณะหนึ่ง ให้อารมณ์นึกคิดนั้นหยุด หยุดความคิดที่ปรุงแต่งเสีย ขณะที่ที่เรากลั้นลมหายใจ หยุดลมหายใจชั่วขณะหนึ่ง เราก็สังเกต ในกายนี้มีอะไรปรุงแต่ง ความคิดที่ปรุงแต่ง ขณะที่ทำเราดูหายใจเข้าออก ยึดลมเข้าออกอยู่ เราหยุดลมชั่วขณะหนึ่ง ก็สังเกตความคิดนั้น ว่ามันกระจายออกไป พอเราจับลมหายใจเข้าออกใหม่ ความคิดมันก็มาอีก เพราจิตเรายังไม่แข็งแรง เราก็ฝึกหัดไปเรื่อย ให้จิตนั้นแข็งแรง ต่อสู้อารมณ์ที่เกิดขึ้นในตัวตน เพื่อชนะเอารม์ในตัวตนของเราเอง ไม่ได้ไปชนะใครที่ไหน
โฆษณา