30 เม.ย. 2022 เวลา 07:15 • ความคิดเห็น
U.S. OIL "ข้ากลับมาแล้ว!!!"
สงครามราคาน้ำมัน กำลังเดือดพล่าน หลังรัสเซียเปิดศึกกับยุโรป โดยเอาน้ำมันมาขู่ ล่าสุดตัดการส่งโปแลนด์ไปเรียบรัอยแล้ว
เรื่องพลังงาน ถ้าเป็นยุโรปโดดๆ คงไม่รอดเงื้อมมือรัสเซียแน่
แต่พอดีพวกเขามีอเมริกาและแคนาดาเป็นแบ็คอัพ เรื่องนี้จึงดูมีทางออก และทำให้รัสเซียอาจไม่สมหวังไม่ซะแล้วล่ะ
....มันเป็นเกมส์ชิงไหวพริบที่น่าสนใจ พอๆกับสมรภูมิการรบจริงๆเลยทีเดียว...
มีรายงานจากสหรัฐว่า ตอนนี้อุตสาหกรรมน้ำมันของอเมริกาเหนือ กำลังกลับมาเดินเครื่องเต็มสูบอีกครั้ง จากที่หายไปช่วงโควิด
จากที่คนในอุตสาหกรรมนี้ หายไปมากกว่าครึ่งด้วยผลของโควิด
ปัจจุบัน มีแรงงานในอุตสาหกรรมนี้กลับมาทำงานแล้ว มากกว่า 6 แสนตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าก่อนโควิด ที่อุตสาหกรรมน้ำมันอเมริกาเหนือมีอยู่ 7 แสนเศษไม่มากนัก และกำลังรับคนเพิ่มแบบไม่อั้น. ด้วยค่าแรงที่สูงลิ่วถึง 550$ ต่อชั่วโมง...
1
นี่เป็นผล จากการกดดันและส่งเสริมของรัฐบาลสหรัฐและแคนาดา ให้ผู้ผลิตน้ำมันเริ่มปั๊มน้ำมันทุกประเภทในมือของตัวเองเพิ่ม
เพื่อหาทางทดแทนส่วนของรัสเซียที่อาจหายไปในตลาดโลก จากการโดนคว่ำบาตร
1
...เพียงสองเดือนจากการประกาศคว่ำบาตร อัตราเร่งขนาดนี้ของธุรกิจน้ำมันในอเมริกาเหนือ ค่อนข้างน่าทึ่งมาก...
และจำนวนจ้างงานคนขนาดนี้ หมายความว่า เชลล์ออยล์สหรัฐที่หลายคนเข้าใจว่าตายไปแล้ว มันไม่เคยหายไปไหนเลย สงครามเหมือนไปชุบชีวิตมันกลับมาอีกครั้งเสียด้วยซ้ำ
ทาง EIA สหรัฐ ประเมินว่า พวกเขาจะสามารถไต่ถึงระดับการผลิตที่ 12 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ภายในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงช่วงบูมทีเดียว
และยังมีในส่วนของแคนาดาเจ้าพ่อทรายน้ำมันอีก 5.9 ล้านบาร์เรลต่อวันเข้ามาเสริม
...สองที่รวมกัน 18 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่รัสเซียทำได้สูงสุดที่ 11 ล้านบาร์เรลต่อวันเยอะมาก และส่วนต่างนี้แหละ จะกดราคาตลาดในเวลาต่อไป
...เป็นการแก้เกมส์ที่รัสเซียอาจต้องสะอึก เมื่อเดือนสิงหาคมมาถึง
สหรัฐนั้นจะส่งน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ จำนวนมหาศาลไปยุโรปในช่วงสิงหาคม
เพื่อเติมคลังน้ำมันยุโรปให้เต็มก่อนเข้าหน้าหนาว.
ซึ่งศักยภาพการสำรองน้ำมันในยุโรป จะทำให้พวกเขามีใช้ได้ราว 6 เดือน. เพื่อไม่ให้พวกเขาเดือดร้อนจนเกินไป จากการคว่ำบาตรรัสเซีย
...ซึ่งถ้าถึงตรงนั้น ส่วนต่าง 7 ล้านบาร์เรลต่อวันในตลาดที่ควบคุมโดยสหรัฐฯ ก็น่าจะมากพอ ที่จะทำให้รัสเซียกดดันพวกเขาด้วยพลังงานไม่ได้อีกต่อไป
...ยุโรปก็อาจต้องปรับตัวไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะ เยอรมัน อิตาลี ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติทางท่อจากรัสเซียเยอะ พวกเขาจะต้องเปลี่ยนมาใช้เป็นก๊าซที่ได้ผลผลิตจากการกลั่นน้ำมันแทน
...แต่สำหรับยุโรป นั่นก็ดีกว่าขาดแคลน และดีกว่าจ่ายให้รัสเซีย ที่ไม่รู้ว่าเงินที่จ่ายไปจะกลายเป็นอาวุธมาทำร้ายตัวเองเมื่อไหร่...
แน่นอนว่าทั้งก๊าซและน้ำมัน มันคงไม่ถูกเหมือนก่อนสงครามแล้ว เพราะสหรัฐเองก็ต้องทำในราคาที่ผู้ผลิตของพวกเขาอยู่ได้ ซึ่งก็คงราวๆ 80-100$ คงมากกว่านี้ไม่มากนัก เพราะถ้าสหรัฐเป็นผู้ควบคุมตลาด พวกเขาจะพยายามทำให้ถูกเพื่อสกัดเงินเฟ้อไปในตัว
1
และราคานี้ คือทางยุโรปรับได้ โดยไม่เป็นปัญหากับสภาพเศรษฐกิจของพวกเขาเอง
ที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ คือเกมส์น้ำมัน จะกลับมาอยู่ในมือสหรัฐอีกครั้ง...
1
สหรัฐนั้นเสียการกำหนดราคาน้ำมันจากความพ่ายแพ้ในสงครามทุบราคาต่อโอเปก เมื่อช่วงต้นของวิกฤติโควิดรอบแรกสามปีก่อน
1
แต่รอบนี้ต่างกันมาก โอเปกและ non OPEC ไม่มีทาง ทุบราคา เพื่อทำลายอุตสาหกรรมน้ำมันสหรัฐ ได้แบบที่ทำมาตอนโควิดอีกแล้ว
2
เพราะ demand นั้นเยอะ ใครโก่งราคาก็จะเสียส่วนแบ่งการตลาดอย่างแน่นอน โอเปกก็รู้เรื่องนี้ดี
ประกอบกับปัจจัยทางการเมืองโลกในปัจจุบัน
ที่ใครก็ตามยกเว้นสหรัฐทุบราคาน้ำมัน จะต้องโดนรัสเซียหมายหัว
มันย่อมทำให้ OPEC นั้นไม่กล้าทำแบบนั้นอีกอย่างแน่นอน
...ดังนั้น ถ้าสหรัฐดันกำลังผลิตได้ตามเป้า พวกเขาจะครอบครองตลาดน้ำมันอีกครั้ง อย่างสิ้นเชิง และอาจเป็นตลอดไป จนถึงปี 2030 ที่พลังงานฟอสซิลจะเริ่มหมดยุคลง
1
...แล้วรัสเซียจะทำอย่างไร จะแก้เกมส์ไหวเหรอ คู่แข่งค่อนข้างมีหมัดหนักมากนะ. จะลดราคาสู้ก็ไม่ได้ เพราะตัวเองอยากให้แพง...
...และยุคน้ำมันนั้นเหลือเวลาให้รัสเซียกอบโกยเป็นทุนไม่มากแล้ว พวกเขาจะทำอย่างไรกับอนาคตตัวเอง...
บางคนอาจเข้าใจว่า สหรัฐกับยุโรปอยู่ตั้งไกล ค่าขนส่งแพงแน่ จะช่วยอะไรได้...
นี่คือความเข้าใจที่ผิด
เหตุผลคือสหรัฐนั้น ช่วงฟื้นจากโควิด พวกเขาไม่มีกำลังผลิตขนาดนี้ ประกอบกับ ความเสียหายของแท่นขุดเจาะในเม็กซิโกจากเฮอริเคน ทำให้สหรัฐต้องมาแย่งกับชาวโลกซื้อน้ำมันจากตะวันออกกลาง ทำให้ราคาตลาดโลกมันแพง
แต่เมื่อพวกเขามีกำลังผลิตพอใช้แล้ว เขาก็ไม่ซื้อจากตะวันออกกลางอีก ทำให้ตะวันออกกลางต้องลดราคาลง และรวมถึงแหล่งจากแอฟริกาก็เช่นกัน
1
...นั่นจะทำให้ยุโรปได้ราคาที่ถูกลงไปเอง โดยไม่ต้องง้อรัสเซียอีกต่อไป
และการที่สหรัฐเหลือมากขนาดนี้ มันก็ยิ่งทำให้ยุโรปสามารถสั่งซื้อมาสต็อกได้เรื่อยๆ แบบไม่เร่งรีบมากนัก เมื่อปีหน้ามาถึง เพราะสงคราม การคว่ำบาตร มันลากยาวแน่ๆ
..นี่เป็นแผนระยะยาวของค่ายตะวันตก ที่จะทุบรัสเซียไม่ให้เกิดไปอีกตลอดกาล
...พูดง่ายๆ คือสหรัฐใช้วิธีเพิ่มผลผลิตของตัวเองให้ล้นตลาด เพื่อกดดันกลไกราคาช่วยยุโรปนั่นเอง ไอ้ที่บอกสหรัฐจะรวยเพราะขายตรงๆให้ยุโรปน่ะ จริงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ...
มันเป็นการแก้เกมส์น้ำมันของสหรัฐต่อรัสเซีย ที่ค่อนข้างเด็ดขาดมากจริงๆ
และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไม เยอรมนีและอิตาลี จึงขีดเส้นไว้ที่เดือนสิงหาคม ในการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย
...ถ้ายุโรปอึดได้ถึงช่วงนั้น ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหมดเลยจริงๆ ซึ่งดูแล้วไม่น่ามีปัญหา เพราะไม่ใช่ช่วงพีคที่มีความต้องการพลังงานมากเหมือนหน้าหนาว
เราจะเห็นว่า การแก้เกมส์ของสหรัฐครั้งนี้ คือพวกเขาได้อะไรหลายเด้งเลยทีเดียว
...ได้ผลต่อสงคราม
...ได้ขายน้ำมัน กลับมาครองตลาด
...ได้สร้างงานคนของตัวเองหลายแสนตำแหน่ง
...ได้เศรษฐกิจภายในประเทศ
...และหากเขาคือผู้กำหนดตลาดน้ำมัน อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดของอเมริกาอย่าง "ดอลลาร์" มันก็จะยิ่งมีความสำคัญในตลาดโลกต่อไป
...มันอาจจะมากกว่าเดิม สวนทางทฤษฎีแบงค์กงเต๊กเสียด้วยซ้ำ
1
...แค่เรื่องน้ำมันเรื่องเดียว ได้หลายเด้งมาก ต้องยอมรับว่าคนวางแผนสมองเพชรจริงๆ กระสุนนัดเดียวจะสอยนกร่วงเป็นฝูงแบบนี้...
.และหากเป็นแบบนี้ สิ่งที่รัสเซียทำมาทั้งหมด จะสูญเปล่า แถมเหมือนการยื่นมีดให้สหรัฐฆ่าพวกเขาเองเสียด้วยซ้ำ...
...นี่หรือเปล่า คือสิ่งที่ทำให้ปูตินหงุดหงิด จนขู่สร้างสงครามนิวเคลียร์รายวันแบบนี้...
...เพราะน้ำมันนั้น นอกจากจะชี้ขาดทุกสิ่งในสงครามครั้งนี้แล้ว
...มันยังชี้อนาคตของรัสเซียเองอีกด้วย ถ้าหมดเรื่องน้ำมันซะ เศรษฐกิจรัสเซียก็ไม่มีทางรอด ยิ่งทอดเวลาออกไป ก็ยิ่งเหี่ยวแห้งตายไป.
จะหวังพึ่งทรัพยากรอื่นอย่างพวกโลหะ ก็อาจทะเลาะกับจีนเพื่อนซี้ได้ ในสภาพที่ต้องพึ่งจีน พวกเขาคงไม่กล้าแน่...
...แล้วปูตินจะทำอย่างไร จะแก้เกมส์ด้วยวิธีอะไรอีก ผมว่าน่าติดตามมากนะ เขื่อว่าเร็วๆนี้ต้องมีการแก้หมากกันบ้างแหละ รัสเซียไม่ยอมโดนตีข้างเดียวหรอก...
...มันดูเป็นการต่อสู้ด้วยปัญญาในแบบที่ผู้เจริญพึงกระทำดี ผมว่าแบบนี้สร้างสรรค์กว่าเอาอาวุธมาถล่มกันเยอะ....
1
ก็ได้แต่หวังว่า ปูตินจะไม่แก้เกมส์ด้วยนิวเคลียร์ล่ะนะ...
...กลัวใจจริงๆ กับคนคนนี้...
...ส่วนชาวโลกก็พอมีความหวังล่ะครับ ที่จะไม่ต้องใช้น้ำมัน 200$ แน่ๆแล้ว....
...สำหรับคนปกติ ที่ไม่อินการเมืองจนเกินเหตุ ยังรู้จักห่วงตัวเอง ห่วงบ้านเมืองตัวเอง ก็คงหายใจได้ทั่วท้องขึ้นอีกหน่อยล่ะครับ...
ปล. มีข่าวเรื่องอเมริกาจะปั๊มปุ๋ยด้วยนะครับ แต่ยังไม่เป็นทางการนัก แล้วจะนำมาเล่าให้ฟัง หากชัดเจนกว่านี้
ส่วนเรื่องการแก้เกมส์ขาดแคลนอาหารของสหรัฐด้วยพืช GMO นั้น ผมไม่ปลื้มนักนะ บอกตรงๆ
ข่าวอ้างอิง
โฆษณา