ความสุขของคุณมีราคาเท่าไหร่?
คุณเคยจ่ายเงินมากที่สุดเท่าไหร่เพื่อ แลก/ซื้อ ความสุขของตัวคุณเอง แล้วความสุขที่ได้มันคงทนยาวนานเพียงแค่ไหน วันนี้จะพาทุกท่านมาใช้เงินสร้างความสุขอย่างถูกวิธี เพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่งให้ทุกท่านได้อย่างยังยืน ผ่านสรุปหนังสือ The Last SAFE Investment บทที่ 1 Investing to Increase Your Happiness Exchange Rate โดย Bryan Franklin และ Michael Ellsberg
The Last SAFE Investment by Bryan Franklin and Michael Ellsberg
ผู้เขียนอธิบายว่า อัตราแลกเปลี่ยนทางความสุข คือ จำนวนเงินที่คุณจ่ายไปเพื่อแลกกับความสุขของคุณ ถ้าความสุขของคุณต้องแลกมาด้วยเงินเป็นจำนวนมาก ก็แสดงว่าความสุขของคุณมีราคาแพงมาก ยิ่งถ้าคุณพัฒนาตัวเองให้มีระดับความสุขที่มาก ด้วยการใช้เงินที่น้อย ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อตัวคุณเอง เพราะ แน่นอนว่ามันจะส่งผลต่อเงินที่เงินเหลือเก็บในกระเป๋าสตางค์ของคุณต่อไป
โดยผู้เขียนได้แบ่งความมั่งคั่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ความมั่งคั่งภายนอก คือ ทรัพย์สินเงินทอง และ ความมั่งคั่งภายใน คือความผาสุข ความอิ่มเอมภายในใจของคุณ
ผู้เขียนอธิบายว่าวิธีแบบเดิมๆที่สุดโต่งจนเกินไป ก้มหน้าก้มตาทำงานหาเงิน วันหยุดก็หารายได้เสริมไม่ได้พัก อยู่อย่างมัธยัสถ์ เก็บเงิน ลงทุน อดเปรี้ยวไว้กินหวาน จนบางครั้งทำลายกำลังกาย และ กำลังใจของตัวคุณเอง ยิ่งถ้าผลลัพธ์ที่ได้ไม่ดีอย่างที่คุณคาดหวัง มันก็จะยิ่งทำให้คุณรู้สึกหดหู่ ล้มเหลว ผิดหวัง ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งผู้เขียนได้อธิบายว่า ความรู้สึกล้มเหลวนี้ เป็นกลไกหนึ่งในการส่งสัญญาณให้เรารู้ว่าวิธีการที่ทำอยู่มันไม่เหมาะสม ไม่ได้ผล สำหรับคุณ
โดยผู้เขียนได้แนะนำว่า แทนที่จะต้องทนมัธยัสถ์โดยปราศจากความสุข สู้หันมาใช้เงินอย่างมีระบบ เพื่อเพิ่มความสุข และ เพิ่มคุณค่าในตัวคุณเองไปพร้อมๆกัน (เน้นทำให้ตัวเองเก่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านการดูแลสุขภาพ การสร้างเครือข่าย ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ทางวัฒนธรรม จิตวิญญาณ ฯลฯ ที่สามารถสร้างคุณค่าและมูลค่าให้ตัวคุณเองได้) ควบคู่ไปกับการเพิ่มพูนอัตราแลกเปลี่ยนทางความสุข น่าจะให้ผลดีและมีประโยชน์มากกว่า ซึ่งคุณสามารถเพิ่มพูนอัตราแลกเปลี่ยนทางความสุขของคุณได้ ด้วยวิธีการเหล่านี้
Active vector created by pch.vector - www.freepik.com
1️⃣ ลงทุนในสิ่งที่ ทำให้คุณอารมณ์ดี
เพราะถ้าลึกๆแล้วคุณมีปัญหาอะไรบางอย่าง ที่ส่งผลให้คุณอารมณ์ไม่ดี คุณอาจลงเอยด้วยการ เอาเงินไปทิ้งกับสิ่งที่ไม่จำเป็น เพื่อสร้างความสุขแบบฉาบฉวยชั่วคราวขึ้นมาแทน เช่น การซื้อสุรา หรือ ช้อปปิ้งคลายเครียด
โดยผู้เขียนแนะนำว่าเงินที่คุณจ่ายไป เพื่อเสริมสร้างปัจจัยที่ทำให้คุณอารมณ์ดี ถือเป็นการลงทุน(กับตัวเอง) ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย
อารมณ์ที่ดีเกิดจากอะไรบ้าง❔
💪🏻 สุขภาพร่างกายที่ดี
🫂 ความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี
💰 มีศักยภาพที่ดีในการสร้างรายได้
🏬 มีอาชีพที่สอดคล้องกับเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในชีวิตของคุณ
2️⃣ พัฒนาทักษะการเป็นนักพยากรณ์ความสุขที่ดี
โดยการฝึกพิจารณาคุณประโยชน์ของสิ่งที่คุณจะซื้อ เปรียบเทียบควบคู่ไปกับระยะเวลา หรือ อายุการใช้งานของสิ่งที่คุณจะซื้อ ให้เป็นนิสัย
ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการจะซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่ง คุณอาจพิจารณา ว่ามันจะมีฟังก์ชั่นที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นมากน้อยแค่ไหน หากคุณเป็นนักเขียนหรือนักออกแบบ มันจะมีฟังก์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในการเขียนหรือการวาดรูปของคุณให้ มีประสิทธิภาพขึ้นมากน้อยแค่ไหน และฟังก์ชันต่างๆเหล่านี้ รวมถึงตัวเครื่อง จะมีประสิทธิภาพสามารถใช้งานได้นานแค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินที่เสียไป เป็นต้น
3️⃣ พยายามสร้างความสุขกับประสบการณ์ที่มีอยู่ในตอนนี้
โดยการสนใจในสิ่งรอบรอบตัวคุณ หรือ ประสบการณ์ดีๆที่คุณกำลังทำอยู่ อยู่กับปัจจุบัน
Family dining vector created by pch.vector - www.freepik.com
ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้คุณกำลังรับประทานอาหารอยู่ในร้านอาหาร คุณควรจะโฟกัสที่อาหาร ดื่มด่ำบรรยากาศ ไม่ใช่นึกถึงเรื่องงานที่คุณจะต้องแก้ปัญหา จนคุณไม่มีความสุขกับบรรยากาศและอาหารที่คุณรับประทาน ทำให้ค่าอาหารดีๆ ค่าไวน์ดีๆที่เสียไป ต้องสูญเปล่า เป็นต้น
4️⃣ เรียนรู้ที่จะจัดการความรู้สึกแย่ๆจากต้นเหตุ
เวลาที่เรารู้สึกแย่ เรามักจะจัดการบรรเทาด้วยการทำอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เรารู้สึกชินชาต่อความรู้สึกแย่ๆนั้น เพื่อหนีปัญหา แทนที่จะแก้ปัญหาจากต้นตอของมัน สุดท้ายก็จะเกิดปัญหาว่าเติมเท่าไหร่ไม่เคยเต็ม ถมเงินลงไปเท่าไหร่ความทุกข์ก็ยังคงอยู่ ถ้าคุณมีปมอะไรในใจก็หาสาเหตุและแก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่ใช่ซื้อรถ ซื้อสุรา ซื้อของแบรนด์เนม เพื่อให้ลืมความเจ็บปวด หรือ ความน้อยเนื้อต่ำใจที่ฝังอยู่ในใจของคุณ
Iot vector created by vectorjuice - www.freepik.com
5️⃣ มุ่งเน้นการมองหา และ อยู่กับเป้าหมายในชีวิตของคุณ ไม่ใช่มุ่งเน้นการเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิต
ในสภาพแวดล้อมที่เทคโนโลยีและการผลิตสินค้าในปัจจุบัน มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวก ช่วยให้คุณได้ทำอะไรน้อยลง โดยที่ ของเหล่านั้นไม่ได้มีความจำเป็นต่อชีวิตคุณอย่างแท้จริง
ผู้เขียนอธิบายว่า หากคุณอยากอยู่รอดในโลกอุดมคติสำหรับคนขี้เกียจเช่นนี้ สิ่งที่คุณต้องมีก็คือ รายได้จำนวนมาก ที่คุณสามารถเททิ้งไปเปล่าๆได้
โดยที่ผู้เขียนแนะนำให้คุณเปลี่ยนวิธีคิด แทนที่ “การจ่ายเงินซื้อของชิ้นนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณอย่างไรได้บ้าง” ซึ่งมันมีโอกาสที่จะทำให้คุณเฉื่อยชา (ขี้เกียจ) หลังจากที่คุณได้ครอบครองของชิ้นนั้นแล้ว ทำให้เวลาที่คุณมีมากขึ้นจากการมีสิ่งอำนวยความสะดวก มักจะถูกทิ้งไปอย่างสูญเปล่า
ให้ลองเปลี่ยนไปพิจารณาว่า “การจ่ายเงินซื้อของชิ้นนี้ จะทำให้คุณสามารถช่วยเหลือหรือสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่นได้อย่างไรบ้าง” เพราะความคิดแบบหลัง เมื่อคุณได้ครอบครองของชิ้นนั้นแล้ว คุณก็จะมีแนวคิดที่จะเอาเวลาที่มีมากขึ้นจากการมีสิ่งอำนวยความสะดวก ไปทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่งคั่งให้คุณทั้งภายใน และ ภายนอก ได้ดีกว่า แบบแรก
อ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เหมือนจะแปลกๆ แต่ก็ได้ข้อคิดที่ดีอย่างคาดไม่ถึงเลยใช่หรือไม่ วิธีการสร้างความมั่งคั่งแบบไหน ที่ได้ผลสำหรับตัวคุณ สามารถแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกันได้
หากคุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์ โปรดกดแสดงอารมณ์ และกดแชร์เพื่อส่งต่อประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น เพื่อสร้างสังคมคุณภาพสืบต่อไป 💕
🙏 หากชื่นชอบบทความนี้ โปรดกดติดตามเพจ เพื่อไม่ให้พลาดเนื้อหาดีๆ ที่ https://www.blockdit.com/wealthyreaders
#ความสุข #ความมั่งคั่ง #การเงิน #การลงทุน
Phone illustration vector created by storyset - www.freepik.com
  • 1
โฆษณา