แอดมินไปอ่านเจอใน blog ของคุณ Mark Manson ผู้เขียนหนังสือ คู่มือแห่งความหวังในโลกสุดเฮงซวย และ ชีวิตติดปีกด้วยศิลปะแห่งการช่างแม่ง ที่เค้าส่ง email ไปถามสมาชิกในวัย 40++ ว่าถ้าย้อนกลับไปตอนอายุ 30 หรือ 20 ต้นๆ ได้ จะทำอะไรกัน มีอะไรจะเตือนคนที่กำลังจะถึงในวัยนั้นมั้ย
3
ปรากฎว่าได้รับการตอบกลับมาเยอะมาก กว่า 600 รายการ จึงเอามาเรียบเรียงเป็น 10 บทเรียน ที่คนอายุ 40++ อยากบอกคนรุ่นหลัง
แอดมินได้อ่านแล้วก็พยักหน้าตาม แบบว่าเห็นด้วยทุกข้อเลย ก็เลยอยากเอามาแบ่งปัน พร้อมกับใส่มุมมองส่วนตัวลงไปด้วย โดยใช้สิทธิคนอายุ 40++ ที่มีเรื่องอยากบอกอยากเตือนคนรุ่นหลังค่ะ 😁
1. เริ่มวางแผนการเงินเพื่อเกษียณตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่อนาคต
4
มาข้อแรกก็โดนเลย และเข้ากับคอนเทนต์ของเพจ Lumpsum สุดๆ ในฐานะคนอายุ 40++ สิ่งที่อยากบอกคนรุนหลังมากที่สุดก็คือเรื่องนี้แหละ (ขอให้พื้นที่กับข้อนี้มากหน่อยนะคะ … อยากบอกจากใจจริงๆ)
เชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่าควรออมเงิน แต่ส่วนใหญ่ก็ชะล่าใจว่าเดี๋ยวค่อยออมก็ได้ แต่ในฐานะคนที่ผ่านชีวิตแบบนั้นมาก่อน บอกเลยว่าเป็นความคิดที่ผิดพลาดมากๆ เพราะมันมี 3 ปัจจัย ที่จะทำให้เงินออมของเราเพิ่มค่าขึ้น คือ เงินต้น ผลตอบแทน และเวลา
ซึ่ง “เวลา” ถือเป็นไอเท็มลับที่หากใครใช้เป็น จะสามารถเกษียณด้วยเงิน 13 ล้านบาท ด้วยการออมเพียงเดือนละ 3,000 บาทเท่านั้น (เขียนไปก็ได้แต่ถอนใจ ทำไมชั้นมาสนใจศึกษาเรื่องนี้ตอนอายุ 40+ 🤣)
1
ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ หากแอดมินเก๋สนใจวางแผนการเงินตั้งแต่เรียนจบและเริ่มต้นทำงานที่อายุประมาณ 22 ปี และออมเงินเดือนละ 3,000 บาท ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี เมื่อถึงอายุ 60 ปี (ระยะเวลาการออม 38 ปี) แอดมินเก๋จะมีเงิน 13 ล้าน++ ในบัญชี
1
ตัดมาภาพมาที่ตอนนี้ แอดมินเก๋เพิ่งมาเริ่มออมจริงจังตอนอายุ 40 เท่ากับเหลือเวลาออมอีกแค่ 20 ปี หากต้องการมีเงินออมหลังเกษียณ 13 ล้านบาท ในผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี แอดมินต้อง ออมเงินมากถึงเดือนละ …. 18,000 บาท … (โปรแกรมคำนวณเงินออม ที่นี่ค่ะ https://www.1213.or.th/th/tools/programs/Pages/savings.aspx )
รู้อะไรไม่เท่ารู้งี้แหละ … นี่จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่แอดมินอยากบอกน้องๆ บอกลูก บอกหลาน ว่าให้เริ่มศึกษาเรื่องวางแผนการเงินตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะคุณจะมีอิสรภาพได้เร็วมาก และใช้ชีวิตได้สนุกสนาน คุ้มค่ามากขึ้น
ทิ้งท้ายข้อนี้ด้วยประโยคนึงที่ไปเจอมาแล้วชอบมาก (ขออภัยจำไม่ได้ว่าเจอจากไหนค่ะ) ที่บอกว่า “คนที่จะดูแลเราได้ดีในวัยเกษียณ ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่หลาน แต่คือตัวเราตอนหนุ่มสาว”
2. เริ่มต้นดูแลสุขภาพตอนนี้
1
นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนหนุ่มสาวมักจะละเลย บางคนใช้ร่างกายอย่างหนักจนเจ็บป่วย เงินทองที่อุตส่าห์หามาต้องเอามารักษาตัวตอนแก่ มันไม่คุ้มเลยค่ะ
สิ่งที่อยากบอกคนหนุ่มสาว คือ บาลานซ์ชีวิตให้ดี และคำนึงถึงสุขภาพเป็นอันดับแรก เพราะหากสุขภาพแย่ ต่อให้มีเงินแค่ไหน ก็ไม่สามารถใช้อย่างมีความสุุข ดูแลร่างกาย บอกรักร่างกาย ด้วยการกินและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หากตระหนักแล้วให้เริ่มตอนนี้เลย เพราะกว่าร่างกายจะพังใช้เวลาเป็น 10 ปี การฟื้นฟูร่างกายก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน
ผู้คนมากมายที่รอดชีวิตจากมะเร็ง หัวใจวาย หลอดเลือดสมองมีปัญหา เบาหวาน ความดัน ปวดเรื้อรัง ล้วนบอกตรงกันว่า ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะกินอาหารให้ดี ออกกำลังกายให้มากพอ
1
3. อย่าใช้เวลากับคนที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้น
4
เรียนรู้ที่จะปฏิเสธ อย่าอดทนกับคนที่เห็นแก่ตัวกับเรา จงล้อมรอบด้วยคนที่ช่วยทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น อย่าเสียเวลากับคนที่ฉุดรั้งเราในเส้นทางชีวิต
1
หรืออีกนัยยะหนึ่งคือ อย่าแคร์สายตา หรือความเห็นของคนอื่นที่มีต่อเรามากจนเกินไป ถ้ามันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น แคร์เฉพาะคนที่รักและหวังดีกับเราจริงๆ ก็พอ
4. ทำดีกับคนที่คุณห่วงใย
1
ข้อนี้หมายถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนที่เรารักและห่วงใย หากไปถามคนที่มีอายุมาก ร้อยทั้งร้อยจะบอกว่าในบั้นปลายชีวิต ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความรักและสัมพันธ์ที่ดีกับคนใกล้ตัว
เราจะมีความสัมพันธ์ที่ดีได้ ด้วยการใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว ฝึกชื่นชม ฝึกเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ตัดสินใคร สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น
1
5. โฟกัสเฉพาะสิ่งสำคัญจริงๆ
1
เราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ ดังนั้นจงใช้เวลาในวัยหนุ่มสาว หาตัวเองให้เจอโดยเร็ว แล้วเลือกโฟกัส พัฒนาจุดแข็งของตัวเอง ที่จะทำให้เราเติบโต ให้มากกว่าความพยายามในการปิดจุดอ่อน เพราะการเลือกพัฒนาจากจุดแข็งจะทำให้เรามีความสุขและใช้พลังงานน้อยกว่าการปิดจุดอ่อนมาก
1
แอดมินเป็นคนนึงที่กว่าจะหาตัวเองเจออายุก็ล่วงเลยมาวัยหลัก 4 แล้ว เพราะใช้ชีวิตช่วงหนุ่มสาวแบบเรื่อยๆ เฉื่อยๆ จึงอยากบอกคนรุ่นหลังว่า ให้ลองทำอะไรเยอะๆ จะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเราชอบอะไรกันแน่ บางทีคนที่คิดว่ายังไม่เจอตัวเอง อาจเป็นเพราะลงมือทำน้อยไปก็เป็นได้ ลองนึกภาพว่าถ้าเรายิงปืนสั้น กระสุนไปทีละนัดกว่าจะเข้าเป้าก็อาจจะใช้เวลานาน แต่ถ้าเรายิงปืนกล หว่านออกไปให้เยอะที่สุด มันก็ต้องมีลูกที่เข้าเป้ามั่งแหละ
1
6. อย่ากลัวที่จะเสี่ยง
1
คนอายุเยอะส่วนใหญ่มักจะบอกว่า ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะลองเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ มากกว่านี้ แอดมินเองก็เช่นกัน ที่อยากบอกหนุ่มสาวว่า มันไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับความคิดของเราเอง ถ้ากลัวอะไร ลองลงมือทำสิ่งนั้น ทำทันทีแบบไม่ต้องมีเวลาคิด แล้วความกลัวจะหายไป (เลือกฝึกในเรื่องที่ไม่ต้องเสียเงินก่อนนะคะ)
3
อย่าปล่อยให้ความคาดหวังของสังคม ว่าเราจะต้องมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ มากำหนดชะตาชีวิตของเรา การพยายามทำตามความคาดหวังเหล่านี้ เป็นอุปสรรคต่อการผจญภัยและการเริ่มต้นใหม่ เราไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตตามอุดมคติ เราสามารถสร้างชีวิตในแบบที่ต้องการได้
7. พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
1
ตัวเรา คือสินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุด ในวัยหนุ่มสาวที่ยังมีแรง มีเวลา ถ้าเราหมั่นพัฒนาตัวเองก็จะนำหน้าคนส่วนใหญ่ในวัยใกล้กัน ลองเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ฝึกสมาธิ เปิดหูเปิดตา เพราะการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการศึกษาเรียนรู้ เงินได้มาก็หายไป แต่ความรอบรู้จะอยู่กับเราตลอดชีวิต
2
หากยังหาเป้าหมายของตัวเองไม่เจอ ลองตั้งเป้าเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆ วันดู แอดมินเคยใช้มาแล้วมันได้ผลดีเลยแหละ ถ้าเราเลือกที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นทุกๆ อนาคตมันก็ต้องดีแน่นอน เพราะอนาคต คือผลของการเลือก คิด พูด และทำ ในวันนี้
8. อย่ากดดันตัวเองเกินไป ไม่มีใครรู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นยังไง
1
ข้อนี้อาจจะดูย้อนแย้งกับ 7 ข้อด้านบน หากจะให้อธิบายแบบง่ายๆ ตามความรู้สึกและประสบการณ์ของแอดมินก็คือ เมื่อเราลงมือทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว ก็จงไว้วางใจ อย่าคาดหวังและกดดันตัวเองมากจนเกินไป
1
บางอย่างที่เรายังไปไม่ถึงเป้าหมาย มันอาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ต้องถึงวาระอันเหมาะควร หรือหากสุดท้ายแล้วมันจะไปในที่ที่ไม่ใช่เป้าที่เราวางไว้ แต่ขอให้รู้ไว้ว่า ทุกสิ่งที่เกิดกับเรา เป็นเรื่องที่เหมาะสมกับสิ่งที่เราทำมาในอดีตอยู่แล้ว
7
แอดมินมีคติประจำใจว่า “ทำเหตุให้มาก ปล่อยวางในผล” ที่ผ่านมาก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่พอเริ่มอายุมากขึ้นก็เข้าใจสัจธรรมข้อนี้มากขึ้น หากคนหนุ่มสาวสามารถทำความเข้าใจได้เร็ว ก็จะมีความสุขได้เร็วขึ้นค่ะ
1
9. ลงทุนกับความสัมพันธ์ในครอบครัว มันคุ้มค่า
1
มีคำกล่าวว่า หากครอบครัวล้มเหลว แม้ประสบความสำเร็จด้านอื่นๆ ก็ไม่มีความหมาย ซึ่งแอดมินว่ามันจริงมากๆ เลย เพราะแอดมินก็เคยเป็นคนนึงไที่ละเลยในเรื่องนี้ แต่ก็รู้สึกโชคดีที่รู้ตัวเร็ว เพราะบางคนรู้เรื่องนี้ตอนใกล้หมดลมหายใจ
ใครที่เคยทำครอบครัวพัง แอดมินเป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้รู้ว่าทุกความสัมพันธ์มันซ่อมได้ อาจใช้เวลานาน อาจจะไม่เหมือนเดิม แต่มันดีต่อใจเราแน่ๆ คำว่าประสบความสำเร็จด้านครอบครัวไม่ได้หมายถึงว่าต้องอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่อาจหมายถึงความเข้าใจ อภัยให้กันในสิ่งที่เคยทำผิดพลาด ไม่ติดค้างความรู้สึกใดๆ ต่อกัน แค่นี้ก็โล่งใจแล้วค่ะ
1
10. จงเคารพและเมตตาตัวเอง
1
ข้อสุดท้ายก็สำคัญ และโดนใจแอดมินสุดๆ เหมือนกัน หากใครที่เป็นคนชอบเฆี่ยนตีตัวเอง โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุของทุกเรื่อง ให้ฝึกเมตตาตัวเองเยอะๆ เลยค่ะ เพราะชีวิตเราจะไปต่อไม่ได้ถ้าเราไม่เคารพ ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง
1
ก่อนที่จะพัฒนาตัวเอง เราต้องรู้จักและเข้าใจตัวเองก่อน ต้องรู้ว่าเนื้อแท้ของเราเป็นยังไง มีพื้นอารมณ์แบบไหน รู้ด้านมืดของตัวเอง แล้วยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตให้ได้ คนส่วนใหญ่มักไม่ยอมรับด้านอ่อนแอของตัวเอง แล้วไปดึงอย่างอื่นมาปกป้องความอ่อนแอนั้น อย่างเช่นบางคนที่ชอบซื้อของฟุ่มเฟือย อาจเป็นคนที่มีปัญหาหรืออ่อนแอในด้านความรักก็ได้ หากกลับมารักตัวเองได้ ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อข้าวของมาถมใจ เพราะมันเต็มแล้ว
นี่ก็คือบทเรียน 10 ข้อที่คุณ Mark Manson ได้รวบรวมมาจาก email 600 กว่าฉบับ และแอดมินเพิ่มมุมมองของตัวเองลงไป สุดท้ายอยากจะฝากไว้อีก 1 ข้อ ที่อยากบอกคนรุ่นหลัง นั่นคือ จงใช้ชีวิตให้สนุกและเบิกบาน ทุกคนมีปลายทางเดียวกันคือต้องจากโลกนี้ไป และไม่สามารถเอาอะไรติดตัวไปได้เลยแม้แต่อย่างเดียว อยากให้คิดซะว่าชีวิตนี้มันคือเกม ที่เรามาเล่นแค่ชั่วคราว หน้าที่เราก็คือจากโลกนี้ไปด้วยตัวตนเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด แล้วจะใช้ชีวิตได้สนุกขึ้นเยอะเลยค่ะ
3
บทความวันนี้ยาวมาก ใครอ่านจบแอดมินปรบมือให้เลย 👏👏👏
หวังว่าจะได้ประโยชน์นะคะ หรือถ้ามีความเห็นเพิ่มเติมก็คอมเมนต์มาแบ่งปันกันได้เลย ขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตามค่ะ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ
แอดมินเก๋
  • 53
โฆษณา