Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อ่านวันละนิด
•
ติดตาม
10 พ.ค. 2022 เวลา 19:21 • ปรัชญา
ทำ “เล็ก ๆ” ที่ละน้อย "ค่อย ๆ ทำทีละนิด" เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณได้ "ตอนที่6"
ทำ “เล็ก ๆ” ที่ละน้อย
ค่อย ๆ ทำทีละนิด
เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณได้
องค์กรญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้เทคนิค “ไคเซ็น” อย่างมีชั้นเชิงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจและมีความเป็นเลิศ ซึ่งกลยุทธ์นี้จะช่วยให้คุณเปลี่ยนชีวิตใหม่ไปในทางที่ดี และทำให้ความฝันเป็นจริงขึ้นได้
แนวความคิดทางจิตวิทยาและทางการแพทย์นั้น
มุ่งเน้นเพื่อทำความเข้าใจและหาสาเหตุของอาการเจ็บป่วยหรือการที่ร่างกายมีอาการผิดปกติ แต่ผมในฐานะที่เป็นจิตแพทย์และทำงานทางด้าน
นี้มาโดยตลอด ผมกลับสนใจ “สิ่งที่ตรงกันข้าม”
เช่น ผมอยากรู้ว่าเพราะเหตุใดคนที่ตั้งใจลดน้ำหนัก สามารถลดน้ำหนักลงได้ 10 ปอนด์ โดยไม่กลับมาอ้วนอีก หรือทำไมคนที่พบรักแท้และอยู่อย่างมีความสุขได้หลังจากต้องเผชิญกับความสัมพันธ์ที่ล้มเหลวนานนับปี
ผมอยากรู้ว่าจะมีกลยุทธ์หรือวิธีใดที่นำมาซึ่งความสุขให้กับคนเรา รวมไปถึงการเข้าใจวิธีคิดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรใหญ่ ๆ ที่ยังคงสถานะการเป็นผู้นำในธุรกิจนานกว่า 50 ปี โดยตลอดชีวิตการ ทำงานของผม ผมมักจะตั้งคำถามสำคัญ 2 ข้อ นั่นคือ
- คนที่ประสบความสำเร็จ เขาทำอย่างไร
- คนที่ประสบความสำเร็จ สามารถรักษาความ สำเร็จดังกล่าวได้อย่างไร
แน่นอนว่าคงมีหลายวิธีที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ แต่จากประสบการณ์การทำงานกว่า 32 ปี ผมรู้สึกพอใจในการได้เห็นผู้ป่วยที่เข้ารับคำปรึกษาจำนวนมาก ใช้วิธีการใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตที่ยั่งยืน โดยประยุกต์ใช้หลักการที่เรียบง่าย
เพื่อทำให้ทุกแง่มุมของชีวิตดีขึ้นลดน้ำหนัก (ได้อย่างถาวร) เริ่มออกกำลังกาย (และติดจนกลายเป็นนิสัย) ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด (เลิกได้ตลอดไป) สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น กับคนที่สนใจ (และยั่งยืน) กลายเป็นคนที่มีระเบียบในการดำเนินชีวิต (ไม่ล้มเลิก หากสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้) ตลอดจนทำให้หน้าที่การงานก้าวหน้ายิ่งขึ้น และยังคงก้าวหน้าเรื่อยไปตลอดชีวิตการทำงาน)
ถ้าคุณต้องการจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างยั่งยืนตลอดไป ผมหวังว่าคุณคงจะได้อ่านเรื่องราวต่อจากนี้ ซึ่งเป็นวิธีการที่เผยถึงความลับที่ใช้ในองค์กรของญี่ปุ่นนานหลายทศวรรษ อีกทั้งถูกนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนต่าง ๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ ยังเป็นเทคนิคที่ง่าย ๆ สบาย ๆ และเป็นธรรมชาติ ที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายและรักษาขีดความสามารถให้อยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม
แต่ก่อนอื่น ผมขอแนะนำให้คุณพบกับ จูลี่
จูลี่นั่งอยู่ในห้องตรวจ สายตาเธอมองต่า เธอมาที่ศูนย์การแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) เพื่อให้ช่วยรักษาเรื่องความดันโลหิตสูงและเหนื่อยง่าย อ่อนล้า แต่คุณหมอที่รักษาเธอและผมสังเกตได้ว่ามีสิ่งอื่นที่มากกว่าแค่อาการเบื้องต้น จูลีเป็นแม่หม้ายและต้องดูแลลูกสองคนเพียงลำพัง รู้สึกเศร้าและพ่ายแพ้ในชีวิตแสนสาหัส ที่สำคัญคือเธอมีปัญหาการเงิน เพราะเธอตกงานแล้ว
จากสภาพดังกล่าว สิ่งที่คุณหมอและผมเป็นห่วงมากที่สุด คือ สุขภาพของจูลีในระยะยาว เนื่องจากน้ำหนัก (ที่เพิ่มขึ้นเกินกว่าที่ควรจะเป็นถึง 30 ปอนด์) ระดับความเครียดที่เพิ่มขึ้นจนเริ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง แน่นอนว่าหากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป จูลี่จะต้องทุกข์ทรมานต่อความเจ็บป่วยทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแน่นอน
ที่จริงแล้วในฐานะผู้ที่ทำการรักษา เราทราบดีว่าในการรักษาจูลี่นั้น มีวิธีการหนึ่งซึ่งไม่ใช่การรับประทานยา และการเข้ารับการบำบัดทางจิต ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิผลจริง อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย วิธีนั้นคือ การออกกำลังกาย ในกรณีนี้การออกกำลังกายเป็นประจำจะทำให้สุขภาพของจูลี่ดีขึ้น และแข็งแกร่งพอที่จะนำพาเธอผ่านพ้นช่วงเวลาที่แสนสาหัส ตลอดจนมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งมากขึ้นได้
ถ้าเป็นสมัยก่อน ผมอาจจะเสนอวิธีการออกกำลังกายพร้อมด้วยการกระตุ้นเพื่อให้เกิดกำลังใจในการลงมือทำ เช่น วิ่งสิครับ! ขี่จักรยานสิครับ! เปิดวิดีโอเต้นแอโรบิกสิครับ! หรืออาจพูดว่า งดอาหารมื้อเที่ยงนะครับ! ตื่นนอนให้เร็วขึ้นสักหนึ่งชั่วโมงได้มั้ยครับ! และลุกจากที่นอนเร็วขึ้นให้ได้ 5 วันต่อสัปดาห์นะครับ!
แต่พอเห็นขอบคล้ำรอบดวงตาของจูลี่ ทำให้ผมรู้สึกเศร้าใจ เพราะเราอาจจะแนะนำผู้ป่วยนับร้อยให้ออกกำลังกาย แต่จะมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถปฏิบัติตามเป็นประจำจนเป็นนิสัยได้ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มองว่าข้อแนะนำเหล่านี้เป็นการเสียเวลารู้สึกเหน็ดเหนื่อย รวมถึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย นอกจากนี้ผมยังเชื่อว่าพวกเขารู้สึกกลัวที่จะต้องเปลี่ยพฤติกรรมที่เคยชินที่เคยสบาย ๆ อยู่แล้ว
เมื่อหันกลับมาที่จูลี่ผู้ซึ่งทำงานอย่างหนักเพื่อให้ลูก ๆ มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ในแต่ละวันเธออาจได้ล้มตัวลงนอนพักที่โซฟาเพียงแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นผมพอจะเดาได้เลยว่า เมื่อคุณหมอแนะนำให้เธอออกกำลังกาย เธออาจเข้าใจผิด (ว่า “ฉันจะหาเวลาไปออกกำลังกายได้ยังไง คุณหมอช่างไม่เข้าใจฉันเลยจริง ๆ) หรือเธออาจรู้สึกผิดก็เป็นได้ สุดท้ายคุณหมอก็คงรู้สึกผิดหวังที่เธอไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ
แล้วเริ่มมองเธอในแง่ลบ ดังนั้นคำถามก็คือ ผมจะทำอย่างไรเพื่อทำลายวงจรปัญหาอันน่าเศร้าเช่นนี้
credit
เขียนโดย : ROBERT MAURER, Ph.D.
แปลและเรียบเรียง : เสรี อู่ธาราสวัสดิ์
บรรณาธิการ : สมชัย เบญจมิตร
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ทำ "เล็กๆ" ทีละน้อย "ค่อยๆทำทีละนิด" เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณได้
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย