11 พ.ค. 2022 เวลา 03:16 • ปรัชญา
ทำ "เล็กๆ" ทีละน้อย "ค่อยๆทำทีละนิด" เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณได้. "ตอนที่7"
วิธีแบบ “นวัตกรรม" มันต้องใช้ความพยายามมาก
เสมือนการไต่เนินเขาที่สูงชัน
ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่คนเราต้องการที่จะทำการเปลี่ยนแปลงสิ่งแรกที่ต้องลงมือทำ ก็คือใช้วิธีหรือแนวคิดในการปฏิวัติหรือเปลี่ยนแปลงแบบใหญ่ ๆ ซึ่งเราขอเรียกว่า “นวัตกรรม” ถึงแม้ว่าหลายท่านอาจนึกภาพของนวัตกรรมคือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ แต่ในที่นี้ ผมจะใช้คำจำกัดความของความหมายของ
“นวัตกรรม”ว่าหมายถึง กระบวนการที่เปลี่ยนแปลงหรือปฏิวัติอย่างสิ้นเชิง โดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น รวดเร็ว เป็นเรื่องใหญ่ และเกิดขึ้นฉับพลัน ซึ่งคาดหวังว่าจะก่อให้เกิด ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในเวลาน้อยที่สุด
ทั้งนี้ในโลกขององค์กรธุรกิจหรือในบริษัทตัวอย่างของ “นวัตกรรมจะรวมไปถึงกลยุทธ์เชิงลบที่แสนเจ็บปวด ที่ต้องใช้เงินมหาศาล เช่น การปลดพนักงานจำนวนมากเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน หรือ กลยุทธ์เชิงบวก เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ : ๆ
ในชีวิตส่วนตัวหรือระดับบุคคล แนวคิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแบบนี้ยังเป็นที่นิยมด้วยเช่นกัน ถ้าหากจูลี่ต้องการนำหลักการ “นวัตกรรม” ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาน้ำหนักตัวของเธอ เธอก็อาจทำได้โดยเริ่มออกกำลังกายอย่างเข้มงวดเข้มข้น โดยที่เธอต้องทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์
และต้องมีวินัยกับตนเองให้มากขึ้นในการจัดตารางการดำเนินชีวิต ต้องหาวิธีรับมือกับอาการปวดกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายในช่วงแรก บางที
อาจจะต้องเตรียมเงินสำหรับชุดเสื้อผ้าและรองเท้ากีฬาใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือต้องมุ่งมั่นปฏิบัติตามโปรแกรม จนผ่านช่วงสัปดาห์แรกหรือเดือนแรกอันแสนหฤโหดให้ได้
ตัวอย่างของการใช้วิธี “นวัตกรรม” สำหรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตส่วนตัวที่แสดงให้เห็นว่าสุดโต่งนั่นก็คือ
- การงดทานอาหารที่คุณชื่นชอบที่สุด อย่างเด็ดขาด
- การเลิกสิ่งที่คุณติดอยู่ แบบหักดิบ
- การดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อปลดหนี้ อย่างเข้มงวด
- การต้องรวบรวมความกล้าที่จะกระโดดเข้าไปทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ ๆ เพื่อขจัดความเขินอาย
และบางครั้งแนวคิดแบบ “นวัตกรรม” อาจก่อให้เกิดผลลัพธ์อันน่าทึ่ง น่าภูมิใจ จากตัวอย่างที่กล่าวข้างต้น จะพบว่าสามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็วและเห็นภาพชัดเจน อย่างเช่น บางท่านเคยเลิกบุหรีได้ภายในวันเดียวโดยไม่กลับไปแตะต้องมันอีกเลย
ผมรู้สึกชื่นชมอย่างใจจริงเมื่อได้เห็นการที่ “นวัตกรรม” ได้ขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและใช้ได้ผล เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและประสบผลสำเร็จ จะช่วยให้เกิดความมั่นใจและความเคารพในตัวตนของเราเอง แต่อย่างไรก็ตาม ผมพบว่า
คนส่วนใหญ่มักจะหลงเชื่อว่าแนวคิดแบบ “นวัตกรรม” เป็นวิธีเดียวที่จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้เราละเลยปัญหาหรือความท้าทายไปในที่สุดนอกจากนี้ หากเราถูกบีบบังคับด้วยสถานการณ์หรือข้อจำกัดต่างๆ เราก็จะมีแนวโน้มที่จะมองข้ามการลงมือทำบาง
สิ่งบางอย่างเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น หากเราสามารถข้ามไปได้อย่างราบรื่น ก็คงเป็นเรื่องน่ายินดี และเฉลิมฉลองในความโชคดีนั้น แต่หากล้มเหลว ความเจ็บปวดและความอับอายก็อาจทำลายความมั่นใจและความเคารพตัวตนของเราเองได้เช่นกัน
ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าคุณจะมีวินัยต่อตนเองอย่างดีเยี่ยมและประสบความสำเร็จ แต่ผมเองก็เชื่อว่ามีหลายครั้งที่คุณได้พยายามใช้วิธีการแบบใหญ่ ๆ หรือที่เรียกว่าแบบ “นวัตกรรม” แล้วล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นการลองสูตรลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผล หรือวิธีการ “รักษา” แผลใจ
กับคู่รักด้วยราคาที่แสนแพง (บางที่อาจจะเป็นการบินไปเที่ยวสวีทหวานที่ปารีส) ซึ่งไม่ได้ทำให้ความรักที่กำลังสั่นคลอนกลับมาดีดังเดิมได้ และนี่คือปัญหาของการใช้วิธีปฏิวัติแบบสุดโต่ง ที่บ่อยครั้งมันทำให้คุณได้ลิ้มลองความสำเร็จในช่วงสั้น ๆ เท่านั้น จากนั้นความกระตือรือร้นจะค่อยๆ จางหายไป และสุดท้ายก็กลับไปใช้วิธีการเดิม ๆ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ฉับพลันอย่างที่เรียกว่าแบบ“นวัตกรรม” จึงเปรียบเสมือนการไต่เนินเขาสูงชัน คุณอาจหมดลมหายใจก่อนที่จะขึ้นไปถึงยอดเขา หรือ แค่นึกถึงภาระหรือสิ่งที่ต้องทำที่รออยู่ ก็อาจทำให้คุณท้อใจ และในที่สุดก็ล้มเลิกก่อนลงมือทำเสียอีก
แต่อย่าเพิ่งสิ้นหวัง! ยังมีแนวทางเลือกที่สามารถทำได้อย่างสบายๆไม่เร่งรีบ เปรียบได้กับสายลมพัดอ่อนๆ บนเนินเขา ซึ่งคุณจะไม่รู้สึกว่าเป็นอุปสรรคต่อการปีนเขาเลย แล้วคุณยังสามารถต่อรองจังหวะในการเดินให้เหมาะสม เดินได้อย่างสบายใจ ค่อย ๆ เดิน แค่วางเท้าข้างหนึ่งไว้หน้าอีกข้างหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ทำอย่างระมัดระวังตามขั้นตอนเล็กๆ ทีละนิดทีละหน่อยเท่านั้น นั่นคือการนำวิธีการ “ไคเซ็น” มาประยุกต์ใช้
credit
เขียนโดย : ROBERT MAURER, Ph.D.
แปลและเรียบเรียงโดย : เสรี อู่ธาราสวัสดิ์
บรรณาธิการโดย : สมชัย เบญจมิตร
โฆษณา