กรณีหลวงปู่แสง ชุตินฺธโร: 'ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนเลย'
ผมได้ยินข่าวหลวงปู่แสงซึ่งเป็นพระสุปฏิปันโนรูปหนึ่งมานานแล้วว่าไม่สบายและเป็นอัลไซเมอร์ แต่ไม่นึกว่าท่านหลวงปู่จะกลายมาเป็นข่าวเชิงลบออกมาอย่างนี้
2
๑.หน้าที่ในการประสานกับพระสังฆาธิการเพื่อตรวจสอบพระคือสำนักพุทธ แต่ระยะหลังๆ สำนักพุทธมีผลงานห่วยแตกมาก ไม่ทันพระที่ละเมิดพระวินัย จะชอบทำงานในห้องแอร์ ไม่ค่อยออกไปสำรวจตรวจสอบพระตามวัดต่างๆ หรือปล่าวก็ยากจะเดา
3
จึงมีเอกชนอย่างหมอปลาเข้ามามีบทบาทแทน เจอพระผิดวินัย ประชาชนก็มักจะหันไปแจ้งหมอปลา แทนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักพุทธ
2
เจ้าหน้าที่สำนักพุทธควรจะเข้าใจว่าที่หมอปลาโด่งดังขึ้นมาก็เพราะสำนักพุทธอ่อนแอ ทำงานไม่เป็นสัปปะรด ก้าวไม่ทันพระละเมิดอาบัติและอืดอาดยืดยาดตามระบบราชการนั่นเอง
9
ผมขอแนะนำให้รัฐมนตรีที่ดูแลสำนักพุทธรื้อปรับ ๑.แผนยุทธศาสตร์ประจำปีที่มี ๒.หน้าที่ ๙ อย่างให้สอดคล้องกับปัญหา ๓.วิธีการทำงานใหม่ ถ้ารัฐบาลใจถึง พึ่งได้ก็ขอให้เชิญอ.สามารถ มังสัง ไปให้คำแนะนำว่าจะต้องปรับอะไรบ้าง
๒.กรณีหมอปลา ผมมองว่าหลายครั้งทำเกินกว่าเหตุ ด้วยเหตุผล ๒ ข้อ:-
1
ก.ผู้ที่จะจับสึกพระคือพระสังฆาธิการเท่านั้น เมื่อมีคดีความเกิดขึ้น พระสังฆาธิการต้องตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเป็นกิจลักษณะและทำหน้าที่วินิจฉัยอธิกรณ์ตามขั้นตอนของพระวินัย
5
ไม่ใช่จู่ๆ จะมีคนอย่างหมอปลาไปเที่ยวจับสึกได้เลย เพราะการจะให้ใครพ้นสมณเพศ เป็นหน้าที่ของพระสังฆาธิการฝ่ายปกครองเท่านั้น ไม่ใช่หมอปลาหรือเอกชนทั่วไป เพราะการบวชและสึกเป็น *วินัยกรรม* ของสงฆ์ที่สงฆ์เท่านั้นต้องทำ ไม่ใช่ฆราวาสมาทำแทนสงฆ์ได้
ข.วัดแต่ละวัดเป็นนิติบุคคล ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีใครมีสิทธิที่จะบุกรุกเข้าไปในเคหสถานผู้อื่นโดยไม่มีหมายค้น หมอปลาทำบ่อย ผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒
4
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติควรแนะนำให้วัดแจ้งความที่หมอปลาไม่มีหมายค้นแต่เข้าไปบุกรุกสถานที่เอกชนโดยพลการเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง
แม้พระจะมีความผิดซึ่งหน้าก็ควรเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเท่านั้นที่ทำได้
1
๓.การที่มีผู้หญิงเข้าใกล้หลวงปู่แสงได้เพราะลูกศิษย์หลวงปู่แสงโง่เขลาเองครับ ทีมงานดูแลท่านเป็นกลุ่มพระเณรที่อ่อนหัดมาก
2
ผู้หญิงเป็นวัตถุอนามาสและเป็นวัตถุกามของพระ สามารถทำให้พระเสื่อมเสียได้ แม้จะมากับสามี ลูกศิษย์ก็ควรนั่งเฝ้าและจะต้องกันมิให้สีกาเข้าใกล้แต่เพียงลำพัง
การที่มีสีกาเข้าไปแตะเนื้อต้องตัวท่านได้แสดงว่าลูกศิษย์หลวงปู่แสงไม่ได้เรื่องเอง ควรจะต้องมีคนไปอบรมสั่งสอนทีมลูกศิษย์ที่ดูแลท่านเสียหน่อย
โดยปรกติ คนวัย ๙๘ แบบนี้และเป็นอัลไซเมอร์ด้วยอาจจะชอบคุยเล่นกับลูกหลาน การที่ท่านเป็นอัลไซเมอร์ก็คงเป็นกรรมเก่าของท่าน ด้วยเหตุนี้ เมื่อคนมาหา ท่านจึงเอ็นดู ให้ความเป็นกันเอง แต่จิตของท่านนั้น น่าจะพ้นจากความกำหนัดใดๆ แล้ว
1
๔.สำนักงานพระพุทธศาสนาก็อย่าโง่นักครับ
1
ก.หลวงปู่เป็นอัลไซเมอร์ มีหลักฐานแพทย์ยืนยัน
ข.การจับต้องผู้หญิง ต้องรู้สึกกำหนัดจึงจะเป็นอาบัติสังฆาทิเสส แต่ตัวหลวงปู่แสงท่านปฏิบัติธรรมมานาน อายุปูนนี้ ใกล้จะร้อยปีแล้ว ท่านไม่มีความกำหนัดอะไรเหลือแล้ว
เจ้าหน้าที่สำนักพุทธลองนึกถึงคุณปู่หรือคุณตาหรือคุณทวดตัวเองในวัย ๙๘ ปีสิครับว่าท่านยังมีความต้องการทางเพศอยู่หรือไม่? ตรรกะง่ายๆ แค่นี้น่าจะนึกออก
6
ค.ในเมื่อท่านเป็นอัลไซเมอร์ หลงๆ ลืมๆ ไม่รู้ตัวในสิ่งที่ตัวเอง เท่ากับไม่มีเจตนา จึงไม่ต้องอาบัติ สงฆ์ก็แค่ให้อมูฬหวินัย ประกาศว่าท่านหลงลืม ไม่ได้เจตนา ก็เปลื้องอาบัติท่านได้แล้ว ไม่มีอะไรต้องสอบพระธรรมวินัย และไม่มีอะไรต้องสอบท่านในเรื่องอาบัติ
4
ไม่เพียงแต่สำนักพุทธจะต้องช่วยเปลืองเสียงครหาให้ท่านเท่านั้น ยังต้องจัดระเบียบอะไรๆ หลายอย่างภายในวัดด้วย
3
  • 88
โฆษณา