ต้องขอโทษที่จำเป็นต้องตอบด้วยคำตอบที่ฟังแล้วขัดหูนะครับ ตอบว่า เพราะมืดบอดทางปัญญาครับ
นั่นก็เพราะว่า ที่จริงความสุขเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเรามาก ๆ และเป็นปัจจุบันทั้งนั้น มันอยู่ในถ้วยกาแฟ อยู่ในกาน้ำชา อยู่ในดอกลำโพงเครื่องเสียง อยู่ในกระถางดอกไม้หน้าบ้าน อยู่ในหม้อแกงในครัว อยู่ในหมอน ในผ้าผวย ในตัวแมว หมา กา ไก่ ที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน ฯลฯ แต่เราก็ไม่ยอมอยู่กับมัน ทั้ง ๆ ที่ถ้าเราลองมองออกไปดูรอบ ๆ ตัวเราก็จะไม่เห็นสิ่งของอะไรที่ใช้สำหรับสร้างความทุกข์เลย
แล้วเราก็พยายามจะเป็นทุกข์ ทั้ง ๆ ที่ความทุกข์เป็นเรื่องไกลตัวและมองไม่เห็นด้วยตาทั้งสิ้น เช่น อยู่ในตัวเจ้านายซึ่งวันนี้ยังไม่มาทำงานเลย อยู่ในขวดเหล้าของลูกที่อยู่ต่างจังหวัด อยู่ที่กิ๊กของแฟนเราซึ่งเราไม่เคยเห็นตัวจริงเลย อยู่ในคำว่าชาติซึ่งหน้าตาเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ อยู่ในตัวทักษิณที่เที่ยวร่อนเร่อยู่ที่ไหนสักแห่งในโลก อยู่ในอดีตที่ไม่มีทางย้อนกลับไปได้ อยู่ในความกังวลไปถึงอนาคต เหล่านี้เป็นต้น
นี่แหละคือข้อเท็จจริงของสุขกับทุกข์ เมื่อมันเป็นเช่นนี้แล้ว ยังจะละทิ้งความสุขซึ่งอยู่รอบ ๆ ตัว ไปเป็นทุกข์กับสิ่งที่มองไม่เห็นอีก แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่ามืดบอดทางปัญญา ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้วแหละครับ
  • 6
โฆษณา