16 มิ.ย. 2022 เวลา 13:03 • ธุรกิจ
หลังชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เราก็ได้เห็นผู้ว่ากทม. ผู้แข็งแกร่ง “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็ลงพื้นที่ทำงานทันทีหลังเพิ่งกลับจากงานรับปริญญาลูกชายที่อเมริกา อีกมุมหนึ่งที่หลายคนพูดถึงคือความ “เร็ว” ในการตอบสนองกับปัญหา อย่างพอฝนตกน้ำท่วมปุ๊บ คุณชัชชาติก็วาร์ปไปโผล่ที่สำนักงานระบายน้ำปั๊บ! และยังสามารถลงพื้นที่ทำงานได้อีกหลายที่ในหนึ่งวัน
1
ทั้งในโซเชียลมีเดียยังมีการโพสภาพหลายปัญหาที่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว เช่น ทางเท้าที่เคยขรุขระเป็นคลื่นก็ถูกปรับให้เรียบเนียนทันทีหลังจากแจ้งเรื่องไปเพียงไม่กี่วัน จนชาวเน็ตแซวกันขำๆ ว่า #ความเร็วเป็นเรื่องของชัชชาติ
สไตล์การทำงานของคุณชัชชาติมีหลายอย่างที่ดูจะสอดคล้องกับการทำงานแบบ ‘Agile’ คือแนวคิดการบริหารจัดการงานสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นให้เกิดการส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เป็นแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหลายบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก
ในบทความนี้เราจะชวนทุกคนมาดูกันว่าการทำงานแบบ #ทีมชัชชาติ มีแง่มุมอะไรบ้างที่สอดคล้องกับแนวคิดของ Agile ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาในระดับเมืองที่มีความใหญ่และซับซ้อนสูงอย่างกทม. ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
1. ลงพื้นที่กับทีมงานเล็กๆ ที่เกี่ยวข้อง คล่องตัว ตัดสินใจได้รวดเร็ว (Small, cross-functional teams)
ค่าเฉลี่ยในการลงพื้นที่แก้ปัญหาของทีมชัชชาติต่อวันนับว่าสูงมาก ตั้งแต่เช้า เที่ยง บ่าย เย็น ไปจนถึงค่ำแทบจะอยู่คนละที่ในทุกวัน และมักจะเป็นการลงพื้นที่กับทีมงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพียงไม่กี่คน ไม่มีภาพคณะการทำงานเป็นจำนวนมากเหมือนในอดีต
ทำให้เห็นปัญหาตรงกัน สื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตัดสินใจร่วมกันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอหน่วยงานส่งเรื่องข้ามสำนัก ข้ามเขตกันไปมา กำจัดปัญหา Silo ในโครงการสร้างการบริหาร ทำให้แก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว
3
2. เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา (Customer collaboration)
ในการทำงานแบบ Agile หัวใจของการส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว คือการที่เราเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า และรับฟีดแบคมาปรับปรุงอยู่สม่ำเสมอ
เราจะเห็นเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนผ่านแนวทางการทำงานของคุณชัชชาติที่เน้นความร่วมมือที่มาจากภาคประชาชน เช่นการสร้างช่องทางการติดต่อและแพลตฟอร์มอย่าง Traffy Fondue ที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง ประชาชนทุกคนสามารถแจ้งเหตุปัญหาในท้องที่ ​ทั้งเรื่องจราจร น้ำท่วม ทางเท้า จุดทิ้งขยะ แสงสว่าง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะสามารถจัดลำดับความสำคัญของปัญหาและเข้าไปแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
3. ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น (Minimizing wastes)
หนึ่งในทิศทางการทำงานของคุณชัชชาติที่เห็นได้บ่อยคือการพยายามลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เช่นการไปพูดคุยกับศูนย์ CCTV เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล CCTV ได้เร็วขึ้น โดยมีแนวทางการใช้เทคโนโลยีมาช่วยลดขั้นตอนการส่งเรื่องหรือเอกสารต่างๆ ไปจนถึงภาระงานของเจ้าหน้าที่ หรือจะย้อนไปอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนอย่างการยืนบนลังไม้ง่ายๆ
เพื่อปราศรัยในวันก่อนเลือกตั้งซึ่งเป็นท่าการปราศรัยที่เคลื่อนที่ไปหลายๆ จุดได้อย่างคล่องตัว ก็มีหนึ่งในเหตุผลมาจากการที่อยากลดขั้นตอนในการตั้งเวทีปราศรัยที่ยุ่งยากและต้องผ่านขั้นตอนขออนุญาตต่างๆ แต่ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน
4. เน้นทำทันที คืบหน้าด้วยผลลัพธ์เล็กๆ (Iterative and incremental development)
นโยบายกว่า 200 ข้อของคุณชัชชาติเน้นการขับเคลื่อนและทำพร้อมกันทันที เพื่อให้ผลลัพธ์บางอย่างเกิดขึ้นมาก่อนภายในเวลาอันสั้น และแก้ปัญหาให้ประชาชนได้จริงแม้จะเป็นเพียงการแก้ปัญหาเล็กๆ ที่ยังไม่ใช่เป้าใหญ่ของนโยบาย เช่น นโยบายการปลูกต้นไม้หนึ่งล้านต้น อาทิตย์แรกก็ต้องเริ่มปลูกแล้ว
1
หรือการขับเคลื่อนนโยบายด้านการแก้ไขปัญหาอย่างโปร่งใส ก็เริ่มต้นสร้างแพลตฟอร์มให้คนสามารถแจ้งเหตุปัญหาต่างๆ ได้ทันทีถึงแม้แต่ละนโยบายอาจจะต้องใช้เวลานาน แต่ก็เน้นการสร้างผลลัพธ์ที่สร้างความคืบหน้าและแก้ปัญหาบางอย่างให้กับประชาชนเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที
นอกจากสโลแกน “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” แล้ว อีกหนึ่งประโยคทองของคุณชัชชาติที่หลายคนน่าจะจดจำได้คือ “เวลาเป็นสิ่งที่แพงที่สุด” ดังนั้นสิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากคุณชัชชาติ นอกจากมิติของการทำงานหนักแล้ว การบริหารจัดการใช้เวลาไปกับการโฟกัสแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดให้เร็วที่สุดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
1
เปิดตัวคอร์สใหม่ที่จะทำให้คุณและองค์กร #ทำงานแบบagile กับคอร์ส Agile Essentials 🚀
⚡⚡⚡ โปรโมชันพิเศษช่วงเปิดตัวคอร์ส! ลดเหลือเพียง 1,390 บาท จากราคาเต็ม 1,990 เพียงกรอกโค้ด agile_t1 จำกัดเฉพาะ 100 คนแรกเท่านั้น!
เรียนรู้การทำงานแบบ ‘Agile’ หรือการทำงานที่เน้นส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ตอบโจทย์โลกยุค Digital Transformation ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน สอนโดย ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Skooldio และ อดีต Data Scientist ที่ Facebook
สิ่งที่คุณจะได้จากคอร์สนี้\
🔹 เข้าใจหัวใจสำคัญของ Agile มี Agile Mindset พร้อมนำแนวคิดไปเริ่มต้นปรับใช้ในการทำงาน
🔹 เข้าใจ Agile Project Management เห็นความแตกต่างจากการทำงานแบบโลกเดิม หรือรูปแบบ Waterfall
🔹 เข้าใจการสร้าง Agile Teams พัฒนาการทำงานในทีมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแบบ Agile
🔹 เข้าใจพื้นฐาน Frameworks ยอดนิยมในการทำ Agile ปูพื้นฐานหลักคิดในการเลื่อใช้ Framework มีแนวทางเริ่มต้นทำ Agile ในการทำงานร่วมกับทีมและองค์กร
คอร์สนี้เหมาะกับใครบ้าง
🔹 ผู้นำ / ผู้บริหารองค์กร ที่อยากเปลี่ยนองค์กรให้เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย Agile
🔹 Manager / Team Lead ที่อยากสร้างทีมให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามแนวทางของ Agile
🔹 HR ที่อยากเข้าใจเรื่องการสร้างสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนวัฒนธรรมการทำงานแบบ Agile
🔹 คนทำงานทั่วไป ที่อยากเข้าใจการทำงานแบบ Agile เพื่อทำงานร่วมกับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น - เข้าใจการทำงานรูปแบบใหม่เพื่อเตรียมพร้อมสู่การทำงานในองค์กรชั้นนำยุคใหม่
⚡⚡⚡สมัครเรียนในราคาพิเศษก่อนใคร เพียง 1,390 บาท จากราคาเต็ม 1,990 เพียงกรอกโค้ด agile_t1 จำกัดเฉพาะ 100 คนแรกเท่านั้น!
#agileessentials #agile #Skooldio #UpskillWithSkooldio
ถอดการทำงานแบบ Agile สไตล์ "ชัชชาติ"
โฆษณา