23 มิ.ย. 2022 เวลา 05:50 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
ตู้กดสินค้าอัตโนมัติ หรือ Vending Machine คือหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาระบบให้เข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจต่าง ๆ ด้วยลูกเล่นการใช้งานต่าง ๆ ของระบบเบื้องหลัง เพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานที่แปลกใหม่และสะดวกสบาย เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้จำนวนมาก
เคสตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในประเทศไทย นั่นคือตู้คาเฟ่อัตโนมัติอย่าง ‘ตู้เต่าบิน’ หรือ ตู้กดสินค้าอัตโนมัติของ ‘เซเว่นอีเลฟเว่น’ โดยรู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังของทั้งสองตู้นี้ ถูกพัฒนาด้วยระบบ Android OS นั่นเอง!!
ตู้กดสินค้าอัตโนมัติ หรือ Vending Machine ที่พัฒนาด้วย Android OS
ณ ปัจจุบัน Vending Machine เลือกพัฒนาด้วยระบบ Android OS จากข้อดีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพราะว่า Android เป็น Open source software ที่เปิดให้ใช้ฟรี ไม่มีค่า License ทำให้นักพัฒนาทุกคนสามารถเข้าถึงง่าย
อีกทั้งระบบ Android สามารถพัฒนาแอปฯบนหน้าจอขนาดใหญ่นั้นใช้พื้นฐานเดียวกันกับแอปฯ ทั่ว ๆ ไปเลย ทำให้ผู้พัฒนาสามารถนำฟีเจอร์ หรือ ลูกเล่นต่าง ๆ ในรูปแบบระบบ Touch screen ทำให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ง่าย ซึ่งเป็นความสามารถส่วนใหญ่ของ Android Framework ที่มีมาให้อยู่แล้ว ไม่ต้องเขียนเพิ่มเติมให้ยุ่งยาก
ส่วนการออกแบบ UI design ก็ใช้หลักการที่ไม่แตกต่างจาก Mobile app แต่อาจจะต้องศึกษาหรือปรับเรื่องพฤติกรรมการใช้งานของ Users เนื่องจากการใช้งานตามขนาดของหน้าจอบนตู้กดกับ ขนาดหน้าจอมือถือมีความแตกต่างกันเท่านั้นเอง
รวมถึงระบบ Android OS สามารถรองรับกับอุปกรณ์ Hardware ที่หลากหลาย สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่าน USB ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Touch screen, อุปกรณ์ชำระเงิน หรือ Network Connection Device ที่สามารถทำให้ตู้ Vending Machine สามารถให้บริการแบบ Online-Realtime รับส่งข้อมูลกับฐานข้อมูลส่วนกลางได้ ในกรณีเพื่อเก็บแต้มสะสม หรือ เก็บบันทึกข้อมูลการซื้อสินค้าของผู้บริโภคได้เลย
ถึงแม้ว่าการทำงานต่าง ๆ จะคล้ายกับ Mobile app ทั่วไป แต่สำหรับการเข้ามาปรับปรุง หรือ แก้ไขระบบบนตู้ ก็สามารถเข้าใช้งาน Kiosk Mode สำหรับพนักงานดูแลระบบได้เช่นกัน ทำให้การ Maintenance บน Android OS นั้นสามารถทำได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยาก และมีความปลอดภัยกับตัวระบบแอปพลิเคชันด้วย
🌈 เราจะเห็นได้ว่าระบบ Android OS นั้นออกแบบเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาบน Smart Device ที่หลากหลาย ไม่ได้อยู่เพียงแค่ SmartPhone หรือ Tablet เพียงเท่านั้น ยังมีเทคโนโลยีอื่นอีกมากมายที่ Android OS รองรับได้ไม่ว่าจะเป็น SmartTV, SmartWatch, รถยนต์ ระบบคิดเงินร้านค้า รวมไปถึงตู้กดสินค้าอัตโนมัติอีกด้วย
ทำให้เราเริ่มมองเห็นแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า Android OS เป็นตัวเลือกที่ดีและทั้งการเข้าถึงผู้ใช้งานได้ง่าย ตอบโจทย์เป้าหมายของธุรกิจได้ดี รวมไปถึงช่วยส่งเสริมเหล่านักพัฒนาให้สามารถผลิตเทคโนโลยีน่าสนใจใหม่ ๆ ขึ้นมาด้วยฟีเจอร์ลูกเล่นต่าง ๆ ของระบบ Android ได้ในอนาคต
และถ้าหากใครที่อยากอ่านข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับข้อดีของการพัฒนาระบบ Android ใน Kiosk หรือ Vending Machine ก็สามารถเข้าไปติดตามอ่านได้ใน Blog ของคุณเอก สมเกียรติ กิจวงศ์วัฒนะ ผู้เชี่ยวชาญในวงการ Android ซึ่งเขียนไว้อย่างละเอียดได้ที่นี่เลย 👉 https://akexorcist.dev/android-for-corporate-owned.../
🎯 ไม่พลาดโอกาสที่จะก้าวสู่การเป็นนักพัฒนาแอปฯ Android
สอนโดยประสบกาณณ์ทำงานจริงจากผู้เชี่ยวชาญ Google Developers Expert!!
แพ็กจัดเต็ม 4 คอร์สออนไลน์ ‘Android Series’ รวบรวมเนื้อหาครอบคลุมทุกเรื่องที่ต้องรู้ ครบ จบ ในซีรีส์เดียว🚀 ลดระยะเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้ให้สั้นที่สุด เน้นลงมือปฏิบัติทำโจทย์จริง ให้คุณเรียนรู้ได้รวดเร็ว เข้าใจแก่นสำคัญและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสายงานได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาศึกษานาน
สอนโดยคุณเอก สมเกียรติ กิจวงศ์วัฒนะ Staff Software Engineer, LINE MAN Wongnai Thailand และ Google Developers Expert สาขา Android
🔥 Promotion พิเศษ! ราคาเปิดตัวเพียง 5,290 บาท จากราคาเต็ม 7,970 บาท สำหรับ 100 คนแรกเท่านั้น (เฉพาะสมัครในนามบุคคล) เพียงกรอกโค้ด ANDROID_T1 👉 https://to.skooldio.com/ll4S71Ua5qb
🏆 เรียนรู้ครบทุกทักษะที่จะเป็นของ Android 🏆
✅ เริ่มต้นปูพื้นฐานภาษา Kotlin อย่างสมบูรณ์ เข้าใจ Syntax และการทำงานเบื้องต้นของภาษา Kotlin ได้ เข้าใจคอนเซปต์เกี่ยวกับ Function, Class, และ Object จนสามารถนำเทคนิคต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้พัฒนาแอปฯ Android ได้
✅ เข้าใจวิธีการใช้งาน Android Studio, โครงสร้างของโปรเจค Android และวิธีการสร้าง APK ของ Android Studio สามารถเข้าใจการทำงานของระบบ Android และสร้างแอปฯที่มีการทำงานง่าย ๆ เพื่อเรียนรู้ App Component และ UI Component พื้นฐานที่มีให้ใช้งานได้ เพื่อช่วยให้นักพัฒนา Android สามารถพัฒนาแอปฯได้ง่ายขึ้น สะดวกมากขึ้น และรวดเร็วมากขึ้น
✅ เรียนรู้ App Resources เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างหรือออกแบบการทำงาน User interface ที่เข้าถึงผู้ใช้งานได้ โดยมีทั้งส่วนที่เขียนด้วยภาษา XML ที่สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่า สามารถพัฒนาแอปฯ โดยใช้ประโยชน์จาก App Resources เพื่อลดโค้ด Java หรือ Kotlin ที่ไม่จำเป็นให้น้อยลง และรองรับ Fragmentation พื้นฐานสำหรับแอปฯส่วนใหญ่ได้
✅ เรียนรู้วิธีการทดสอบแอปฯ Android ก่อนที่จะถึงมือผู้ใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบบนอุปกรณ์จำลอง (Android Emulator) หรืออุปกรณ์จริง (Physical Device) รวมไปถึงการใช้เครื่องมือต่างๆใน Android Studio เพื่อวิเคราะห์ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการพัฒนาแอปฯ Android เพื่อช่วยให้ขั้นตอนการพัฒนาสามารถเป็นไปอย่างราบลื่น และรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้เมื่อนำไปใช้งานจริงได้
✅ เรียนรู้วิธีการทำแอปฯขึ้นบน Google Play ใช้งานจริงได้ และการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ใน Google Play Console เพื่อช่วยจัดการกับแอปฯที่อยู่บน Google Play
คอร์สนี้เหมาะกับใคร…
🔸 Android Developer - ทั้งมือใหม่หรือมือเก่าที่อยากอัปสกิลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
🔸 นักเรียน นักศึกษา - ผู้ที่สนใจสายงาน Android Developer เพื่อสามารถเตรียมตัวเข้าสู่สายงานได้
🔸 Software Developer Platform อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น iOS หรือ Windows สนใจนำความรู้ไปต่อยอดขยายทักษะให้กว้างขึ้น เก่งขึ้น มีคุณสมบัติ Dev ที่เก่งหลายด้าน อัปค่าตัวให้แพงขึ้น!
⚡⚡⚡สมัครเรียนในราคาพิเศษก่อนใคร เพียง 5,290 บาท จากราคาเต็ม 7,970 เพียงกรอกโค้ด ANDROID_T1 จำกัดเฉพาะ 100 คนแรกเท่านั้น! 👉https://to.skooldio.com/ll4S71Ua5qb
#Skooldio #UpSkillwithSkooldio #AndroidSeries #Android #Kotlin
โฆษณา