25 มิ.ย. 2022 เวลา 04:00 • การตลาด
กรณีศึกษา ทำไมการขายพวงมาลัย แถวสี่แยกไฟแดง อาจไม่เวิร์กอีกต่อไป..
ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 20 (1) ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดปรุงอาหาร ขาย หรือจำหน่ายสินค้าบนถนน หรือในสถานสาธารณะ
หากฝ่าฝืน ผู้ซื้อจะโดนโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และผู้ขายจะโดนโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ดังนั้น การขายของบนถนนจึงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายทั้งคนซื้อและคนขาย
แต่ถ้าไม่พูดถึงมุมของกฎหมาย แล้วมาลองวิเคราะห์ในมุมของตัวสินค้า และการตลาด
เช่น พวงมาลัย โดนัท กล้วยแขก หรือนมเปรี้ยว ที่นิยมเร่ขายกันตามสี่แยกไฟแดง มาตั้งแต่อดีต
ว่าทำไมถึงอาจไม่ค่อยเวิร์กในยุคปัจจุบัน.. ซึ่งจะพบว่า
1) พวงมาลัย มีความต้องการลดลง จากประชากรไทยที่ “ไม่นับถือศาสนา” เพิ่มจำนวนมากขึ้น
สาเหตุเกิดจากกลุ่มประชากรที่ “ไม่นับถือศาสนา” มีจำนวนเพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงในไทยด้วยเช่นกัน
ซึ่งนับว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีมานานหลายปีแล้ว และนับวันก็จะยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
3
ข้อมูลผลสำรวจจาก Pew Research Center (องค์กรที่วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางศาสนา และผลกระทบต่อสังคมทั่วโลก) เคยเผยแพร่ข้อมูลในปี 2012-2015 โดยระบุว่า มีผู้คนมากกว่า 1.2 พันล้านคนทั่วโลก ชี้ว่าตนเอง “ไม่มีศาสนา” หรือคิดเป็น 1:6 เมื่อเทียบกับประชากรโลกทั้งหมดที่มี 7.3 พันล้านคน
3
อีกทั้งยังได้มีการนำตัวเลขดังกล่าว มาคาดการณ์ตัวเลขจำนวนประชากรของแต่ละประเทศที่ไม่นับถือศาสนา ในปี 2020 เช่น
- จีน มีคนไม่นับถือศาสนา 720 ล้านคน
- ญี่ปุ่น มีคนไม่นับถือศาสนา 74 ล้านคน
- สหรัฐอเมริกา มีคนไม่นับถือศาสนา 62 ล้านคน
- เวียดนาม มีคนไม่นับถือศาสนา 28 ล้านคน
- เกาหลีใต้ มีคนไม่นับถือศาสนา 23 ล้านคน
1
นอกจากนั้น จากการสำรวจใน 106 ประเทศ ยังพบว่า คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมกลุ่มศาสนาน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญใน 41 ประเทศ
รวมถึงกลุ่มลูกค้าบางคน ก็ไม่ได้ชอบกลิ่นของพวงมาลัย และซื้อน้ำหอมปรับอากาศรถยนต์มาใช้แทน เพราะตอบโจทย์ในเรื่องของความหอมมากกว่า
1
2) คนใส่ใจในเรื่องสุขอนามัย (Hygiene) มากขึ้น หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด 19
ดังนั้น กลุ่มสินค้าที่อยู่ในหมวดอาหาร ที่ขายตามสี่แยกไฟแดง เช่น โดนัท กล้วยแขก หรือนมเปรี้ยว จึงทำให้ผู้บริโภคเกิดความกังวล เพราะไม่รู้ที่มาของสินค้าว่ามาจากไหน และมีกรรมวิธีในการผลิตที่สะอาดมากน้อยเพียงใด หากจะต้องซื้อมาบริโภค
ประกอบกับ แม้ว่าในอดีต บางสินค้าจะได้รับความนิยมและขายดี
แต่เมื่อยุคสมัยและเจเนอเรชันเปลี่ยนไป จึงไม่ได้รับประกันว่าสินค้าเหล่านั้น จะยัง “ขายได้ดี” เหมือนเดิมนั่นเอง
แล้วสินค้าอะไร ที่น่าจะตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน และขายดี ตามสี่แยกไฟแดงบ้าง ?
อย่างแรกคือ เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ เพราะมั่นใจได้ในความสะอาด
ความต้องการเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์มีเพิ่มมากขึ้น หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว หล่อหลอมให้เกิดพฤติกรรม หรือวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ที่ทุกคนใส่ใจในเรื่องสุขอนามัย (Hygiene) มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการใช้งานเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ ก็มีความถี่เพิ่มขึ้น เช่น
- ฉีดล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
- ฉีดล้างมือหลังจากรับบัตรจอดรถ หรือรับเงินทอนจากทางด่วน
- ฉีดที่นั่งก่อนนั่งบน BTS หรือ MRT
- ฉีดล้างมือหลังจากซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า
ดังนั้น สินค้าอย่างเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ จึงยังคงเป็นสินค้าที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง แม้การแพร่ระบาดของโควิด 19 จะเบาบางลงแล้วก็ตาม
นอกจากนั้น ก็ยังมีสินค้าประเภทอื่นที่น่าจะขายดีตามสี่แยกไฟแดง เพราะเป็นสินค้าที่ใช้แล้วหมดไป เช่น
- น้ำหอม หรือถุงหอมปรับอากาศรถยนต์ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย
- ผ้าเย็น เจาะกลุ่มคนขับรถจักรยานยนต์ เพราะอากาศประเทศไทยร้อนเกือบตลอดทั้งปี
- ทิชชู ทั้งแบบแห้งและแบบเปียก เพราะมีความต้องการใช้ทุกวัน ในหลาย ๆ สถานการณ์
ทั้งนี้ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสินค้าที่น่าจะขายดีตามสี่แยกไฟแดง เป็นเพียงมุมมองที่มีต่อตัวสินค้าเท่านั้น ส่วนในเรื่องของความถูกต้อง ก็ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และหลักปฏิบัติที่ควรจะเป็น
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะทำธุรกิจอะไร การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย
และพฤติกรรมของผู้บริโภคก็เป็นสิ่งที่ต้องศึกษา สังเกต และต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้
เพราะสินค้าและบริการจะขายได้ ก็ต่อเมื่ออยู่ถูกที่ ถูกเวลา และมีปริมาณความต้องการ หรือจำนวนคนที่จะซื้อ มากพอนั่นเอง..
โฆษณา