27 มิ.ย. 2022 เวลา 04:33 • การศึกษา
ในยุคปัจจุบัน ขึ้นชื่อว่าเป็นยุคหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และรุนแรง
หลายสิ่งหลายอย่างล้วนแต่เปลี่ยนแปลงไป ไม่มากก็น้อย
รวมไปถึงสิ่งที่เรียกว่า "มหาวิทยาลัย"
ในอดีตนั้น คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การจบปริญญา เพื่อจะมาทำงานกินเงินเดือนนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะนั่นคือสิ่งที่การันตีตัวคุณว่าจะได้เงินเดือนอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำ ที่ไม่ใช่ระดับเดียวกับแรงงานรายชั่วโมงหรือไม่
แต่ในยุคปัจจุบัน ความคิดนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไป
เพราะการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว เทดโนโลยี และระบบอัตโนมัติต่างๆ เริ่มเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากยิ่งขึ้น
งานบางอย่างไม่จำเป็นที่จะต้องใช้คนอีกต่อไป และงานบางอย่าง ต้องการ skill ด้านเทคโนโลยี มากขึ้นกว่าเดิม
ดังนั้น การเรียนมหาวิทยาลัยแบบเดิมๆ จึงเริ่มไม่ตอบโจทย์ในตลาดแรงงานอีกต่อไป
เด็กจบใหม่เริ่มหางานได้ยากมากขึ้น เพราะ skill การทำงานที่ต้องการในยุคนี้ มันไม่ได้มาจากการเรียนมหาวิทยาลัย!!
1
เราเริ่มเห็นบางบริษัท หันมาเปิดระบบ Training เป็นของตัวเอง ที่เรียนใน skill ที่จำเป็นต่อการทำงานจริงๆเท่านั้น และเป็นหลักสูตรระยะสั้น ที่ไม่ต้องใช้เวลาเรียนถึง 4 ปี จึงจะทำงานได้
ข้อดีก็คือว่า เมื่อจบจากสถาบันแล้ว การันตีว่ามีงานทำในทันที และ skill การทำงานที่ได้ ตรงตามความต้องการของบริษัทจริงๆ
ถึงแม้ว่า จะมีบริษัทที่ทำแบบนี้เพียงน้อยนิด แต่นั่น ก็สร้างแรงกระเพื่อม มาสู่ วงการการศึกษา ที่ใหญ่ที่สุดซึ่งมีไว้ปั้นคนเพื่อป้อนให้กับตลาดแรงงาน ที่เรียกว่า มหาวิทยาลัย
แน่นอนว่า หากในอนาคต บริษัท ผันตัวมาทำแบบนี้มากขึ้น สิ่งที่จะถูกเลือนหายไป ก็คงไม่พ้น มหาวิทยาลัย
ในปัจจุบันเริ่มมีมหาวิทยาลัยบางแห่ง ปรับตัวให้เข้ากับสถาณการณ์ปัจจุบันเกิด การคิดแบบกลับด้าน ที่ปกติเราจะต้องจ่ายเงินให้กับมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าไปเรียนให้จบ แล้วหลังจากนั้น ก็เป็นตัวเราเองที่ต้องแบบรับความเสี่ยงในการหางาน ถ้าไม่ได้งาน ก็เหมือนกับว่าที่ทุ่มทุนเสียเงินเสียเวลาไปนั้น เท่ากับเสียเปล่า
แต่ใน Model ใหม่นี้ ทางมหาวิทยาลัย จะให้คนเข้ามาเรียนก่อน หลังจากนั้น เมื่อจบแล้ว มีงานทำ ค่อยจ่ายเงินค่าเรียนคืนให้กับมหาวิทยาลัยในภายหลัง
นั่นก็เท่ากับว่า การเรียนในมหาวิทยาลัยนี้ แทบจะการันตีเลยว่า คุณจะคุ้มค่าเงินและเวลาที่เสียไปกับการเรียนที่นี่แน่นอน
ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่ใช้ Model นี้ได้แก่ Lambda School ตอนนี้รีแบรนด์เป็น Bloom Institute of Technology ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เรียนเกี่ยวกับ Data science , Web Development หรือการเขียน Code ต่างๆ โดยผู้เรียนจะต้องทำสัญญา เมื่อเรียนจบและมีงานทำว่าจะต้องหักส่วนหนึ่งของรายได้เพื่อจ่ายเป็นค่าเรียน ซึ่ง %ในการหักก็จะแตกต่างกันไปตามรายได้ของแต่ละคน
อีกที่หนึ่งก็คือ Make School ซึ่งก็เป็นสถาบันที่สอนเกี่ยวกับการ Data science , Web Development หรือการเขียน Code เช่นเีดยวกับ Lamdha School และก็ใช้โมเดลเดียวกันด้วย
ถ้าถามว่าทำไมทั้ง2 สถาบันนั้นถึงกล้าทำแบบนี้ เหตุผลก็เป็นเพราะว่า การเรียนของพวกเขานั้นใช้เวลาเรียนค่อนข้างสั้นกว่ามหาวิทยาลัยปกติ และ เรื่องที่เรียนก็เป็นเรื่องที่สามาถไปใช้ในการทำงานได้จริงๆ และที่สำคัญ การที่จะจบได้นั้น นักเรียนจะต้องทำ Project จบที่มหาโหด เสมือนเป็นการสร้างธุรกิจหรือ application ขึ้นมาจริงๆ และแน่นอนว่า สิ่งที่พวกเขาสร้างก็ต้องสามารถทำรายได้จริงๆอีกด้วย
นั่นจึงเป็นตัวการันตีการเรียนรู้ของทั้ง 2 สถาบัน
และนอกจากนั้น พวกเขายังมี Partner กับบริษัท IT ชื่อดังระดับโลกอีกหลายแห่ง ถ้าหากว่าบริษัทเหล่านี้ต้องการคน การหาคนที่จบจาก 2 สถาบันนี้ ก็เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างดีทีเดียว
ถือว่าเป็น Model การเรียนในรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจเอามากๆ เราอาจจะพบเคยเจอการเรียนที่เรียนไปก่อนและมาผ่อนจ่ายเอาทีหลัง แบบ กยศ.บ้านเรา แต่นั่นก็ไม่ได้การันตีเรื่องอาชีพการงาน ว่าคุณจะได้เงินเดือน 100% ไหม
แต่ Model นี้กลับสามารถการันตีเรื่องงานให้กับคุณได้
สำหรับผมแล้วถือว่าเป็น Model ที่เป็นการรับผิดชอบต่อผู้เรียนมากถึงมากที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วคงไม่อยากมีใครเรียนไปแล้วต้องมาไม่มีงานทำแน่ๆ
ถึงแม้ว่าปัจจุบัน Model นี้จะมีเพียงสถาบันที่สอนในทางด้าน IT เป็นหลักก็จริง แต่เราก็สามารถคาดหวังได้ว่าแรงกระเพื่อมนี้ จะไปเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาในปัจจุบัน ให้มันดีกว่าเดิมได้ จากที่เป็นอยู่
ก็ได้แต่หวังว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อที่จะได้เห็นคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ต้องอดทนเรียนตั้งแต่ประถม-มหาวิทยาลัย เพียงเพื่อไปทำงานกินเงินเดือนแบบในปัจจุบัน
-เพื่ออนาคตที่ดีกว่า-

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา