ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ในเงาเวลาของผม
คนวัยห้าสิบอย่างผมนั้นตั้งแต่จำความได้ก็เติบโตภายใต้โลกบันเทิงที่มีแกรมมี่เป็นผู้ชี้นำมาโดยตลอด ศิลปินในดวงใจที่เราชื่นชอบ คอนเสิร์ตที่เราดู วิทยุที่เราฟัง ทีวีที่เราชมส่วนใหญ่ก็เป็นรายการของแกรมมี่ตั้งแต่เล็กจนโต ความเป็นแกรมมี่ของคนรุ่นผมและในรุ่นต่อๆมานั้นยิ่งใหญ่เกินความเป็นแค่บริษัทแกรมมี่
1
แต่เป็นตำนานที่มีชีวิต ตั้งแต่พี่เบิร์ด พี่เล็ก บุษบา พี่ฉอด พี่บอย ถกลเกียรติ จนถึงรุ่นหลังๆสำหรับผมอย่างทีมจีดีเอช ป๋าเต็ด ตูน bodyslam และคนอื่นๆที่เขียนยังไงก็คงไม่หมด
5
แต่ชื่อแรกที่เราจะคิดถึงเวลาพูดถึงแกรมมี่ กลับไม่ใช่ศิลปินคนไหน กลับเป็นคนที่ร้องเพลงไม่ได้ ไม่มีทักษะทางดนตรี ไม่ชอบขึ้นเวที แต่เป็นตำนานสุดยอดของวงการธุรกิจไทยคนหนึ่ง เป็นคนสร้างอาณาจักรแกรมมี่มากับมือ ก็คือคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม หรือ “อากู๋” แห่งแกรมมี่ ที่ผมได้มีโอกาสทำงานเป็นลูกน้องอยู่ด้วยในช่วงหนึ่งของชีวิต
ใครจะไปคิดว่า ครั้งหนึ่งผมซึ่งเป็นคนที่ร้องเพลงไม่ได้ ไม่มีทักษะทางดนตรี ปรบมือยังไม่เข้าจังหวะจะได้มีโอกาสทำงานร่วมกับพี่ๆในตำนาน อย่างพี่เล็ก พี่ฉอด พี่บอย ได้มีห้องทำงานที่ห้องข้างๆเป็นพี่เบิร์ด ได้อยู่ในใจกลางอาณาจักรบันเทิงที่เราได้แต่เฝ้าติดตามตั้งแต่เด็ก และที่สำคัญ ได้มีส่วนร่วมในการทำงานกับคุณไพบูลย์ ซึ่งมีอะไรให้เรียนรู้อย่างมากมาย แม้กระทั่งการที่มีโอกาสได้รู้จักคุณไพบูลย์ครั้งแรกก็เป็นเรื่องราวที่มีสีสันกับผมมากที่ต้องบันทึกในความทรงจำส่วนตัวไว้
2
เมื่อสิบกว่าปีก่อน ผมเขียนหนังสือเล่าเรื่องราวของแบรนด์แฮปปี้เล่มหนึ่งชื่อคนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน ซึ่งก็ขายดีพอสมควร และก็มีคนในแกรมมี่เอาไปอ่านและแนะนำกัน บังเอิญว่า ในบทหนึ่งของหนังสือผม ผมได้เขียนบ่นๆถึงบริษัทลูกของแกรมมี่ในการทำธุรกิจกับเราไว้ในทางลบ ถึงแม้ไม่ได้เอ่ยชื่อโดยตรงก็พอจะเดาออก ก็มีคนแกรมมี่เอาไปให้คุณไพบูลย์ดู คุณไพบูลย์อ่านแล้วก็โมโหมาก ว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนไหนมาเขียนว่าบริษัท ก็ให้คนโทรไปที่มติชนซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ต้นสังกัดของหนังสือผมจนเรื่องราวมาถึงหูผม
2
ด้วยความที่เป็นเด็ก ผมก็เลยขออนุญาตนัดคุณไพบูลย์ไปเพื่อชี้แจงเรื่องราวและเหตุผลถึงการเขียนและเพื่อที่จะขอโทษที่อาจจะล่วงเกิน และด้วยความกลัวและเกรงบารมีของคุณไพบูลย์ ผมเลยขอเรียนเชิญ คุณไชย ณ ศีลวันต์ ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทแกรมมี่ในสมัยนั้นและพี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ จากมติชนไปช่วยไกล่เกลี่ยด้วย และก็ไปเจอคุณไพบูลย์ด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ
3
พอได้เจอ คุณไพบูลย์ ซึ่งโมโหผมมาก ก็ไม่ได้ปล่อยให้ผมอธิบายอะไรมากมาย เพราะคุณไพบูลย์มั่นใจว่าแกรมมี่ไม่เคยทำธุรกิจที่เสียหายอะไรแบบที่ผมเขียน ถึงแม้ผมจะพยายามว่าอาจจะเป็นการเข้าใจผิดกันก็ตาม หลังจากฟังคุณไพบูลย์เทศนาอยู่เป็นชั่วโมง คุณไพบูลย์ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นนักเลงโบราณด้วยการบอกผมว่า เอางี้ละกัน คุณไพบูลย์อยากจะทำอะไรกับดีแทคอีกครั้งหนึ่ง เอาให้ใหญ่ๆเลย และจะพิสูจน์ว่าแกรมมี่แฟร์และใจกว้างแค่ไหน ไม่ใช่แบบที่ผมเขียน โดยให้ผมไปเสนอมา และจะแสดงให้เห็นว่าที่ผมเขียนนั้นไม่ถูกต้อง
5
ผมก็กลับมาด้วยความโล่งใจที่การเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่อย่างคุณไพบูลย์ผ่านไปด้วยดี แต่ก็ยังมีการบ้านที่คุณไพบูลย์ให้ ซึ่งผมก็มานั่งคิดนอนคิดร่วมกับทีมงานอยู่นาน เพราะอยากจะทำอะไรให้สำเร็จร่วมกันกับทางแกรมมี่ เพื่อที่จะให้คุณไพบูลย์สบายใจ
2
ในตอนนั้น ธุรกิจเพลงกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย
อย่างมากจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป การเข้ามาของซีดี ทำให้แผ่นผี ซีดีเถื่อนระบาดอย่างหนัก รายได้ของศิลปินก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ทางแกรมมี่ก็ใช้สารพัดวิธีตั้งแต่ไล่จับคนผลิต ลดราคาซีดีลงมา พยายามหาซอฟท์แวร์ที่ใส่ในแผ่นเพื่อป้องกัน และเริ่มให้บริการดาวน์โหลดผ่านโทรศัพท์มือถือ
1
แต่ก็ยังต้านกระแสของซีดีเถื่อนได้ลำบากโดยซีดีเถื่อนในยุคสมัยนั้นถึงกับมีแบรนด์เป็นของตัวเอง แบรนด์ที่ดังๆและเป็นหนามยอกอกศิลปินมากก็เช่น แวมไพร์ ที่พอของแท้ของปั๊บ แผ่นแวมไพร์ก็รวมฮิตหลายๆอัลบั้มโดยขายในราคาไม่ถึงร้อยบาท ถูกกว่าแผ่นจริงไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเท่า
1
ผมก็มานั่งคิดเล่นๆกับทีมงาน คิดในมุมของผู้บริโภคว่า ถ้าจะเอาชนะพวกแผ่นผีแวมไพร์ ก็จะต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าคุ้มกว่าเมื่อเทียบกับแวมไพร์ ประกอบกับในตอนนั้นเทคโนโลยีของมือถือก็เริ่มที่จะดาว์นโหลดเพลงเข้ามาเก็บในมือถือได้ ถึงแม้ว่าขั้นตอนจะยังไม่ง่ายมากและ user interface ก็ยังไม่ได้สะดวกเหมือนกับสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน
4
เราก็เลยคิดไอเดียที่สุดโต่งมาได้ไอเดียหนึ่งที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมือถือที่เริ่มเข้ามา โดยคิดว่าถ้าเราเปิดให้บริการใหม่ ที่ผู้ใช้มือถือสามารถโหลดเพลงได้ไม่จำกัดจากคลังเพลงของแกรมมี่ที่มีเป็นหมื่นๆเพลง แต่จ่ายแค่เดือนละสามสิบบาท ความคุ้มที่มีต่อผู้บริโภคเมื่อเทียบกับแผ่นผีก็น่าจะไม่เป็นรองกัน ผู้บริโภคก็น่าจะตัดสินใจได้ง่ายในการสมัคร
2
ตอนนั้นผมมีสมมติฐานว่า ต่อให้คนสมัครและโหลดเพลงได้ไม่จำกัด แต่ถึงเวลาจริงๆก็คงโหลดกันไม่ได้เยอะมากมายนัก เพราะการโหลดก็ไม่ได้สะดวกมากและต้องเสียค่าอินเตอร์เนทด้วย ผมก็คิดว่าอย่างมากคงโหลดกันเดือนนึงไม่กี่สิบเพลง (ตอนหลังกลายเป็นผมคาดผิดไปเยอะ คนสมัครเป็นสมาชิกรายเดือนแต่โหลดจริงๆเดือนนึงไม่ถึงสิบเพลงด้วยซ้ำ) แต่ถ้าได้ฐานลูกค้ามาจำนวนหนึ่งก็น่าจะดีกว่าปล่อยให้แผ่นผีซีดีเถื่อนกวาดเอาไปหมด
2
ผมก็เอาไอเดียนี้ไปนำเสนอคุณไพบูลย์ คุณไพบูลย์ขอเวลาไปหารือทีมงาน ผมเข้าใจว่าตอนนั้นก็คงมีคนค้านเยอะ เพราะเป็นไอเดียที่เสี่ยงมาก ตอนนั้นแกรมมี่ยังขายเพลงดาวน์โหลดเพลงละสามสิบบาทอยู่เลย จะให้เปลี่ยนเป็นดาวน์โหลดได้เป็นหมื่นๆเพลงแต่เสียแค่เดือนละสามสิบบาท เป็นใครก็คงค้าน
แต่ด้วยความเป็นคุณไพบูลย์ (ซึ่งผมก็ได้เข้าใจคุณไพบูลย์ในแง่นี้มากขึ้นหลังจากมีโอกาสร่วมงาน) ที่มีวิสัยทัศน์ที่ไกล มองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และคงผสมกับใจนักเลงที่อยากจะพิสูจน์ความแฟร์ของแกรมมี่ ก็เลยตกลงลองทำโครงการนี้ร่วมกับดีแทค ซึ่งตอนนั้นเราใช้ชื่อว่า แฮปปี้แวมไพร์ เป็นการตั้งชื่อประชดแผ่นผีไปในตัวแบบขำๆด้วย
3
เราก็ทำการตลาดร่วมกันอย่างหนัก ทั้งช่องทางของแกรมมี่และช่องทางของดีแทค ปรากฏว่าเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่เกินคาดคิด เราหาสมาชิกกันได้เป็นหลักล้านคน และต่อมาภายหลังแกรมมี่ก็ขยายไปทำกับผู้ให้บริการรายอื่นและใช้โมเดลทางธุรกิจแบบบุฟเฟต์นี้ไปกับการให้บริการเสียงเพลงรอสายและอื่นๆอีก
6
แกรมมี่สามารถทำรายได้จากบริการแบบนี้ได้เป็นหลักพันล้านบาทต่อปีจากสมาชิกหลายล้านคน และมีวิธีการแบ่งรายได้ให้ศิลปินตามจำนวนที่ถูกดาวน์โหลด ทำให้ศิลปินก็มีรายได้และแรงจูงใจใหม่ในการผลิตงาน เป็นความสำเร็จที่มาทันเวลากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโดยแท้และเป็นรายได้หลักของแกรมมี่อยู่หลายปีจนเข้ายุคสมาร์ทโฟนจึงค่อยๆลดลงไป แต่ไอเดียในตอนนั้นก็ไม่ต่างจาก spotify ในตอนนี้เท่าใดนัก
5
หลังจากนั้นผมก็กลายเป็นหนึ่งในคนที่คุณไพบูลย์รู้จักและให้ความเมตตาในช่วงที่อยู่ดีแทค และเมื่อออกมาจากดีแทคแล้ว คุณไพบูลย์ก็ชวนผมเป็นที่ปรึกษาให้กับแกรมมี่ในช่วงที่กำลังคิดการใหญ่ที่จะบุกทีวีดาวเทียมและทำธุรกิจเพย์ทีวี จนเมื่อผ่านไปซักพัก คุณไพบูลย์ก็เอ่ยปากชวนให้ผมมารับตำแหน่งซีอีโอทางด้านธุรกิจใหม่
2
และก็เป็นประตูที่เปิดให้ผมมีโอกาสได้ทำงานและเรียนรู้จากมังกรในตำนานอย่าง “ อากู๋” ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม แห่งแกรมมี่
ก่อนที่ผมจะมีโอกาสร่วมงานกับคุณไพบูลย์เป็นเรื่องเป็นราว ผมเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคุณไพบูลย์เยอะมาก แต่น้อยครั้งมากๆที่จะได้อ่านบทสัมภาษณ์คุณไพบูลย์ และไม่เคยเห็นคุณไพบูลย์ออกทีวีช่องไหนๆเลย เรื่องราวและวิถีทางของคุณไพบูลย์จึงเป็นเรื่องในตำนานสำหรับคนรุ่นผม
2
ตอนที่คุณไพบูลย์เอ่ยปากชวนผมมาเป็นที่ปรึกษา คุณไพบูลย์ฝากพี่จิ๋ม สุวภา เจริญยิ่ง ซึ่งเป็นเจ้านายเก่าที่ผมเคารพมากๆและเป็นกรรมการของแกรมมี่มา โดยบอกว่าคุณไพบูลย์ฝากบอกว่าผมเป็นแนวนักรบ จะมามัวปลูกผักทำสวนอยู่ทำไม ซึ่งพอทำงานกับคุณไพบูลย์ไปนานๆ จะรู้เลยว่า วิธีการเปรียบเทียบ เปรียบเปรย ใช้คำพูดง่ายๆที่คมคาย เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคุณไพบูลย์เลยทีเดียว
2
คุณไพบูลย์เป็นคนที่ใช้ภาษาไทยได้ดีมากๆคนหนึ่งที่ผมเคยเจอ มีวิธีสื่อสารเรื่องราวได้เพลิดเพลินมากๆ ผมมานั่งเป็นที่ปรึกษาได้ซักพัก ก็ได้เข้าร่วมในอภิมหาโครงการใหญ่ที่ตอนนั้นใช้ชื่อวันสกาย (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น GMMZ) เพื่อที่จะสร้าง platform ใหม่ผ่านการขายกล่องรับสัญญานดาวเทียมและการทำธุรกิจแบบบอกรับสมาชิกในการชมรายการ
เป็นธุรกิจใหม่ที่แกรมมี่ไม่เคยทำ แต่เป็นความฝันของคุณไพบูลย์ที่อยากจะปลดแอกตัวเองจากข้อจำกัดที่แกรมมี่ต้องทนมาหลายสิบปี คุณไพบูลย์ใช้คำเปรียบเปรยว่า ถึงเวลาที่ต้องมี “บ้าน”ของตัวเองซักที หลังจากที่ต้องคอยอ้อนวอนขอเวลาทำรายการทีวี บางทีก็โดนปลดดื้อๆ หลุดจากผังแบบไม่ทันตั้งตัวก็บ่อย เจ็บช้ำน้ำใจมาก็มาก คุณไพบูลย์ก็เลยตัดสินใจลุยสมรภูมิใหญ่นี้แบบเต็มตัว
5
ผมในช่วงนั้นก็ช่วยหาคน หาผู้บริหาร ช่วยเรื่องโน้นเรื่องนี้ จิปาถะ จนค่อนข้างเข้าไปมีส่วนร่วมเยอะเพราะมีเวลาในการสร้าง operation ในมุมต่างๆอยู่ไม่กี่เดือนก่อนที่จะถึงฟุตบอลยูโร 2012 ที่เป็นจุดขายหลักที่แกรมมี่ไปซื้อมาเพื่อเปิดตัวกับกล่อง GMMZ จนถึงจุดหนึ่ง คุณไพบูลย์ก็ชวนผมเข้ามาดูแลแบบเต็มตัว ซึ่งผมก็ตอบตกลงด้วยความห่วงเวลาที่เหลือไม่มาก กับมีความรู้สึกดีๆที่อยากทำงานให้คุณ ไพบูลย์
1
ถ้าใครเคยได้ทำงานใกล้ชิดกับคุณไพบูลย์ จะรู้เลยว่าคุณไพบูลย์เป็นคนที่มี “เสน่ห์” อย่างมากในการดูแลคน สำหรับผม คุณไพบูลย์ไม่เคยดุด่าว่าอะไรแรงๆเลยตลอดการทำงานด้วยกันปีกว่าๆ หลายๆครั้งอาจจะมีไม่เห็นด้วยกันบ้างแต่คุณไพบูลย์ก็เอ็นดูผมเหมือนน้องคนหนึ่ง ความจริงใจ ตรงๆแบบนั้นจะสัมผัสได้เวลาได้ทำงานด้วย ผมคิดว่าข้อนี้เป็นหนึ่งในเคล็ดลับในการประสบความสำเร็จของแกรมมี่
2
ถ้าหากจะมีใครถามว่า บริษัทแกรมมี่ที่ต้องทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศิลปินที่ใช้อารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล ระแวง ขี้สงสัยไว้ก่อนว่านายทุนจะเอาเปรียบ (คุณไพบูลย์เคยเล่าไว้แบบนั้น) ก้าวขึ้นมามีขนาดใหญ่ ชนะคู่แข่งทั้งในและต่างประเทศในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาได้อย่างไร หัวใจหลักๆอันหนึ่งเลยก็คือ “เสน่ห์” ของคุณไพบูลย์
2
และถ้าจะสรุปเคล็ดลับของความสำเร็จของแกรมมี่ในสายตาของคนนอกอย่างผมที่ได้เข้าไปนั่งอยู่ใจกลางบริษัทฯ ก็ต้องมองรวมไปถึงขุนพลหลักๆของแกรมมี่ที่อยู่กับคุณไพบูลย์มานาน หลายๆคนทำให้บริษัทหลักอย่างแกรมมี่เติบโตและเป็นแกนสำคัญมาตลอดอย่าง พี่เล็ก บุษบา พี่ตี่ กริช ทอมัส พี่ฉอด สายทิพย์ พี่นิค จีนี่ และอีกหลายๆคนที่อยู่ในชายคาของแกรมมี่เช่น พี่บอย ถกลเกียรติ แห่ง exact หรือช่อง ONE ในปัจจุบัน พี่ฐาเจ้าพ่อ Series Y พี่เมฆ พี่หมอก แห่ง index (ปัจจุบันแกรมมี่ไม่ได้ถือหุ้น index แล้ว)
1
หรือบริษัทหนังอันดับหนี่งของไทยอย่าง GDH นอกจาก “เสน่ห์” ของคุณไพบูลย์ที่มี human touch สูงมากและใส่ใจ ดูแลคน อย่างจริงใจแล้ว วิธีคิดของคุณไพบูลย์ในเรื่องการทำธุรกิจก็น่าจะมีส่วนมากๆในการที่ทำให้คุณไพบูลย์ได้ขุนพลเก่งๆข้างกายและอยู่กับคุณไพบูลย์อย่างยาวนาน
1
คุณไพบูลย์มีวิธีคิดกับผู้บริหารหรือขุนพลที่ไม่ได้มองคนเหล่านี้เป็นลูกจ้าง แต่เป็นหุ้นส่วนกันมากกว่า คุณไพบูลย์ไม่ลังเลเลยที่จะแบ่งส่วนแบ่งดีๆ ที่มากกว่ายุติธรรมอีก ให้กับคนที่ทำกำไรได้ ผมเคยได้ยินเรื่องแบบนี้ตั้งแต่พี่เต๋อ เรวัติ พุทธินันท์ ที่ตกใจเมื่อได้เห็นเงินก้อนแรกตอนที่มาร่วมหัวจมท้ายกับคุณไพบูลย์ ผมเรียกวิธีการนี้ว่าการทำธุรกิจแบบ “กินแบ่ง” ไม่ได้ “กินรวบ” เหมือนกับเถ้าแก่ทั่วๆไป
2
และมีการทำธุรกิจแบบ “หยวนๆ” กับขุนพลที่คุณไพบูลย์มีอยู่ คุณไพบูลย์แทบไม่เคยไปจ้ำจี้จำไชในรายละเอียด หากแต่ใช้วิธีแสดงให้รู้ว่าคุณไพบูลย์ “ไว้ใจ” มากกว่าที่ทำให้พี่ๆเหล่านั้นรักและนับถือคุณไพบูลย์ และทำงานให้อย่างสุดใจ
3
หลายๆครั้งคุณไพบูลย์ก็มักจะอธิบายให้กับชาวผู้บริหารสายการเงินหรือคนที่ไม่เข้าใจวิธีการแบบนี้ด้วยความเข้าใจในผู้บริหารสายบันเทิงอย่างกระจ่างชัดเช่น คนเขียนเพลง ถ้าไปตั้ง kpi ว่าต้องได้กี่เพลงภายในเวลาเท่าไหร่นั้นทำไม่ได้ เพราะเวลาแต่งเพลง ถ้าแต่งไม่ได้มันก็แต่งไม่ได้ จับหัว (มัน) ไปโขกโต๊ะกี่ทีเพลงก็ไม่ออก หรือเวลาผู้บริหารบางคนทำกำไรในตัวธุรกิจอยู่ดีๆ
1
ก็อยากไปทำละครเวทีที่แทบไม่ได้ตังค์อะไรและใช้เวลาหลายเดือน คุณไพบูลย์ก็จะมองด้วยความเข้าใจและสนับสนุนให้ผู้บริหารเหล่านั้นได้ “ปล่อยของ” บ้าง ถึงแม้รายได้จะหดหายไปหลายเดือนก็ตาม
1
คนภายนอกอาจจะมองคุณไพบูลย์เป็นเถ้าแก่ใหญ่ ซึ่งวิธีการดูแลกิจการ การดูงบการเงิน คุณไพบูลย์ก็ใช้วิธีแบบเถ้าแก่จริงๆ ดูงบแบบง่ายๆในรูปแบบเถ้าแก่ แต่อีกหลายด้านที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสก็คือ ความคมคายและความลึกซึ้งในการใช้ภาษา รวมถึงรสนิยมส่วนตัวที่น่าจะดีอันดับต้นๆของประเทศ ทำให้คุณไพบูลย์มีเซ้นส์อย่างมากในเรื่องโฆษณา ส่วนหนึ่งก็คงจากประสบการณ์การทำงานในอดีตจากเด็กนิ เทศ จุฬาฯ
4
แล้วได้ทำงานด้านการตลาดมาอย่างช่ำชองก่อนมาทำแกรมมี่ อีกส่วนหนึ่งก็คงจากความชอบส่วนตัวของคุณไพบูลย์ในเรื่องสื่อสารมวลชน หนังสือพิมพ์ ฯลฯ เพื่อนๆสนิทของคุณไพบูลย์ส่วนใหญ่ที่เป็นก๊วนกินข้าวก็จะอยู่ในแวดวงหนังสือแทบทั้งสิ้น ความเป็นเถ้าแก่อารมณ์ศิลปินจึงอาจจะเป็นคำตอบของความสำเร็จของธุรกิจบันเทิงของคุณไพบูลย์อีกข้อหนึ่ง
2
ผมเองก็มีช่วงประทับใจในการทำงานกับคุณไพบูลย์อยู่หลายช่วง ในตอนที่เราเจออุปสรรคจอดำช่วงฟุตบอลยูโร ผมต้องออกไปเป็นด่านหน้าในการชี้แจง และรับศึกหนักจากคำถามแรงๆในสังคม บ่อยครั้งที่คุณไพบูลย์จะส่ง sms มาให้กำลังใจ ปลอบใจเวลาโดนหนักๆ ในวันที่ผมไปออกรายการคุณสรยุทธ์เพื่อชี้แจงตอนเย็น น้องๆที่อยู่บริษัทฯบอกว่าคุณไพบูลย์ทุกคนในชั้นหยุดทำงานแล้วมาเชียร์ผมหน้าจอร่วมกับคุณไพบูลย์ ซึ่งมีคนมาเล่าให้ผมฟังภายหลังว่าคุณไพบูลย์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และนั่งไม่ติดเก้าอี้ ต้องยืนลุ้นตลอด
ที่ผมนับถือคุณไพบูลย์อย่างมากๆอีกประการก็คือ จิตใจนักสู้ที่เข้มแข็งของคุณไพบูลย์ และวิธีการมองโลกในมุมดีๆ ที่ทำให้คุณไพบูลย์ดูเหมือนไม่เครียดกับเรื่องร้ายๆอะไรเลย แม้ว่าเรื่องนั้นจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน คุณไพบูลย์มักจะบอกว่าเดี๋ยวพระเจ้าก็เข้าข้างเราเอง หลายๆเรื่องเป็นผมคงเครียดนอนไม่หลับ หรืออารมณ์เสีย พาลใส่ลูกน้องไปแล้ว แต่คุณไพบูลย์กลับนิ่ง อารมณ์ดี และค่อยๆแก้ปัญหาอย่างอดทน
คุณไพบูลย์เป็นคนที่ดูแลร่างกายตัวเองได้ดีจนผมต้องแอบเอาเป็นตัวอย่าง ในวัยเจ็ดสิบกว่าปี ผมไม่คิดว่ามีกี่คนที่จะมีสุขภาพแข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างคุณไพบูลย์ วินัยในการออกกำลังกายของคุณไพบูลย์สูงมากๆ ในหลายๆครั้งประชุมกันอยู่เครียดๆตอนเย็นๆ คุณไพบูลย์ก็จะหยุดไปออกกำลังกายก่อนแล้ว ค่อยว่ากันใหม่ ทำให้ผมนึกถึงคำขวัญบนป้ายโรงเรียนเก่าผมที่บอกว่า จิตใจที่ดีจะอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น คุณไพบูลย์ก็คงเป็น living proof ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี
3
วันที่ผมไปลาคุณไพบูลย์เพื่อจะเดินออกจากแกรมมี่หลังจากที่ถึงเวลาอันสมควร คุณไพบูลย์ยังบอกย้ำอยู่ว่า เห็นผมเป็นน้องชาย แล้วถ้าผมอยากทำอะไรก็มาชวนหุ้นได้ คุณไพบูลย์จะหุ้นด้วย พร้อมกับถ่ายรูปด้วยกันแบบขำๆ ด้วยความรู้สึกที่ดี
ช่วงที่ผมเดินออกมา การแข่งขันที่รุนแรงและน่าตื่นเต้นของทีวีดิจิตอลกำลังจะเริ่ม คุณไพบูลย์ก็นำทัพแกรมมี่ลงสนามแข่งอันดุเดือดนี้ด้วยและเจอวิบากกรรมเหมือนคนอื่นๆที่เจอเพราะไปประมูลเอาช่อง one และ gmm25 มาถึงสองช่องในขณะที่อยู่ในการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีผมในฐานะศิษย์เก่าก็แอบเชียร์คุณไพบูลย์อย่างเงียบๆ ด้วยความลำเอียง อยากให้ความฝันของคุณไพบูลย์ที่อยากมี “บ้าน” ให้ชาวแกรมมี่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งได้เป็นจริงซักทีและลุ้นให้คุณไพบูลย์หาทางต่อสู้กับ disruption ที่รุนแรงเหลือเกินครั้งนี้ให้ได้
1
หลังจากที่ผมออกมา คุณไพบูลย์ก็ยังต้องกรำศึกหนักและเจียนอยู่เจียนไปหลายครั้ง แต่ก็ประคับประคองมาได้จนอยู่รอดปลอดภัย ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันแน่ อาจจะเพราะฝีมือคุณไพบูลย์ การมองโลกในแง่ดี ความที่คุณไพบูลย์เป็นคนแบบนี้ ทำให้คนเก่งก็ยังอยู่และทำงานดีๆออกมาไม่หนีไปไหนแม้ในยามยาก
1
หรือเพราะมีกุนซือที่ดีอย่างคุณบุญคลี ปลั่งศิริ หรือเพราะความเชื่อของคุณไพบูลย์ที่พูดบ่อยๆว่าเดี๋ยวพระเจ้าก็เข้าข้างเราเอง หรือทุกอย่างรวมกัน แต่ก็ทำให้คุณไพบูลย์รอดจากสงครามที่ยากลำบากมาได้และแกรมมี่ก็เริ่มกำไรและแข็งแรงแทบจะเหมือนเดิม
ผมได้รับเกียรติจากเจ้านายเก่าของผมให้เป็น “ก๊วนกินข้าว” วงเล็กๆ ทุกๆเดือนมาหลายปี จนตอนนี้ได้เห็นความโล่งใจและได้เห็นสุขภาพที่ดี อารมณ์ที่แจ่มใสของเจ้านายเก่าคนนี้ก็ยิ่งทำให้รู้เลยว่า สงครามที่น่าจะเป็นศึกที่ใหญ่ที่สุดและเป็นศึกสุดท้ายของมังกรในตำนานที่ช่วงหนึ่งดูเหมือนจะไม่มีทางรอด อดีตเจ้านายผมคนนี้ “ชนะ”อภิมหาสงครามนี้ได้อย่างสวยงามและสมศักดิ์ศรี
2
หลังจากฟังคุณไพบูลย์เล่าถึงวิกฤติที่หวาดเสียวที่สุดในชีวิตและผ่านมันมาได้อย่างไร คุณไพบูลย์ก็สรุปแถลงปิดสงครามโลกครั้งนี้พร้อมหัวเราะไปด้วยว่า
1
ต่อไปนี้ผมจะรวย “ถาวร” แล้ว (โว้ย).....
ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม
2
  • 67
โฆษณา