Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ญี่ปุ่น 5 นาที
•
ติดตาม
15 ก.ค. 2022 เวลา 16:21 • ประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์การลอบสังหารผู้นำในญี่ปุ่น
1
เครดิตภาพ : https://books.rakuten.co.jp/rb/6186792/
จากข่าวช็อคโลกเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดการสูญเสียผู้นำคนสำคัญแบบที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน โดยเฉพาะในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดในการครอบครองอาวุธปืน นั่นก็คือ ข่าวการลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ (安倍晋三) ขณะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้แก่ลูกพรรค เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของพลเมืองชาวญี่ปุ่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นความโศกเศร้าเสียใจที่ไม่ได้มีมานานกว่า 86 ปี ในอดีตประเทศที่สงบและปลอดภัยอย่างญี่ปุ่นเอง ก็เคยเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างการลอบสังหารผู้นำทางการเมืองมาก่อน!
หากย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์การเมืองของญี่ปุ่น เคยเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารนายกรัฐมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีถึง 5 ครั้งด้วยกัน
เครดิตภาพ :https://ja.wikipedia.org/wiki/%E4%BC%8A%E8%97%A4%E5%8D%9A%E6%96%87
【การลอบสังหาร ณ สถานีรถไฟฮาร์บิน】
วันที่ 26 ตุลาคม 1909 (เมจิปีที่ 42) ขณะที่นายฮิโระบุมิ อิโต้ (伊藤博文) อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ณ. ขณะนั้นดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่แห่งจักรวรรดิเกาหลี ตามสนธิสัญญาอึลซา ได้เดินทางไปยังฮาร์บินเพื่อเข้าร่วมการเจรจากับรัฐมนตรีการคลังของรัสเซียอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับปัญหาแมนจูเรียและเกาหลี ถูกนักรณรงค์เพื่อเอกราชเกาหลีชื่อ อัน จุนกึน (An Jung-Geun) ยิงเสียชีวิตที่สถานีรถไฟฮาร์บิน
จุดลอบสังหารนายทาคาชิ ฮาระ ภายในสถานีรถไฟโตเกียว เครดิตภาพ : https://ja.wikipedia.org/wiki/%E5%8E%9F%E6%95%AC%E6%9A%97%E6%AE%BA%E4%BA%8B%E4%BB%B6
【การลอบสังหารในสถานีรถไฟโตเกียว】
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1921 (ไทโชปีที่ 10) นายทาคาชิ ฮาระ (原敬) ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถูกนายคงอิจิ นาคะโอกะ เจ้าหน้าที่ควบคุมรางรถไฟลอบแทงด้วยดาบสั้นเข้าที่อกขวา ขณะรอขึ้นรถไฟที่สถานีโตเกียว เพื่อเดินทางไปร่วมประชุมพรรคในเกียวโต ปัจจุบันสถานีรถไฟโตเกียวยังแสดงตำแหน่งลอบสังหารไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์
นายกรัฐมนตรีโอสะจิ ฮามะกุจิ เครดิตภาพ : https://sakura-paris.org/dict/%E5%BA%83%E8%BE%9E%E8%8B%91/content/16046_1460
【การลอบสังหารในสถานีรถไฟโตเกียวครั้งที่ 2】
9 ปีให้หลังกลับเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง วันที่ 14 พฤศจิกายน 1930 (โชวะปีที่ 5) เมื่อนายโอสะจิ ฮามะกุจิ (浜口雄幸) นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นถูกลอบยิงโดยนายโทเมะโอะ ซาโกยะ นักเคลื่อนไหวขวาจัดอนุรักษ์นิยม ขณะเดินทางไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟโตเกียว เพื่อไปร่วมชมการฝึกซ้อมรบของกองทัพบกที่โกเบ
แม้ขณะนั้นการลอบสังหารจะไม่เป็นผลสำเร็จ แต่ก็ทำให้นายกรัฐมนตรีฮามะกุจิมีอาการหนัก ต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาเรื่อยมากระทั่งเกิดอาการติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ปีถัดมา
เครดิตภาพ : https://ja.wikipedia.org/wiki/%E7%8A%AC%E9%A4%8A%E6%AF%85
【การลอบสังหาร 5/15】
ช่วงโชวะปีที่ 7 หรือค.ศ. 1932 เป็นปีแห่งความวุ่นวาย เนื่องจากกลุ่มแนวคิดทางการเมืองหัวรุนแรงที่มีชื่อว่า Ketsumeidan (血盟団) ทำการสังหารนักการเมืองและนักธุรกิจไปมากกว่า 20 คน โดยมีจุดประสงค์ต้องการคืนอำนาจทางการเมืองให้แก่จักรพรรดิ
นายทสึโยชิ อินุไค (犬養毅) เพิ่งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เพียง 6 เดือนกลับถูกลอบสังหารด้วยอาวุธปืนขณะพักผ่อนช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 1932 ภายในบ้านพักอย่างเป็นทางการในบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบกองทัพเรือ เนื่องจากไม่พอใจที่ญี่ปุ่นตัดสินใจเข้าร่วมสนธิสัญญาการจำกัดและการลดอาวุธทางรัฐนาวี (London Naval Treaty)
เครดิตภาพ : https://www.thairath.co.th/entertain/inter/1565391
ยิ่งไปกว่านั้น การลอบเข้าบ้านพักนายกรัฐมนตรีในครั้งนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อปลิดชีพนักแสดงตลกชื่อดังระดับโลกอย่างชาร์ลี แชปลิน ที่ได้รับเชิญให้มาเยือนญี่ปุ่นในฐานะแขกของรัฐบาล และหวังให้เหตุลอบสังหารกลายเป็นชนวนความขัดแย้งกับมหาอำนาจทางตะวันตก ทว่าในวันเกิดเหตุชาร์ลีกลับรอดตายราวปาฏิหาริย์เนื่องจากออกไปชมการแข่งขันซูโม่
ภายในวันเดียวกันนั้นยังมีการลอบยิงจู่โจมที่ทำการพรรคริกเค็น ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล สำนักงานใหญ่ของธนาคารมิตซูบิชิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น และสถานีย่อยควบคุมการจ่ายไฟฟ้าอีก 6 แห่งในโตเกียว สร้างความวุ่นวายโกลาหลเป็นอย่างมาก
เครดิตภาพ : https://ja.wikipedia.org/wiki/%E4%BA%8C%E3%83%BB%E4%BA%8C%E5%85%AD%E4%BA%8B%E4%BB%B6
【การลอบสังหาร 2/26】
เหตุการณ์ลอบสังหารผู้นำในครั้งนี้กล่าวกันว่าเป็นความรุนแรงครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่น วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 1936 (โชวะปีที่ 11) นายทหารกองทัพบก ณ ขณะนั้นราว 1,483 นาย ซึ่งมีแนวความคิดแบบอนุรักษ์นิยม ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล บังคับให้นายเคสึเกะ โอคาดะ นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง
บรรดานายทหารผู้ทำรัฐประหารยืนตรึงกำลังหน้ากระทรวงมหาดไทย เครดิตภาพ : https://ja.wikipedia.org/wiki/%E4%BA%8C%E3%83%BB%E4%BA%8C%E5%85%AD%E4%BA%8B%E4%BB%B6
รวมทั้งสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีสองคนคือ นายมาโคโตะ ไซโต้ และนายโคเรคิโยะ ทาคาฮาชิ เนื่องจากไม่พอใจในนโยบายการบริหารงาน และกล่าวกันว่าทั้งสองยังเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ความไม่สงบในกองทัพอีกด้วย การทำรัฐประหารครั้งประวัติศาสตร์นี้กินเวลา 3 วัน และจบลงในวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์
ความวุ่นวายและเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองคลี่คลายลงหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นตกอยู่ในฐานะผู้แพ้สงคราม นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต่างฝักต่างฝ่าย ต่างพรรคต่างพวก ต้องหันกลับมาร่วมมือกันสร้างประเทศขึ้นใหม่เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า
ที่ผ่านมาแม้จะมีเหตุการณ์รุนแรงที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นเอาชีวิตกัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2022 กลับต้องมาพบกับเหตุการณ์ลอบสังหารอีกครั้ง ราวกับฝันร้ายไม่ยอมหนีหายไปไหน ข้อมูลเบื้องต้นที่ถูกเปิดเผย ออกมา เหตุแห่งการกระทำอันอุกอาจในครั้งนี้กลับมิได้มีความเกี่ยวข้องกับอุดมการณ์ทางการเมืองแต่อย่างใด
เครดิตภาพ : https://www.kantei.go.jp/jp/98_abe/statement/2020/0327kaiken.html
「อดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้เปิดกว้างสิทธิ์การท่องเที่ยวแก่คนไทย」
แน่นอนว่านายกรัฐมนตรีไม่ว่าประเทศไหน ต่างต้องมีผลงานของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น นายชินโซ อาเบะฝากผลงานไว้มากมายขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเป็นธรรมดาที่คนไทยอย่างเรา ๆ ก็อาจไม่ได้รู้ลึกอะไรเกี่ยวกับการบริหารงานของประเทศอื่น
ทว่าหนึ่งนโยบายที่มีความสำคัญทั้งต่อประเทศญี่ปุ่นเองและเป็นปรากฏการณ์สำคัญสำหรับประเทศไทยนั่นก็คือ “การยกเว้นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวให้แก่คนไทย” สามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นได้เป็นระยะเวลา 15 วัน ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ 4 ในอาเซียนที่ได้รับการยกเว้น รองจากสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย โดยออกประกาศเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2556 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมในปีเดียวกัน
ยังไม่นับรวมคุณาประการในด้านอื่น ๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ อาทิเช่น การสานความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น รวมทั้งนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศอีกมากมาย
เครดิตภาพ : https://mainichi.jp/articles/20220714/k00/00m/040/330000c
รัฐพิธีไว้อาลัย ณ สวนฮิบิยะ โตเกียว
แม้ว่าพิธีศพของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะจะเสร็จสิ้นไปแล้วเป็นการภายใน เฉพาะบุคคลในครอบครัวและผู้ใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทว่าล่าสุดทางรัฐบาลภายใต้คำแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ประกาศจัดรัฐพิธีไว้อาลัยแก่นายชินโซ อาเบะ ช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้ ณ สวนฮิบิยะ กลางกรุงโตเกียว
ญี่ปุ่น
การเมือง
บันทึก
4
1
7
4
1
7
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย