1 ส.ค. 2022 เวลา 09:59 • ประวัติศาสตร์
“มาซาบุมิ โฮโซโนะ (Masabumi Hosono)” ชาวญี่ปุ่นเพียงรายเดียวที่รอดชีวิตจาก “ไททานิก (Titanic)” หากแต่ถูก “รังเกียจ”
วัฒนธรรมญี่ปุ่นนั้นมีความแตกต่างจากวัฒนธรรมอื่นๆ ในหลายมิติ
1
หนึ่งในสิ่งที่สำคัญมากในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ก็คือแนวคิดเรื่องหน้าที่และเกียรติยศ
1
ความคาดหวังของสังคมนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับสังคมญี่ปุ่น ดังเช่นรายของ “มาซาบุมิ โฮโซโนะ (Masabumi Hosono)” ผู้รอดชีวิตจากเรือ “ไททานิก (Titanic)” หากแต่ก็ต้องรับชะตากรรมที่ไม่ดีนัก
มาซาบุมิ โฮโซโนะ (Masabumi Hosono)
มาซาบุมิ โฮโซโนะ เป็นข้าราชการกระทรวงการคมนาคมของประเทศญี่ปุ่น และได้เป็นหนึ่งในผู้โดยสารของเรือไททานิก (Titanic) อันโด่งดัง โดยได้ตั๋วผู้โดยสารชั้นสองของเรือไททานิก หลังจากเดินทางไปติดต่อธุระที่รัสเซีย
2
โฮโซโนะเป็นผู้รอดชีวิตชาวญี่ปุ่นรายเดียวของเรือไททานิก โดยในคืนวันที่ 14 เมษายน ค.ศ.1912 (พ.ศ.2455) เมื่อไททานิกได้ชนกับภูเขาน้ำแข็ง โฮโซโนะกำลังนอนหลับอยู่ในห้องพัก และต้องตื่นเมื่อมีคนมาเคาะประตูห้อง
1
ผู้ที่มาเคาะคือเจ้าหน้าที่ของเรือ และบอกให้โฮโซโนะรีบออกจากห้อง โดยในจดหมายที่โฮโซโนะเขียนถึงภรรยา เขาได้กล่าวว่าพร้อมจะตายแล้ว
2
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ที่คอยรับคนลงเรือชูชีพได้ตะโกนว่าบนเรือชูชีพนั้นมีที่ว่างอยู่สองที่ ก็ได้มีคนกระโดดลงเรือชูชีพ ซึ่งโฮโซโนะก็รีบกระโดดตามลงไปอย่างรวดเร็ว
1
ไททานิก (Titanic)
ภายหลังจากรอดชีวิต โฮโซโนะก็ได้เดินทางด้วยเรือช่วยเหลือมาถึงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อน ทำให้โฮโซโนะได้กลับไปญี่ปุ่น โดยที่ญี่ปุ่น สื่อมวลชนได้ให้ความสนใจในตัวของโฮโซโนะ และโฮโซโนะก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลายสำนัก
1
แต่ที่สหรัฐอเมริกา ผู้รอดชีวิตจากเรือไททานิกซึ่งเป็นผู้โดยสารชั้นหนึ่ง ก็ได้ออกมาต่อว่าโฮโซโนะ กล่าวว่าโฮโซโนะนั้นขี้ขลาด ทำตัวลับๆ ล่อๆ
1
หนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นก็สนใจในเรื่องนี้ และได้เขียนบทความต่อว่าโฮโซโนะ กล่าวว่าโฮโซโนะรอดชีวิตในขณะที่คนอีกมากต้องตาย
1
บางคนก็กล่าวว่าเป็นไปได้ว่าโฮโซโนะอาจจะปลอมตัวเป็นผู้หญิง เพื่อให้ได้ลงเรือชูชีพ
2
สำหรับชาวญี่ปุ่น การกระทำของโฮโซโนะถือเป็นสิ่งที่น่าละอาย เนื่องจากแทนที่จะช่วยเหลือเด็กและสตรี โฮโซโนะกลับเลือกที่จะเอาชีวิตรอด
หลายคนมองว่าเขาทำให้ญี่ปุ่นต้องอับอาย และทำให้โฮโซโนะถูกไล่ออกจากราชการ อีกทั้งเมื่อเขากลับถึงญี่ปุ่น ก็มีจดหมายส่งมาถึงโฮโซโนะ ขอให้เขาฆ่าตัวตาย
แต่อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา โฮโซโนะก็ได้กลับเข้าทำงานในกระทรวง และเสียชีวิตในปีค.ศ.1939 (พ.ศ.2482)
จดหมายของโฮโซโนะ
ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ความตายคือสิ่งที่มีเกียรติ การที่เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่มีชาวญี่ปุ่นที่รอดชีวิต เป็นสิ่งที่น่าละอายและเสื่อมเสีย
โฮโซโนะก็ไม่ยอมปริปากพูดถึงเรื่องคืนนั้นอีกเลย แต่ภายหลังจากโฮโซโนะเสียชีวิต ครอบครัวของเขาก็ได้ตีพิมพ์จดหมายที่เขาเขียนถึงภรรยา โดยหวังว่าจะกอบกู้ชื่อเสียงของครอบครัวกลับมา
โฆษณา