4 ส.ค. 2022 เวลา 06:10 • ความคิดเห็น
เรื่องอารมณ์ความคิดเห็น ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เหมือนกับว่า คนเราเกิดมา ก็ต้องหายใจ เข้าออก มีลมเข้าลมออก อัสสาสะ ปัสสาสะ ต่างคนก็ต่างหายใจ เมื่อมีอารมณ์โลภ ลมหายใจเข้าออกมันก็โลภ เมื่อมีความโกรธ ลมหายใจเข้าออก มันก็เป็นลมหายใจของความโกรธ เมื่อมีความอิจฉา ลมหายใจเข้าออกมันก็เป็น ลมหายใจของตัวอิจ ตัวนางมารร้าย
เมื่อต่างคนก็ต่างหายใจ ต่างมีลมเข้าออกเปฟันของตัวเอง เป็นอัตตายึดถือ ..อยากจะรู้ว่าเป็นอัตตา หรือ ว่าไม่ยึดถือ ก็ทดลองอุดจมูกอุดปาก ดูว่า มันยึดหรือไม่ยึดอย่างไร เราลองทำเพื่อจะดูว่า ไอ้อัตตานั้นมันมีลักษณะอย่างไร ทุกชีวิตล้วนมีอัตตา ยึดถืออยู่กับลมหายใจ แต่ก็ไม่เคยสังเกตุ ลมที่เข้าออกนั้น ประกอบไปด้วยอะไร มีอารมณ์อะไรที่ปกคลุม ลมหายใจเข้าออกอยู่
เหมือนเมื่อเกิดมีอารมณ์โกรธโมโห เมื่อเรามาอยู่ร่วมกัน หลายคน มีความวุ่นวาย มีความหงุดหงิด ความร้อนก็จะค่อยๆเกิดขึ้นที่ตัวเรา อารมณ์ไม่ชอบใจก็ค่อยๆ ไหลเข้ามาๆ ใครมาติเตียนเรานิดน้อย สะกิดอารมณ์นิดหน่อย มันระเบิดโมโห คนที่มาติเตียนเรา มาสะกิดอารมณ์ หรือ ยั่วยุ ให้มีอารมณ์มากขึ้น ความร้อนมันก็มากขึ้น ก็เลยระเบิดออกมาที่กาย เป็นกิริยา ของความโมโห บางทีก็ทั้งกายวาจาใจ มันเป็นอารมณ์ไปหมด
นั่นก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ที่จะเรียนรู้จัก เรื่องลมหายใจของตัวเอง ต่างคนต่างหายใจ มีลมเข้าลมออก มีอารมณ์นึกคิดที่ไม่เหมือนกัน เมื่อเราเราไปชะโงก ดูอารมณ์นึกคิดของเค้า มันกย่อมไม่เหมือนกันเป็นธรรมดา เพราะมันเป็นของใครของมัน จะมาให้คิดเหมือนกัน ชอบไม่ชอบ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เหมือนกันย่อมเป็นไปไม่ได้
เพราะต่างคนต่างรับรู้รูปรสกลิ่นเสียงไม่เหมือนกัน ใช้วิญญาณทั้งหกไม่เหมือนกัน มีนิสัยแตกต่างกันมา มีมายาที่แตกต่าง เล่ห์เหลี่ยม สติปัญญาไม่เหมือนกัน ไปจนถึงว่า ต่างคนต่างก็มากรรม เป็นของตน ตนเป็นผู้กระทำเอง ตนเองต้องรับผลของกรรมนั้น มันก็รวมๆอยู่ในเรื่องราวที่ว่า แต่ละคนต่างมีกรรม มันอัตตา ยึดอัสสาสะ ปัสสาสะ ลมเข้าลมออก เป็นของตน เฉพาะตน เค้าก็ต้องฟังเสียงลมเข้าออกด้วยอารมณ์นึกคิดเป็นอัตตาของเค้า
โฆษณา