10 ส.ค. 2022 เวลา 12:00 • ไลฟ์สไตล์
เราควรรักหรือกลัว Midjourney? เมื่อ AI มอบคำถามครั้งใหญ่ ที่อาจ Disrupt วงการศิลปะ ไปตลอดกาล
4
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในวงการศิลปะ ผ่าน #Midjourney ที่กำลังเป็นกระแส การวิพากษ์วิจารณ์ และข้อถกเถียงกันบนโลกโซเชียลมีเดียกันบ้างไม่มากก็น้อย
1
สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่า #Midjourney คืออะไร ถ้าอธิบายสั้นๆ Midjourney เป็นปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) ที่สามารถวาดภาพประกอบได้ตามคำสั่งที่มนุษย์ป้อนลงไปได้อย่างงดงาม โดยเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้มีคนเข้าไปลองเล่น ลองป้อนคีย์เวิร์ดต่างๆ ให้ AI ตัวนี้ลองสร้างภาพขึ้นมา ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง
4
Midjourney นั้นถูกพัฒนาขึ้นในแล็บเล็กๆ ในชื่อเดียวกัน ก่อตั้งโดย David Holz อดีตนักวิจัยด้านประสาทวิทยาของ NASA ผู้มากประสบการณ์ในวงการไอที และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Leap Motion บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน Motion Tracking โดยความพิเศษของบริษัท Midjourny ตอนนี้คือพวกเขามีพนักงานเพียงแค่ 10 คน ยังไม่มีนักลงทุน และไม่ได้ต้องการที่จะทำกำไร
2
เพราะว่าพวกเขาทำงานจากแพชชัน และความสนุกล้วนๆ ซึ่งจุดมุ่งหมายของพวกเขาคือ การสร้างโปรเจกต์ที่เจ๋งๆ เน้นความสนุกสนานเป็นหลัก ซึ่งก็เห็นได้ชัดเลยว่าไอเดียของพวกเขาได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม
2
หลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน #Midjourney ก็กลายเป็นกระแสไวรัลทั่วโลกทันที เพราะว่ามันเป็นโปรแกรมที่เปิดกว้างต่อคนทั่วไป ที่ไม่ว่าใครก็สามารถไปทดลองใช้งานได้ฟรี 25 รูปแรก ซึ่ง AI ของ Midjourney นั้นจะสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยคีย์เวิร์ดที่เราพิมพ์ลงไป มันก็จะทำการประมวลผลและสร้างสรรค์งานศิลปะออกมาทั้งหมด 4 รูปแบบภายในเวลา 1 นาทีเท่านั้น ซึ่งเราสามารถเลือกที่จะ Upscale เพิ่มความละเอียดในการประมวลผล หรือสั่งให้ Regenerate สร้างภาพใหม่ในรูปแบบที่ต้องการออกมาได้อีก 4 รูป
เส้นบางๆ ระหว่างศิลปะและเทคโนโลยี
อันที่จริงแล้ว โปรแกรม AI ที่สามารถวาดภาพตามคีย์เวิร์ดที่ป้อนลงไปนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เราเคยได้เห็นโปรแกรมอย่าง ​​DALL·E, Imagen, หรือ Craiyon ที่ได้รับการพัฒนาจากบริษัทเทคโนโลยีมากมายอย่าง Google หรือ OpenAI แต่สิ่งที่ทำให้ Midjourney นั้นแตกต่างจากเหล่า AI ตัวก่อนหน้าก็คือ “สไตล์” นั่นเอง
เนื่องจากว่า AI ก่อนหน้าอย่างเช่น ​​DALL·E จะเน้นไปที่ความสมจริงของภาพ เวลาที่มันได้รับคีย์เวิร์ดบางอย่างมาก โดยอ้างอิงจากคลังข้อมูลมากมายบนโลกอินเทอร์เน็ต แล้วสร้างภาพมันขึ้นมาใหม่อย่างสมจริงที่สุด ซึ่ง Midjourney เองก็ไม่ต่างกัน มันดึงข้อมูลนับล้านบนโลกออนไลน์สำหรับการอ้างอิงในการสร้างภาพๆ หนึ่งขึ้นมา แต่ว่าผลลัพธ์ที่ออกมันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของ “ศิลปะ” ที่ได้รับการสร้างสรรค์จากจิตรกรระดับโลก ตั้งแต่สไตล์ ลายเส้น ไปจนถึงการตีความ เรียกได้ว่ามีความเป็น “มนุษย์” มากทีเดียว
1
ซึ่ง ความเป็นมนุษย์ในระดับขนาดนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามและข้อถกเถียง ทั้งในวงการศิลปะและวงการออกแบบเป็นอย่างมาก โดยในวงการศิลปะก็เกิดการถกเถียงกันอย่างหนักว่าในเมื่อ AI นั้นสามารถสร้างภาพที่มีความเป็นศิลปะมากขนาดนี้ คำจำกัดความของ ‘ศิลปิน’ นั้นจะอยู่ตรงไหน คุณค่าของคำว่า “ศิลปะ” จะยังเป็นเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ รวมถึงความเป็นไปได้ที่ AI จะมา Disrupt เหล่าคนทำงานอาชีพออกแบบอีกด้วย
แต่ในอีกมุมหนึ่ง กลุ่มคนทำงานอาชีพออกแบบก็ยังให้ความเห็นว่าพวกเขาไม่ได้มองว่า AI ของ Midjourney นั้นจะสามารถมาทำงานแทนที่นักออกแบบได้อย่าง 100% เพราะว่า ภาพต่างๆ ก็ยังคงต้องถูกนำมาปรับตกแต่งรายละเอียดในขั้นตอนสุดท้ายด้วยมือมนุษย์อยู่ดี
1
“ส่วนตัวแล้ว เมื่อฉันได้สัมผัสกับ Midjourney มันคือวิวัฒนาการของ AI ที่มีความเป็นไปได้สูงในการเป็นผู้ช่วยที่มากความสามารถ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งาน ฉันคิดว่ามันจะเป็นโอกาสสำหรับฉันที่จะเติบโตต่อไปในฐานะจิตรกร ซึ่งการที่ AI ดังกล่าวสามารถวาดภาพสไตล์ที่ปกติแล้วคนเราไม่สามารถวาดได้ง่ายๆ นั้นแสดงถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างแน่นอน” navigavi ศิลปินนักวาดภาพชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งทวีตแสดงความเห็น
3
นอกจากนี้ ยังได้มีการตั้งคำถามไม่น้อยถึงความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี AI ที่ถ้าขยายไปยังส่วนอื่นๆ ในวงการศิลปะเช่น AI สามารถแต่งเพลงได้หรือไม่? แล้วเพลงจะยังเรียกว่าเพลงอยู่อีกไหมถ้า AI แต่ง? ไปจนถึงว่า ในอนาคต อาจจะมี AI ที่สามารถสร้างสรรค์สัมผัสทั้ง 5 อย่าง รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม David Holz เองก็ได้ออกมาทำการปรามผู้คนทั้งหลาย พร้อมทั้งให้ความมุมมองส่วนตัวของเขาต่อ Midjourney ในบทสัมภาษณ์กับ The Verge เอาไว้ว่า
“เป็นเวลาสักพักหนึ่งเลยนะ ที่ผมพยายามค้นหาว่า Midjourney's AI Image Generator คืออะไร เราสามารถพูดได้ว่ามันเป็นเหมือนเครื่องจักรชั้นดีสำหรับจินตนาการของมนุษย์ แต่มันก็สามารถเป็นได้อีกหลายอย่าง เช่น ในแง่มุมของศิลปะ ถามว่าเราเทียบสิ่งนี้ (Midjoureny) กับสมัยที่มีการประดิษฐ์คิดค้นการถ่ายภาพขึ้นมาได้ไหม?
เพราะเมื่อการถ่ายภาพถูกคิดค้นขึ้น สไตล์การวาดภาพก็เริ่มเปลี่ยนไป มีความแอบสแตรกขึ้น ไม่มีใครเริ่มวาดภาพเหมือนจริงแบบเดิมๆ อีกแล้ว เพราะไม่ว่าใครก็ถ่ายรูปได้” Holz กล่าวถึงอิทธิพลของ Midjourney ที่เขามองว่าไม่ได้มาทดแทนหรือทำลายวงการศิลปะ แต่จะมาช่วยผลักดันวงการศิลปะให้ไปไกลขึ้นมากกว่า
“ตอนนี้ผู้คนเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิงว่า AI คืออะไร พวกเขาเห็นมันเป็นเสือโคร่ง เป็นเสือโคร่งอันตราย มันอาจจะกินเรา มันเป็นศัตรู แต่ความอันตรายมีอยู่ทุกที่ เช่นในน้ำ คุณสามารถจมน้ำตายได้”
“แต่อันตรายจากแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวนั้นแตกต่างอย่างมากกับอันตรายของเสือโคร่ง น้ำเป็นสิ่งที่อันตราย ใช่ แต่คุณสามารถว่ายน้ำได้ สร้างเรือ สร้างเขื่อน และทำกระแสไฟฟ้าได้ น้ำเป็นสิ่งที่อันตราย แต่ก็เป็นตัวขับเคลื่อนของอารยธรรมเช่นกัน และเราเป็นมนุษย์ที่รู้วิธีอยู่ร่วมกับน้ำและทำงานกับน้ำได้ดียิ่งขึ้น มันเป็นโอกาส มันไม่มีเจตจำนง ไม่มีความเคียดแค้น และใช่ คุณสามารถจมน้ำตายได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราควรแบนน้ำทั้งหมด และเมื่อคุณค้นพบแหล่งน้ำใหม่ มันก็เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ” Holz เสริมปิดท้าย
4
ในท้ายที่สุดนี้ ไม่ว่าคุณจะชอบ Midjourney หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้เลยก็คือ ความยอดเยี่ยมของภาพศิลปะจาก Midjourney ที่มีความเป็นมนุษย์ชนิดที่ว่า ถ้าวางข้างๆ กัน ก็ไม่สามารถแยกออกได้เลยว่าภาพไหนเป็นฝีมือมนุษย์ หรือ AI ก็ถือว่าเป็นการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
1
สำหรับใครก็ตามที่อยากจะลองไปสัมผัสกับ Midjourney ด้วยตัวเอง ก็สามารถลองได้ที่ www.midjourney.com และ Discord: https://discord.gg/midjourney
ส่วนหนึ่งของภาพประกอบบทความนี้ก็ถูกสร้างโดย Midjourney เช่นเดียวกัน หากใครลองเล่นแล้ว รู้สึกอย่างไรกันบ้างกับ AI ตัวนี้ของ Midjourney สามารถมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันในคอมเมนต์ได้นะ
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#midjourney
โฆษณา