14 ส.ค. 2022 เวลา 15:44 • หนังสือ
reflection: ผมเรียกเขาว่าเน็กไท I called him necktie 👔
สวยงาม เศร้า จับใจ
3 คำนี้เท่านั้นถ้าจะให้อธิบายหนังสือเล่มนี้
ตอนเปิดอ่าน ระหว่างทาง จนจบ มันทำให้เราได้ย้อนกลับไปมองทุกๆอย่างจากมุมมองเล็กๆอีกครั้ง เล็กขนาดที่อยู่ใต้ผิวหนัง อยู่ใต้จิตสำนึกเลย
ชีวิตของเด็กผู้ชายที่ให้คำจำกัดความว่าเป็น “ฮิกิโกะโมริ” ถามว่าตอนแรกรู้มั้ยว่าคืออะไร ก็ไม่
อ่านไปอ่านมาก็เข้าใจในความหมายของมัน คนที่เหนื่อยกับโลก เหนื่อยกับความคาดหวัง เหนื่อยกับความเป็นตัวเองที่ถูกโลกกลืนกินไป คนที่เลือกจะรักษาความเป็นตัวเองให้นานที่สุด โดยปิดกั้น กลั้นตัวเองจากทุกสิ่งทุกอย่าง ในความหมายที่ว่า แค่การทำกิจวัตรประจำวันยังเป็นเรื่องน่าสะอิดสะเอียน
ถามว่าถ้าเรารู้จักสักคนที่เป็นโรคนี้ เอาจริงมันก็เดาได้ไม่ยากว่าเราคงตีความพวกเขาว่าเป็นคน “แปลกแยก” ไม่ยอมปรับตัว ทำตัวแตกต่าง หนังสือเล่มนี้ทำให้เรา “รู้สึกมันอย่างลึกซึ้งขึ้นไปอีก” ผ่านตัวละคร เด็กผู้ชายที่แค่มานั่งในสวนสาธารณะที่เขามองว่ามันเป็นพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง
แต่วันนึงที่มีคนแปลกหน้า หน้าเดิมๆ เข้ามาอยู่ในสายตาของเขามากขึ้น คนที่ดูไร้ซึ่งความพยายาม และดูหมดหวังกับชีวิตไม่ต่างกัน ชายวัยทำงานที่ชีวิตก็ผ่านมรสุมมานับไม่ถ้วน ไม่แปลกเลยที่เขาจะเข้ามาอยู่ในสายตาของฮิกิโกะโมริ มันกลายเป็นความคุ้นชิน คุ้นเคย จนได้รู้จักเรื่องราวของกันละกันได้มากที่สุด ที่แม้แต่คนใกล้ตัวของทั้งคู่ยังไม่รู้
แต่มันก็น่าเศร้าที่หลายๆครั้ง คนใกล้ตัวกลับเป็นความไม่สบายใจ หรือสาเหตุแห่งทุกข์ขึ้นมาซะเอง ความคาดหวังที่ถูกกดทับ ภาพบางอย่างที่สร้างขึ้นมาเอง ทั้งจากคนนอกและตัวเองอยู่ดี ถึงจะว่ามันไม่แฟร์ที่จะเลือกเอาแต่โทษคนอื่นว่าเป็นต้นเหตุทำให้ตัวเองเลือกทางแบบนี้ แต่ก็ไม่แปลกอยู่ดีที่เราจะเลือกโทษสิ่งเร้าภายนอกก่อน
1
ถ้ามีอะไรอย่างเดียวที่ฉันจะสอน ฉันจะบอกว่าอย่าอายที่จะรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม จงรู้สึกมันอย่างลึกซึ้ง และด้วยใจที่อ่อนโยน จงรู้สึกมันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยใจที่อ่อนโยนมากขึ้นไปอีก รู้สึกมันเพื่อตัวเธอเอง รู้สึกมันเพื่อคนอื่น แล้วจากนั้น…จงปล่อยมันไป
Flaśar, มาร์ควอร์ท I call him necktie
หนังสือเล่มนี้ให้ค่ากับการเริ่มต้นใหม่ เลยต้องให้ปล่อยมันไป เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่ให้ได้
-nocturne 27 hours reading time
#janereadscollection
โฆษณา