ประวัติพุทธสาวก 5 นาที : พระโสณกุฏิกัณณะ
1
พระโสณกุฏิกัณณะเป็นบุตรของอุบาสิกากาฬี โสดาบันในกรุงราชคฤห์ เดิมชื่อว่า โสณะ เพราะเหตุว่าท่านประดับเครื่องประดับที่หูควรค่าถึงโกฏิหนึ่ง จึงได้มีคำว่า กุฏิกัณณะ ตามหลังเป็น โสณกุฏิกัณณะ
เมื่อครั้งพระมหากัจจายนะอาศัยอยู่ที่เขาปวัตตะ แขวงเมืองกุรุรฆระ ในอวันตีชนบท มารดาของโสณกุฏิกัณณะได้เป็นอุปัฏฐายิกาของท่าน เมื่อโสณกุฏิกัณณะเจริญวัยแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาของท่าน เกิดความเลื่อมใส ได้แสดงตนเป็นอุบาสกและเป็นผู้อุปัฏฐากทานด้วย
ครั้นต่อมาโสณกุฏิกัณณะมีความปรารถนาจะบวช จึงเข้าไปหาพระมหากัจจายนะ บอกความประสงค์ของตนให้ท่านทราบ ท่านได้ชี้แจงแก่โสณอุบาสกถึงการประพฤติพรหมจรรย์ว่า ลำบากอย่างไร แนะนำให้บำเพ็ญศาสนปฏิบัติในทางฆราวาส แต่โสณอุบาสกมีศรัทธาแรงกล้าถึงแม้จะทราบว่าลำบากอย่างไร ก็ยังปรารถนาเพื่อจะบวชอยู่ จึงได้อ้อนวอนขอให้ท่านสงเคราะห์อยู่เนือง ๆ ในที่สุดพระมหากัจจายนะก็ให้บวชเป็นสามเณรเท่านั้น
เพราะในอวันตีชนบทมีภิกษุน้อย จะหาสงฆ์มีจำนวน 10 รูป ให้อุปสมบทได้ยาก เวลาผ่านไปถึง 3 ปี โสณกุฏิกัณณะจึงได้อุปสมบท
เมื่อได้อุปสมบทแล้ว ก็ศึกษาเล่าเรียนกรรมฐานในสำนักอุปัชฌาย์ ท่านไม่ประมาท อุตส่าห์บำเพ็ญเพียร วิปัสสนากรรมฐานไม่นาน ก็ได้สำเร็จพระอรหันตผล เป็นพระอเสขบุคคลในพระพุทธศาสนา
เพราะยังไม่เคยเห็นพระศาสดาเลย ท่านจึงลาพระมหากัจจายนเถระ เพื่อไปเฝ้าพระศาสดา พระมหากัจจายนเถระก็อนุญาต และสั่งให้ไปถวายบังคมพระศาสดาด้วยเศียรเกล้าตามคำของท่าน และให้กราบทูลถึงการปฏิบัติพระวินัยบางอย่าง อันไม่สะดวกแก่ภิกษุผู้อยู่ในชนบทนั้นมีการอุปสมบท เป็นต้น เพื่อจะได้รับพระพุทธานุญาตจากพระบรมศาสดา
ครั้นลาพระอุปัชฌาย์แล้ว* จัดแจงเก็บเสนาสนะถือบาตรและจีวร ออกจากอวันตีชนบท ไปเฝ้าพระบรมศาสดาซึ่งประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ในพระนครสาวัตถี
ครั้นถึงที่ประทับแล้วถวายบังคมพระศาสดา นั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง พระองค์ตรัสปฏิสันถารตามสมควร แล้วรับสั่งให้พระอานนท์ จัดแจงที่พักให้ในพระคันธกุฏีเดียวกันกับพระองค์
ในเวลาราตรีจวนจะสว่าง พระบรมศาสดาทรงรับสั่งให้ท่านถวายพระธรรมเทศนา ท่านได้แสดงพระสูตรอันแสดงวัตถุ 8 ประการ ด้วยเสียงอันไพเราะ พระองค์ทรงสดับแล้วตรัสสาธุการชมเชยว่า "ดีละ ๆ ภิกษุ แล้วตรัสถามถึงอายุพรรษา ท่านได้กราบทูลให้ทรงทราบทุกประการ"
ต่อมาท่านได้โอกาสอันดีแล้ว จึงกราบทูลข้อความที่พระอุปัชฌาย์สั่งไว้ พระองค์ทรงทราบแล้ว ได้ทรงอนุญาตผ่อนปรนให้ตามความประสงค์
เมื่อท่านอยู่ในที่ประทับของพระบรมศาสด าพอสมควรแก่กาลแล้ว ได้กราบถวายบังคมลากลับมา ยังสำนักพระมหากัจจายนะตามเดิม ครั้นกลับมาแล้วได้แสดงพระธรรมเทศนาที่ได้ถวายแก่พระบรมศาสดา ให้มารดาของท่านฟังโดยทำนองนั้นอีก
ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้รับยกย่องจากพระศาสดาว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้แสดงธรรมด้วยถ้อยคำอันไพเราะ เมื่อท่านดำรงอายุสังขารอยู่โดยสมควรแก่กาลแล้วก็ดับขันธปรินิพพาน.
*ในอสีติมหาสาวกนิพพานกล่าวว่า เมื่อท่านลาพระมหากัจจายนะแล้ว และไปลามารดาอีก มารดาจึงได้ฝากผ้ากัมพลฝืนหนึ่งไปให้เอาไปปูลาดพระคันธกุฏี
  • 1
โฆษณา