Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
LH Bank
•
ติดตาม
18 ส.ค. 2022 เวลา 11:00 • สุขภาพ
ประกันชีวิตมีกี่ประเภท? อะไรบ้าง?
2
เมื่อพูดถึงประกันชีวิต จริง ๆ แล้วประกันชีวิตนั้นมีมากถึง 4 ประเภท และในแต่ละประเภทก็สามารถตอบสนองเป้าหมายทางการเงินที่แตกต่างกัน
1
ดังนั้น ก่อนที่เราจะเลือกทำประกันชีวิตก็ไม่มีวิธีการเลือกที่ไม่ต่างจากสินค้าการเงินประเภทอื่น ๆ ที่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวเราเอง
✓
ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา
ประกันชีวิตแบบนี้ คือ การทำประกันตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวความคุ้มครองจะหมดไปแต่จะไม่มีเงินคืน นั่นหมายความว่า หากเกิดเหตุร้ายในช่วงระยะเวลาดังกล่าวก็จะได้เงินไปตามคุ้มครอง แต่ถ้าหากไม่เกิดอะไรขึ้นเลยจนครบกำหนด
ถึงแม้ว่าประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลานั้นจะไม่มีเงินคืน แถมระยะเวลาก็มีแค่ตามที่กำหนด และด้วยข้อจำกัดในลักษณะนี้ ก็ทำให้ประกันประเภทนี้มีข้อดีที่ “เบี้ยประกันถูกที่สุด” เมื่อเทียบกับประกันชีวิตแบบอื่น ๆ
ดังนั้น ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลามีเป้าหมายเพื่อโอนย้ายความเสี่ยงเฉพาะช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น จึงเหมาะกับการทำประกันเพื่อคุ้มครองหนี้สิน อย่างเช่น การกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน ก็ควรจะทำหลักประกันชีวิต ที่เรียกว่า ประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (MRTA) หรือ Mortgage Reducing Term Assurance คือ ประกันชีวิตที่มีจุดประสงค์ในการคุ้มครองผู้ขอสินเชื่อ เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินให้กับผู้กู้ (เรา)
และผู้ให้กู้ (ธนาคาร) ตามจำนวนเงินทุนประกันและระยะเวลาในการทำประกัน ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวหากผู้กู้เกิดเหตุแก่ชีวิตหรือทุพพลภาพ บริษัทที่รับทำประกันจะรับหน้าที่ในการผ่อนชำระแทนจนกว่าจะครบสัญญาการกู้ เพื่อเป็นหลักประกันให้คนข้างหลังมั่นใจว่าคนเหล่านั้นจะสามารถดูแลตัวเองได้
1
เพิ่มเติม ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ทำประกัน MRTA โดยมีระยะเวลาเอาประกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 30 ธ.ค. 51 ซึ่งการลดหย่อนสามารถลดหย่อนได้ในปีภาษีแรกที่เริ่มทำประกันเท่านั้น เนื่องจากประกัน MRTA มีการชำระเบี้ยประกันเพียงครั้งเดียว ณ ปีที่ทำประกัน
✓
ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ
ประกันชีวิตแบบตลอดชีพเป็นประกันที่สร้างความคุ้มครองให้กับเราแบบตลอดชีพ หรือในบางสัญญาจะมีระบุอายุของเราไว้ เช่น 90 หรือ 99 ปี โดยจะจ่ายเบี้ยประกันตามระยะเวลาที่กรมธรรม์ระบุเอาไว้เท่านั้น เช่น Happy Life 9920 จ่ายเบี้ย 20 ปี คุ้มครอง 99 ปี หรือ Happy Life 9090 จ่ายเบี้ยจนถึงอายุ 90 ปี คุ้มครองถึงอายุ 90 ปีและอาจมีเงินคืนหรือเงินปันผลระหว่างทาง เช่น Happy Life 997 ที่จ่ายเบี้ยเพียง 7 ปี คุ้มครอง 99 ปี และมีเงินคืน 1% ของเงินเอาประกันภัยตลอดอายุสัญญา อีกทั้งตัวกรมธรรม์เองก็มีมูลค่าเงินสดในตัว
1
นั่นหมายความว่าหากวันหนึ่งที่ต้องการเงินด่วน ก็สามารถกู้กรมธรรม์หรือเวนคืนเงินสดเพื่อนำเงินออกมาใช้ได้
ความน่าสนใจของประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ก็คือ การ “สร้างมรดก” หรือความคุ้มครองให้กับคนข้างหลังเนื่องจากเป็นประกันที่คุ้มครองระยะยาว ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเงินก้อนนี้คนที่จ่ายเบี้ยมักจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ และเป็นแบบประกันที่สามารถซื้อความคุ้มครองสุขภาพเพิ่มเติมได้ และยังลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
✓
ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์
1
ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นประกันชีวิตที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีลักษณะคล้ายการฝากเงิน เมื่อครบกำหนดเราจะได้เงินก้อนกลับออกมา แต่ที่ดีกว่าการฝากเงินทั่วไปก็คือ สามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายไปลดหย่อนภาษีรวมถึงยังได้ทุนประกันคุ้มครองอีกด้วย ซึ่งประกันชีวิตประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเก็บออมเงินพร้อมรับความคุ้มครองนั่นเอง
✓
ประกันชีวิตแบบบำนาญ
เป็นประกันชีวิตที่มีเป้าหมายเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับช่วงเกษียณอายุ โดยจะมีการทำงานคล้าย ๆ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งในช่วงก่อนเกษียณอายุนั้นจะเป็นช่วงที่สะสมเงินโดยผ่านการจ่ายเบี้ยประกันและมีความคุ้มครองชีวิตเล็กน้อยในตลอดอายุสัญญา ระยะเวลาในการชำระ มี 2 แบบ คือ จ่ายเป็นช่วง 5-10ปี กับแบบที่จ่ายไปจนถึงช่วงก่อนเกษียณและเมื่อถึงช่วงหลังเกษียณอายุ ก็ไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันต่อแล้ว
แต่จะได้รับเป็นเงินคืนคล้ายการรับเงินบำนาญ โดยจะมีเงินคืนให้ทุกปีอย่างต่อเนื่อง เช่น Happy Retire 855 จ่ายเบี้ยเพียง 5 ปี รับเงินบำนาญปีละ 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่ออายุ 85 ปี (การันตีเงินคืน 15 ปี)
ประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการวางแผนเกษียณอายุ ประกันชีวิตแบบบำนาญ ยังมีผลประโยชน์ ทางด้านภาษีที่เพิ่มเติมเข้ามาในแต่ละปีสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ส่วนเบี้ยประกันยิ่งอายุน้อยเบี้ยก็จะถูก ยิ่งเริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่ยังอายุน้อย ๆ เพราะประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ ได้รับเงินคืนตามกำหนดสัญญา ทำให้เราสามารถวางแผนการเงินได้อย่างสะดวกและชัดเจน
2
นอกจากนี้ยังมีประกันชีวิตอีก 2 ประเภท คือ ประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life) และประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ที่เป็นประกันรูปแบบใหม่ที่เข้ามาตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการเพิ่มผลตอบแทนคาดหวังอีกด้วย
จะเห็นว่าประกันชีวิตแต่ละแบบก็จะมีจุดเด่นและวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันตามโจทย์ทางการเงินของแต่ละบุคคล ดังนั้น เราควรที่จะศึกษารายละเอียดของแต่ละประเภทให้ดีเพื่อให้สามารถเลือกได้อย่างรอบคอบและตรงกับโจทย์ของตนเอง และระดับความเสี่ยงที่รับได้ ทำให้เงินที่เราจ่ายไปนั้นเกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง
ประกันชีวิต
สุขภาพ
วางแผนชีวิต
11 บันทึก
4
7
11
4
7
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย