Chapter 46/3: The Happy Day
วันแห่งความสุข
22.07.22 ไม่ได้ใบ้หวยแต่ประการใด แต่มันคือวันสำคัญของน้องสาวคนสนิท และเป็นสาเหตุที่เราต้องดั้นด้นมาถึงที่มินนีแอโพลิส ท้าดาาาาาา…..วันแต่งงานของ "สามและ Joel" นั่นเอง 🥳
เราได้เข้าไปช่วยงานแต่งด้วยนะ ไปช่วยจัดดอกไม้ในโบสถ์นิดหน่อย เพราะงานแต่งที่เมกาถ้าจ้าง wedding planning น่าจะใช้เงินหนักอยู่ และตัวบ่าวสาวเองก็ต้องการงานที่เรียบง่ายเป็นกันเองเพราะมีแต่ญาติและเพื่อนสนิทมาร่วมงานเท่านั้น เลยทำกันเองทั้งหมด
โบสถ์ที่ทำพิธีเป็นโบสถ์คริสต์นิกายลูเธอรัน (Lutheran) ที่เจ้าบ่าวนับถือ โดยงานเริ่มเวลาประมาณบ่ายสามโมง บ่าวสาวได้ทำพิธีรดน้ำสังข์แบบไทยเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ฝ่ายเจ้าสาว และเป็นการให้แขกได้รู้จักธรรมเนียมประเพณีงานแต่งงานแบบไทยด้วย ซึ่งทำออกมาได้น่ารักมาก
หลังจากทำพิธีรดน้ำสังข์เสร็จก็ย้ายเข้าไปทำพิธีในโบสถ์ต่อเลย โดยเพื่อนบ่าวสาวจะตั้งขบวนเดินนำเข้าแท่นทำพิธีทีละคู่ ตามด้วยเด็กน้อยถือแหวน และสุดท้ายจะเป็นคุณแม่เดินมาส่งเจ้าสาวให้เจ้าบ่าว (ตามธรรมเนียมจะต้องเป็นคุณพ่อเจ้าสาวแต่เนื่องจากคุณพ่อเสียแล้วก็จะเป็นคุณแม่แทน)
จากนั้นบาทหลวงก็เริ่มทำพิธี โดยมีคำสอนจากพระคัมภีร์เรื่องการใช้ชีวิตคู่ ต่อด้วยคู่บ่าวสาวทำการกล่าวคำปฏิญาณ เป็นการให้คำสัญญาว่าจะรักและซื่อสัตย์ต่อกันและกันทั้งในยามสุขและทุกข์จนกว่าจะตายจากกัน ต่อไปก็จะเป็นการแลกแหวนแต่งงาน และสุดท้ายก็คือการจุดเทียน จากนั้นบาทหลวงจะอวยพรให้ครอบครัวใหม่ และประกาศการแต่งงานของคู่บ่าวสาวอย่างเป็นทางการ เป็นอันเสร็จพิธี 🥳
จากนั้นเราก็ไปงาน Wedding Reception ต่อ ซึ่งก็คืองานเลี้ยงฉลองแต่งงานหลังจากได้ทำพิธีในโบสถ์ไปแล้วนั่นเอง บ่าวสาวเลือกจัดงานในสวนใกล้กับโบสถ์ ซึ่งที่นี่นอกจากจะมีสนามเด็กเล่นให้เด็กๆ ที่มาในงานแล้ว ยังมีห้องจัดเลี้ยงด้านในด้วย
สวนสวยมากๆ บรรยากาศดีสุดๆ
เรากะเบ๊นซ์ได้รับเกียรติให้ไปนั่งโต๊ะบ่าวสาวด้วย ตื่นเต้นเลย
ช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดินสวยมากๆ ระหว่างที่ข้างในเค้ากำลังแด๊นซ์กระจายกัน เราก็ออกมาเก็บภาพสวยๆ เป็นที่ระลึกซักหน่อย ตอนที่ถ่ายนี่ประมาณ 2 ทุ่มกว่านะเนี่ย แดดยังเปรี้ยงอยู่เลย 😱
พวกเราอยู่ร่วมฉลองจนถึงเกือบสามทุ่มก็ต้องขอตัวกลับที่พักเพราะต้องนั่งรถกลับเข้าเมืองอีกประมาณ 20 นาที แต่พอกลับถึงห้องยังรู้สึกคึกๆ อยู่ เลยเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปเดินเล่นกันต่อ ออกมาดูซิว่าเมืองมินนีแอโพลิสยามค่ำจะเป็นยังไง…ปรากฎคึกคักกว่าตอนกลางวันเยอะเลย
เดินเล่นกันซักพักจนประมาณสี่ทุ่มกว่าก็กลับบ้านกัน เป็นอันจบวันแห่งความสุขกันเพียงเท่านี้ค่ะ 😊
วันต่อมา ออกจากบ้านสายๆ เลย วันนี้มีเวลาเดินเที่ยวกะเบ๊นซ์อีกวันเดียว เพราะพรุ่งนี้น้องต้องกลับกรุงเทพฯ แต่เช้ามืด เพื่อไม่ให้เสียเวลาเอาลิสที่ทำไว้มากางดูว่าอยากไปไหนอีก
วันนี้แย่หน่อยที่ดูพยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตกทั้งวัน แต่ยังดีที่ฝนที่นี่ตกแบบปรอยๆ ไม่ได้ตกซู่หยั่งที่บ้านเรา ตัดสินใจว่าไงก็คงไม่นั่งจับเจ่าอยู่แต่ในห้องแน่นอน ออกไปเดินสำรวจ Downtown Minneapolis นี่แหละน่าจะดีสุด
ที่แรกที่เราไปกันคือ Bob Dylan Mural หรือเรียกอย่างเป็นทางการประมาณว่า ภาพจิตรกรรมฝาผนัง Bob Dylan อยู่ในย่าน Hennepin Theatre District ซึ่งถูกวาดโดยศิลปินชื่อคุณ Eduardo Kobra เมื่อปี 2015 ภาพนี้สวยและใหญ่มากๆ สูงขนาดตึก 5 ชั้นเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันภาพนี้ก็ได้กลายเป็น icon ของเมืองไปแล้ว
Bob Dylan Mural
ที่ต่อไปที่เราจะไปกันคือ Mill City Museum ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที แต่ระหว่างทางพวกเราก็แวะถ่ายรูปไปเรื่อยไง กว่าจะถึงปาเข้าไปเกือบ 45 นาที 🤣 แต่ชอบตัวอาคารที่นี่นะ เราว่ามีความคลาสสิกปนความสมัยใหม่ดี
ถนนที่ร้างผู้คนมากๆ เค้าหายไปไหนกันเนี่ย 😱
ถึง Mill City Museum ละค่ะ
Mill City Museum
แต่ขอหาไรกินก่อนนะหิวเหลือเกินนนน ได้อาศัยร้านแซนวิชในนั้นแหละประทังชีวิต สั่ง Pulled Pork Sandwich มาแบ่งกะเบ๊นซ์คนละครึ่ง โห อร่อยผิดคาด กินหมดเรียบ จากนั้นเราก็เข้าไปเดินเล่นด้านในกัน
Mill City Museum
สรุปเราไม่ได้เข้าไปในส่วนของพิพิธภัณฑ์กันเพราะ…เก็บค่าเข้าง่ะ 😅 และคิดว่าคงแสดงประวัติของที่นี่ เราเลยแค่เดินเข้าไปถ่ายรูปซากโรงโม่แป้งเก่าที่เค้าอนุรักษ์ไว้ สวยดี
Mill City Museum
จาก Museum เดินออกมาเห็นคนกำลังเซ็ตอะไรกันอยู่เต็มไปหมด เห็นคำว่า "Aquatennial" บนเสื้อทีมงาน เอ๊ะ คุ้นๆ แฮะ อ้อ…เราเห็นคำนี้มาจากเมล์ที่ Sonder ส่งมาว่าวันนี้จะมีงานแสดงพลุซึ่งเป็นหนึ่งในงานใหญ่ประจำปีของเมืองด้วย ชื่องาน Aquatennial นี่เอง
ปรี่เข้าไปถามเลยค่ะว่านี่คืนนี้จะมีงานแสดงพลุตรงนี้เลยใช่มั้ย ทีมงานบอกว่าใช่ จะแสดงตรงสะพาน Stone Arch Bridge นี่เลย
OMG สุดยอด เพราะจากตรงนี้จะใกล้บ้านพวกเรามากๆ เดินประมาณ 20 นาทีเอง แถมเค้าจะเริ่มจุดพลุตอนสี่ทุ่มตรง มีเวลาอีกตั้งเยอะ รู้พิกัดละไปเดินเล่นกันต่อดีกว่า
พวกเรากะไปเดินบน Stone Arch Bridge ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่ง landmark ของเมือง แต่ปรากฎว่าเค้าปิดซ่อมพอดีเลยอดเลย ไม่เป็นไรได้ถ่ายรูปสะพานก็ยังดี
Stone Arch Bridge เป็นสะพานรถไฟที่สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 2426 ในอดีตใช้เพื่อเดินทางข้ามแม่น้ำมิสซิสซิปปี เป็นสะพานโค้งเพียงแห่งเดียวที่สร้างด้วยหินในแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ทั้งหมด
Stone Arch Bridge
จากสะพานเดินต่อไปนิดเดียวก็จะเจอกับ Guthrie Theater เป็นโรงละคร broadway ที่มีชื่อเสียงมากของเมือง
Guthrie Theater
พวกเราเพิ่งรู้ว่างาน Farmer Market ที่อยากมาเดินกันเค้าจัดอยู่ข้างโรงละครนี้นี่เอง แต่เพราะเช้านี้ฝนตกพรำๆ ทั้งวันพวกเราก็เลยไปเดินที่อื่นก่อน ปรากฎมาถึงงานตลาดวายแล้วจ้า เค้าเก็บของกันไปหมดละ 😭 อ๊ะๆ ไปเดินตลาด supermarket แทนละกัน
จากโรงละคร เราเดินกลับเข้าไปในเมืองกัน
Pedal Pub
เห็นเจ้ารถ Pedal Pub ขี่ผ่านตามาหลายคันเลยนะตั้งแต่มาถึงที่นี่ ท่าจะเป็นที่นิยมของที่นี่แน่ๆ เลย ดูละก็ไอเดียดีเนอะ จะได้ไม่รู้สึกผิดที่จะปาร์ตี้ ดื่มไปปั่นไปไม่อ้วนแน่ แต่จะอ้วกรึป่าวไม่รู้ 🤣
เดินกันต่อค่ะ ระหว่างทางพวกเราผ่านตึกอาคารต่างๆ อีกมากมาย สวยๆ น่าถ่ายรูปทั้งนั้นเลย
ที่นี่มีรถไฟฟ้าด้วย
แต่ที่แปลกใจมากๆ ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่าแต่ละรูปแทบจะไม่มีผู้คนผ่านเข้ามาในเฟรมเลย ไม่ใช่เรารอให้ไม่มีคนแล้วถึงจะถ่ายนะ แต่มันไม่มีคนเลยจริงจริ๊งงงงง เดินมานี่เจอคนยังไม่ถึงร้อยคนเลยมั้ง ยังเสียวๆ กลัวๆ อยู่ว่าจะมีซอมบี้วิ่งเข้ามาชาร์จรึป่าวเนี่ย 😱 ร้างหยั่งกะฉากในหนังเลยฮะ 🤣🤣🤣
เราปักหมุดไปที่ Target ซึ่งเป็น Supermarket ที่มีสาขามากมายทั่วประเทศ เพิ่งรู้เค้ามีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองนี้นี่เอง มิน่าถึงได้เป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงพลุ Target Fireworks งี้ต้องไปอุดหนุนเพื่อแสดงความขอบคุณล่วงหน้าสำหรับงานคืนนี้ซักหน่อย 😁
เดินเล่นกันอยู่ในนั้นประมาณ 2 ชม. จนห้างปิดอ่ะ (เค้าปิดเร็ว 6 โมงเย็นก็ปิดละ 😁) เป็นการฆ่าเวลาที่ดีมากๆ
ออกจาก Target มาก็ปักหมุดกลับบ้าน ระหว่างทางก็เจองาน Graffiti เจ๋งๆ โดยบังเอิญอีกละ
สวยน่าถ่ายรูปไปหมดเลยนะเมืองนี้ เสียอยู่อย่างเดียวคือ ผู้คนน้อยมากๆ น่าสงสัยจริงๆ ว่าเค้าหายไปไหนกันหมด 🧐
เดินกลับถึงบ้านแทบง่อยเปลี้ยเสียขากันเลย มองนาฬิกา แม่เจ้า ตั้งกะประมาณ 11 โมงจนถึงเกือบทุ่ม พวกเราเดินกันไปกว่า 13,000 ก้าว 😱 ขอนอนงีบเอาแรงซักหน่อยดีกว่า เด๋วคืนนี้ต้องเดินไปดูพลุกันอีกรอบ
หลังจากงีบเอาแรงกันนิดหน่อย ก็ได้เวลาไปที่งานกันละค่ะ พวกเราออกจากบ้านประมาณ 21.30 โอ้โห…ผู้คนบนถนนมาจากไหนกันก็ไม่รู้เยอะแยะเลย ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปที่เดียวกับเราทั้งนั้นเลย งานนี้ไม่ต้องใช้ Google map ละไม่หลงแน่นอน 😆
พูดถึงละก็ยังดีใจไม่หายเพราะช่วงที่เราอยู่มีงาน Aquatennial งานใหญ่ประจำปีของเมืองพอดี๊พอดี แถมงานนี้เป็นงานแสดงพลุที่ใหญ่ระดับ 1 ใน 5 ของประเทศเลยซะด้วย
พวกเราเดินไปถึงงานเกือบสี่ทุ่มละ รีบหาโลเคชั่นเหมาะๆ สำหรับดูพลุกันก่อนเลย พอได้เวลาสี่ทุ่มเป๊ง พลุก็ถูกจุดกันแบบรัวๆ เลย
Aquatennial
แม่เจ้า…งานนี้เค้าจุดกันไม่ยั้งเลยร่วมครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ สวยมากๆ คุ้มค่าแก่การเดินหอบสังขารพังๆ มาดูที่สุด 😆🥳
จริงๆ งานเค้ามีตั้งแต่เย็นแล้วล่ะ มีบู้ทขายของ ขายอาหาร ขายเครื่องดื่มมากันเยอะแยะเลย แต่พวกเราเหนื่อยมากเลยไม่ได้ออกมาเดินกัน
พอพลุชุดสุดท้ายจบลง คนก็เริ่มทยอยเดินออกจากงานกัน
เพิ่งจะได้เห็นผู้คนจริงๆ ก็ตอนนี้แหละ เค้ามากันแล้วชาวเมืองมินนีแอโพลิสที่เราโหยหา ค่อยยังชั่ว…นึกว่าอยู่ในเมืองร้างซะแล้ว 😮‍💨🤪
เป็นอันว่ากิจกรรมวันนี้สนุกมากๆ และยอดการเดินวันนี้ทั้งสิ้น…แต่นแต๊นนนน 17,084 ก้าวค่ะ ตั้งแต่สายจรดค่ำ OMG 😱 มิน่าร่างดูพังมากๆ ต้องขอตัวไปซ่อมร่างก่อนนะคะ แล้วเจอกัน Blog หน้าค่ะ
 
สำหรับ Blog นี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
1.3Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      บัตรเครดิตของลิซ่า บัตรที่มีแค่เงินเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ กลายเป็นประเด็นเล็ก ๆ ที่กำลังถูกแฟนคลับหยิบมาพูดถึงเลยล่ะ
      เรื่องหูด เรื่องเล็ก รู้ทัน รักษาได้ ! หูดเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็งบนผิวหนังที่เกิดจากเชื้อฮิวแมนแปปิโลมาไวรัส (Human Papilloma Virus) หรือเอชพีวี (HPV) การติดเชื้อเอชพีวีเป็นสิ่งที่พบได้โดยทั่วไป โดยเชื้อ ไวรัสเอชพีวีมีอยู่หลายชนิดและมีบางชนิดที่ทำให้เกิดหูด
      จีนแสดงความเสียใจ เรื่องบอลลูนลอยพลัดหลงเข้าน่านฟ้าสหรัฐ จีนออกมาขอโทษแล้ว กรณีบอลลูนลอยเหนือน่านฟ้าสหรัฐอเมริกา
      ไขข้อสงสัย “วาซาบิ” ฆ่าพยาธิได้ จริงหรือ? ไขข้อสงสัย “วาซาบิ” ฆ่าพยาธิได้ จริงหรือ?
      ดูทั้งหมด