24 ส.ค. 2022 เวลา 11:05 • ประวัติศาสตร์
“ระเบิดพลีชีพ” ครั้งแรกของโลก
“ระเบิดพลีชีพ” คือการที่ผู้ก่อการร้าย ใช้ระเบิดในการสังหารฝ่ายตรงข้ามหรือสร้างความเสียหายให้สถานที่ใดที่หนึ่ง โดยยอมตายไปพร้อมกับการระเบิดนั้น
ระเบิดพลีชีพ ได้แพร่หลายในยุคสมัยใหม่ โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายญี่ปุ่นก็มีหน่วย “คามิคาเซ่ (Kamikaze)” ซึ่งเป็นฝูงบินพลีชีพที่นักบิน จะทำหน้าที่โจมตีเรือของฝ่ายสัมพันธมิตร โดยการพุ่งโจมตีและยอมตายไปพร้อมกับฝ่ายตรงข้าม
มีการประเมินว่าในประวัติศาสตร์ มีการใช้ระเบิดพลีชีพไปแล้ว 13,652 ครั้ง โดยมีสี่ครั้งในรัสเซีย สมัยที่รัสเซียยังอยู่ใต้การปกครองของราชวงศ์ ในจีนก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เจ็ดครั้ง ที่ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จำนวน 7,465 ครั้ง ระหว่างค.ศ.1974-2016 (พ.ศ.2517-2559) จำนวน 5,430 ครั้ง และระหว่างค.ศ.2017-2021 (พ.ศ.2560-2564) จำนวน 746 ครั้ง
ฝูงบินคามิคาเซ่ (Kamikaze)
ในวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ.1881 (พ.ศ.2424) ระเบิดพลีชีพแรกที่ได้รับการบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ก็ได้เกิดขึ้น โดยเป็นการลอบปลงพระชนม์ “จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 แห่งรัสเซีย (Alexander II of Russia)”
ผู้ลงมือคือ “อิกเนตี กริเนวิตสกี (Ignaty Grinevitsky)” สมาชิกกลุ่ม “People’s Will”
กริเนวิตสกีเกิดในช่วงปีค.ศ.1855 (พ.ศ.2398) หรือค.ศ.1856 (พ.ศ.2399) ที่รัสเซีย และสืบเชื้อสายจากขุนนางและเจ้าที่ดินรายใหญ่ในโปแลนด์
อิกเนตี กริเนวิตสกี (Ignaty Grinevitsky)
ในปีค.ศ.1875 (พ.ศ.2418) กริเนวิตสกีได้เดินทางไปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อศึกษาต่อ ก่อนจะเข้าร่วมกับขบวนการปฏิวัติรัสเซีย นั่นคือ “People’s Will”
ในปีค.ศ.1880 (พ.ศ.2423) คนหนุ่มสาวรัสเซียกลุ่มหนึ่ง ซึ่งรวมถึงกริเนวิตสกี ได้เผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อการปฏิวัติในหมู่นักศึกษาและคนงาน และช่วงเวลานี้เอง กริเนวิตสกีก็เริ่มมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง
กุมภาพันธ์ ค.ศ.1881 (พ.ศ.2424) กริเนวิตสกีได้เป็นหนึ่งในสมาชิกหน่วยขว้างระเบิด ซึ่งตั้งขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหมายในการกำจัด “จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 แห่งรัสเซีย (Alexander II of Russia)”
1
จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 แห่งรัสเซีย (Alexander II of Russia)
ในค่ำคืนก่อนหน้าวันลงมือปลงพระชนม์ กริเนวิตสกีได้เขียนบันทึก เป็นข้อความสุดท้าย ความว่า
“จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 พระองค์ต้องสวรรคต พระองค์จะต้องตาย และพร้อมกับพระองค์ พวกเรา ในฐานะศัตรูของพระองค์ จะต้องตายไปด้วย”
“จะต้องมีคนเสียสละอีกเท่าไร นั่นคือคำถามที่ประเทศที่น่าเศร้าของเราต้องถามแก่บรรดาลูกๆ ก่อนที่จะได้รับเสรีภาพ”
“เป็นชะตากรรมของผมที่จะต้องตายตั้งแต่ยังหนุ่ม ผมจะไม่ได้เห็นชัยชนะ ผมจะอยู่ไม่ถึงที่จะได้ดูชัยชนะของพวกเรา แต่ผมเชื่อว่าการตายของผม ผมได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ และไม่มีใครบนโลกจะออกคำสั่งแก่ผมได้อีกแล้ว”
13 มีนาคม ค.ศ.1881 (พ.ศ.2424) จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ได้เสด็จด้วยรถม้ากันกระสุน โดยมีทหารองครักษ์หน่วยคอสแซค (Cossack) นั่งข้างคนขับ พร้อมด้วยทหารคอสแซคอีกหกนาย ขี่ม้าตามหลังรถม้าพระที่นั่ง
เมื่อรถม้ามาถึงสี่แยก กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ทำการจุดระเบิดหนัก 2.3 กิโลกรัม หากแต่จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ไม่ได้ทรงรับอันตราย มีเพียงผู้ติดตามสองนายที่ได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเกิดเหตุระเบิด จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ทรงมีรับสั่งให้รถม้าหยุดวิ่ง โดยพระองค์มีพระราชประสงค์จะลงไปทอดพระเนตรผู้ได้รับบาดเจ็บ
เมื่อจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 เสด็จลงมาจากรถม้าพระที่นั่ง กริเนวิตสกีก็เห็นเป็นโอกาสเหมาะ และพุ่งเข้าหาจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2
ก่อนที่กริเนวิตสกีจะโยนระเบิดใส่องค์จักรพรรดิ กริเนวิตสกีได้ตะโกนออกมาเสียงดัง
“ยังเร็วเกินกว่าจะขอบคุณพระเจ้า”
จากนั้น กริเนวิตสกีก็ชูมือทั้งสองขึ้น และโยนระเบิดใส่จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ในระยะประชิด และเกิดการระเบิด
จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 สวรรคตทันที ส่วนกริเนวิตสกีถูกแรงระเบิด ทำให้สลบไป
พระบรมศพจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2
เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนจะรู้สึกตัวตอน 21:00 น. หากแต่ไม่ยอมให้ปากคำใดๆ
22:30 น. กริเนวิตสกีเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บ
การลอบปลงพระชนม์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดการปฏิวัติ ส่วนผู้ก่อการคนอื่นๆ ที่ร่วมมือกับกริเนวิตสกีก็ถูกศาลตัดสินให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ
นี่จึงทำให้เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์ครั้งนี้ กลายเป็นระเบิดพลีชีพครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก
โฆษณา