1 ก.ย. 2022 เวลา 02:01 • ข่าว
มันฯ มีแต่เรื่องมัน ๆ
ไม่กี่วันก่อนเห็นข่าวเล็ก ๆ ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ได้แก่ มันเส้น มันอัดเม็ด แป้งดิบ แป้งแปรรูป และอื่น ๆ ตลอดทั้งปี 2565 ส่งออกรวม 11 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปี 2564 หากยอดส่งออกตรงตามที่คาดไว้จริง มูลค่าส่งออกมันสำปะหลังจะทำยอดสูงสุดในรอบ 15 ปี
จำได้ว่าสมัยก่อนเขาพูดกันว่า มันฯ เป็นอาหารคนยากไร้ อ้าวแล้วที่ส่งออกกันโครม ๆ สร้างเม็ดเงินให้ประเทศมากมายขนาดนี้คืออะไร
จากความสงสัยส่วนตัวทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า เมื่อนานมาแล้วเคยได้รับหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "อัศจรรย์มันสำปะหลัง" ของมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เลยหยิบมาปัดฝุ่นเปิดดู อ่านจบแล้วได้ความรู้และสนุกกับเรื่องราวของมันฯ มันมันมาก เลยจะขออนุญาตนำข้อมูลบางช่วงบานตอนมาเรียบเรียงเล่าสู่กันฟังนะครับ
มันสำปะหลังมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ย้อนกลับไปไกลถึง 6,000 ปี
มันฯ เดินทางมาถึงไทยช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จากอินโดนิเซียเข้าทางตอนใต้ของประเทศ แรก ๆ มันฯ ถูกด้อยค่าว่า เป็นอาหารคนจน ใช้ทำของหวาน ใช้ทำกาวติดถุงกระดาษหนังสือพิมพ์
ต่อเมื่อการปลูกมันฯ ย้ายจากภาคใต้มาสู่ฝั่งตะวันออกนั่นแหละ เกษตรอุตสาหกรรม การผลิตแป้งมันดิบทดแทนการนำเข้าจากอินโดฯ จึงเกิดขึ้น แถมพัฒนาไปสู่การส่งออกในรูปแบบ "มันเส้น" เพื่อใช้เลี้ยงหมูในยุโรปเพราะเมื่อเอาไปผสมกับกากถั่วเหลืองแล้วใช้ทดแทนธัญพืชอื่น ๆ ที่ใช้เลี้ยงสัตว์ได้ดีเพราะราคาถูกกว่า
รู้ไหมไทยเคยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลกมาแล้ว เมื่อ 40 ปีก่อนไทยเคยส่งออกมันฯ ไปยุโรปถึง 8 ล้านตันต่อปีจนทำให้ราคาผันผวนไปหมด ประชมคมยุโรปต้องขอเจรจากับรัฐบาลไทยขอจำกัดการนำเข้าต่อปี
ระหว่างนั้นก็มีปัญหาเรื่องการทำสัญญาระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันก็มีการปรับเปลี่ยนนโยบายเรื่องการปลูกธัญพืชในยุโรปโดยเปิดเสรีมากขึ้นทำให้กระทบต่อปริมาณและราคามันฯ ของไทย
จากวิกฤตนำไปสู่ยุทธศาสตร์ 3 ข้อ คือ เปลี่ยนพันธุ์มันฯ ขยายตลาดส่งออก และพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ใหม่ ๆ ทำให้ไทยกลับมาเป็นผู้ผลิตที่สำคัญที่สุดของโลก และได้รับการยกย่องในความสามารถด้านการปรับปรุงพันธุ์ซึ่งเป็นผลงานของกรมวิชาการเกษตร และคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่แปลกที่มัน ฯ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในไทย
ประโยชน์ของมันฯ มากมายมหาศาล นอกจากคนกิน สัตว์กิน ยังถูกเอาไปเป็นส่วนประกอบของอะไรต่อมิอะไรรอบตัวเรา ตั้งแต่ซอส เส้นก๋วยเตี๋ยว มายองเนส ผงชูรส น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง ยาสีฟัน ยารักษาโรค
อุตสาหกรรมสิ่งทอ กระดาษ ไม้อัด กาว พลาสติก ก็ใช้มันฯ เอามาทำเอทานอลก็ได้ พอเอาเอทานอลไปผสมน้ำมันเบนซินตามอันตราส่วนก็จะได้ แก๊สโซฮอล์ E ต่าง ๆ
เอาแค่นี้ก่อน พอเป็นน้ำจิ้ม เดี๋ยวจะยาวไป หากใครอยากอ่านหรือค้นคว้าเพิ่มเติมไปดูได้ที่ https://tapiocathai.org นะครับมีเผยแพร่ข้อมูลในหนังสือในรูปแบบ pdf ด้วย.
โฆษณา