6 ก.ย. 2022 เวลา 17:50 • ข่าวรอบโลก
"นกชนหิน” สัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของไทย
1
หลังถูกล่าเอา “งาสีเลือด” จนเกือบสูญพันธ์
1
ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีในแวดวงสัตว์ป่าและการอนุรักษ์ของบ้านเรา
เมื่อ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา
กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวนเพิ่มเติม
ซึ่งได้แก่นกชนหิน (Rhinoplex Vigil) โดยจะเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของไทย
ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ
เนื่องจากนกชนหินเป็นสัตว์ป่าหายาก ใกล้สูญพันธุ์ จำเป็นต้องสงวนและอนุรักษ์ไว้อย่างเข้มงวด
“นกชนหิน” (Helmeted hornbill) เป็นนกขนาดใหญ่ในวงศ์นกเงือก 1 ใน 13 ชนิดของกลุ่มนกเงือกในไทย
แต่เป็นนกเงือกสายพันธุ์โบราณที่มีสายพันธุกรรมเก่าแก่ยาวนานถึง 45 ล้านปี
1
นกชนหิน มีถิ่นอาศัยกระจายในพื้นที่ป่าดิบชื้นระดับต่ำตั้งแต่แถบเทือกเขาตะนาวศรีลงมาทางใต้ของไทย
ไปจนถึงประเทศมาเลเซีย สุมาตรา และบอร์เนียว
โดยในบ้านเราพบการกระจายพันธุ์ในป่าสมบูรณ์ของภาคใต้ อาทิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลา จ.นราธิวาส, อุทยานแห่งชาติบางลาง จ.ยะลา
อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี และอุทยานแห่งชาติศรีพังงา จ.พังงา เป็นต้น
ปกตินกชนหินจะบินหากินในระดับยอดไม้ กินผลไม้เป็นส่วนใหญ่
เช่น ลูกไทร แต่บางครั้งก็พบว่ามันกินสัตว์อื่น ๆ เช่น กิ้งก่า กระรอก และนก เป็นอาหารด้วย
ในด้านวิถีความเป็นอยู่อาศัย นกชนหินจะเลือกต้นไม้ใหญ่ที่มีโพรงกลวงเพื่อเข้าไปทำรัง
ซึ่งมักจะเป็นต้นไม้ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดในผืนป่า
นกชนหินเป็นสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้ช้า โดยผสมพันธุ์เพียงปีละหนึ่งครั้ง
และเลี้ยงลูกแค่ครั้งละหนึ่งตัวเนื่องจากแม่นกกับลูกนกจะอาศัยอยู่ในโพรงรังที่ปิดปากโพรงไว้ เมื่อปิดปากโพรงหากเกิดอะไรขึ้นกับนกตัวผู้
ตัวเมียกลับลูกก็อาจตายได้ เพราะไม่สามารถพังรังและบินออกมาได้
หลังผสมพันธุ์ นกตัวเมียจะใช้เวลากกไข่นาน 5-7 สัปดาห์ และเลี้ยงลูกอีก 5 เดือนจึงจะออกจากรังได้
ขณะที่นกตัวผู้จะมีหน้าที่ป้อนอาหาร โดยสังเกตพฤติกรรมของพ่อนกที่บินมาป้อนอาหาร
หากป้อนถี่ขึ้นสะท้อนว่าขนาดของลูกใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
โดยจะกินลูกของต้นไทร หรือสัตว์เล็ก เช่น กิ่งก่า งู ด้วง เป็นต้นสน
นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่างาสีเลือดเป็นสิ่งมงคล
โหนกของมันจึงมีมูลค่ามาก เป็นที่ต้องการในตลาดซื้อขายชิ้นส่วนสัตว์ป่า
ซึ่งมีข้อมูลระบุว่า ราคาเฉพาะหัวของนกชนิดนี้นั้น สูงถึงหัวละ 30,000 บาทขึ้นไปเลยทีเดียว
ทำให้นกชนหินถูกล่าอย่างหนัก จนปัจจุบัน มีนกชนหินเหลืออยู่ในธรรมชาติเหลือน้อยมาก
แม้นกชนหินจะมีสถานะเป็นสัตว์ที่อยู่ในบัญชี 1 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ หรือ ไซเตส (CITES)
ตั้งแต่ปี 2518 ห้ามค้าชิ้นส่วนของนกชนหินมีความตามผิดกฎหมายทั้งไทยและทั่วโลก
รวมถึงถูกกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 410 แล้วก็ตาม
แต่จากการที่มันยังคงถูกล่าเพื่อเอางาสีเลือดอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ปัจจุบันคาดการณ์ว่านกชนหินในบ้านเราน่าจะหลงเหลืออยู่ประมาณไม่เกิน 100 ตัว
ซึ่งถือว่าสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้
ครม. จึงประกาศให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของประเทศไทย
1
ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีของแวดวงสัตว์ป่าและการอนุรักษ์ของบ้านเรา
โฆษณา