7 ก.ย. 2022 เวลา 22:04 • ปรัชญา
“ผู้ที่จะไปนิพพานต้องผ่านความตายให้ได้”
บรรดาครูบาอาจารย์ต่างๆที่ได้บรรลุถึงพระนิพพาน ท่านจะพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า นิพพานอยู่ฟากตาย ผู้ที่จะไปนิพพานนี้ต้องผ่านความตายไปให้ได้ ถ้าไม่ผ่านความตาย ถ้าไม่กล้าตาย ถ้ากลัวตาย ก็จะไปถึงพระนิพพานไม่ได้ ดังนั้นผู้ปฏิบัติจึงต้องพยายามฝึกความกล้าหาญให้เกิดขึ้นมาในใจ ปลุกความกล้าหาญขึ้นมาภายในใจ
วิธีก็คือให้เราพิจารณาความตายอยู่เรื่อยๆ ว่าความตายนี้เป็นเรื่องปกติเป็นเรื่องธรรมดา จะต้องเกิดขึ้นกับทุกคนไม่ว่าจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติก็ตาม ก็ต้องตายเหมือนกัน แต่ถ้าปฏิบัติแล้วกลัวความตายก็จะไม่ไปถึงหลักชัยได้ แต่ถ้าอยากจะไปให้ถึงหลักชัยก็ต้องยอมตาย ถ้ายอมตายแล้วความกลัวตายมันจะหายไป ต้องยอมเจ็บไม่เช่นนั้นความกลัวเจ็บมันก็จะไม่หายไปนี่คือเคล็ดลับของการปฏิบัติตามคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้าที่จะแยกผู้ที่จะสอบผ่านกับผู้ที่จะสอบตก
ถ้ายังกลัวเจ็บยังกลัวตายอยู่ จะไปไม่รอด จะไปไม่ถึงฝั่ง ถ้าไม่กลัวเจ็บไม่กลัวตาย ยอมเจ็บยอมตาย เพราะเห็นว่าความเจ็บความตายเป็นเรื่องปกติเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้นไปได้ พวกเราทุกคนเมื่อเกิดมาแล้วย่อมมีความแก่เป็นธรรมดา ล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้ ย่อมมีความเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดา ล่วงพ้นความเจ็บไข้ได้ป่วยไปไม่ได้ ย่อมมีความตายเป็นธรรมดา ล่วงพ้นความตายไปไม่ได้ ย่อมมีการพลัดพรากจากกันเป็นธรรมดา ล่วงพ้นการพลัดพรากจากกันไปไม่ได้
นี่คือคาถาหรือธรรมะหรือปัญญาที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พวกเราหมั่นเจริญกันอยู่เรื่อยๆ เพราะถ้าเราเห็นสัจธรรมความจริงเหล่านี้แล้ว เราจะไม่กลัวความเจ็บ เราจะไม่กลัวความตาย เราจะไม่กลัวกับการที่เราจะต้องอยู่ตามลำพัง นี่แหละคือวิธีที่จะปลุกความกล้าหาญให้เกิดขึ้นมาภายในใจ ไม่ให้หวาดหวาดกลัวกับภัยต่างๆที่จะมากระทบกับร่างกาย เพราะถ้าหวาดกลัวแล้วก็จะไม่สามารถที่จะไปปฏิบัติในสถานที่ที่จะเอื้อเฟื้อต่อการบรรลุธรรมได้นั่นเอง
สนทนาธรรมบนเขา
วันที่ ๑๓ พ.ศ. กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี
โฆษณา