10 ก.ย. 2022 เวลา 23:00 • หนังสือ
เริ่มต้นลงทุนง่าย ๆ ด้วยกองทุนรวม
ตอนที่ 4 ความแตกต่างระหว่าง "หุ้นกู้" vs "หุ้นสามัญ"
หุ้นกู้
เป็นตราสารหนี้ชนิดหนึ่ง (Bonds) ที่ออกโดยเอกชน ผู้ลงทุนจึงมีสถานะเป็น "เจ้าหนีั" ที่ให้บริษัทนั้นยืมเงิน
โดยจะให้ผลตอบแทนที่แน่นอนตามระบุในสัญญา ซึ่งจะอยู่ในรูปของดอกเบี้ย
ซึ่ง "ลูกหนี้" จะทยอยจ่ายดอกให้เป็นงวด ๆ ตามระบุในสัญญา เมื่อถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน "ลูกหนี้" ก็จะนำเงินต้นมาชำระคืนให้กับ "เจ้าหนี้" ถือว่าเป็นการสิ้นสุดอายุตราสาร
การลงทุนในหุ้นกู้ จะไม่สามารถมีสิทธิ์ออกเสียงใด ๆ เกี่ยวกับนโยบายการดำเนินงานของบริษัท ดังนั้น ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับการดำเนินงานของบริษัท จึงไม่สามารถคัดค้านหรือทำอะไรได้
โดยความเสี่ยงหลักของการลงทุนในหุ้นกู้ก็คือ การผิดนัดชำระหนี้ (Default) แต่ก็มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องในสินทรัพย์ของบริษัทผู้ออกตราสารได้ก่อนผู้ถือหุ้น เนื่องจากมีสถานะเป็น "เจ้าหนี้" จึงมีโอกาสที่จะได้รับเงินคืนครบตามจำนวนมากกว่า
หุ้นสามัญ
เป็นตราสารทุนชนิดหนึ่ง (Equity) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "หุ้น" นั่นแล่ะครับ ผู้ลงทุนจะมีสถานะเป็นเจ้าของร่วมในบริษัท
มีผลตอบแทนที่ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท ซึ่งผลตอบแทนนั้น จะอยู่ในรูปของ ส่วนต่างราคาหุ้น (Capital Gain) และ เงินปันผล (Dividend Yield)
อายุของตราสารทุนจะไม่มีวันหมดอายุ ตราบใดที่เจ้าของกิจการไม่ล้มละลายหรือถูกเพิกถอนจากตลาด
และที่สำคัญ "ผู้ถือหุ้น" มีสิทธิ์ออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อกำหนดนโยบายของบริษัทได้อีกด้วย
แต่วันดีคืนดี ถ้าเจ้าของเกิดปิดกิจการขึ้นมา "ผู้ถือหุ้น" จะมีสิทธิ์เรียงร้องและได้รับเงินเป็นกลุ่มสุดท้าย เพราะเจ้าของกิจการต้องนำเงินไปชำระ "เจ้าหนี้ หรือ ผู้ถือหุ้นกู้" ก่อน
ดังนั้น โอกาสที่จะได้รับเงินคืนไม่ครบจึงมีสูงกว่าครับ
เรียบเรียงบทความจาก
ติดตามบทความดีๆ จากหนังสือดีๆ ได้ที่
โฆษณา