12 ก.ย. 2022 เวลา 04:35 • ประวัติศาสตร์
การพิชิต "จักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire)" ของ "พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great)"
"พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great)" เป็นที่จดจำในฐานะกษัตริย์และนักการทหารที่ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งในประวัติศาสตร์
ในการศึกครั้งหนึ่ง พระองค์สามารถพิชิต "จักรวรรดิเปอร์เซีย (Persian Empire)" มหาอำนาจแห่งยูเรเซียตะวันออกในสมัยนั้น
ชัยชนะของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เกิดจากการวางแผนและจังหวะที่ลงตัว ซึ่งทำให้พระองค์ได้รับชัยชนะในที่สุด
สำหรับกองทัพที่เข้มแข็งของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนั้น อาจจะเรียกได้ว่า พระองค์ทรงได้รับเป็นมรดกต่อมาจากพระราชบิดาก็ว่าได้
พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great)
ในโลกยุคโบราณ กองทัพที่เชี่ยวชาญและเข้มแข็งถือเป็นสิ่งที่หาได้ยาก โดยกรีกมีกองทัพทหารรับจ้างที่น่าเกรงขาม และในกรณีของเมืองสปาร์ตาและเมืองทีบส์ ต่างก็มีกองทัพที่เข้มแข็ง
แต่ถึงจะมีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ แต่ละดินแดนก็ไม่เคยรวมกลุ่มกันและสร้างภัยรุกรานต่อจักรวรรดิเปอร์เซียได้เลย
สำหรับ "พระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งมาซิดอน (PhilipII of Macedon)" พระราชบิดาของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนั้น เมื่อทรงพระเยาว์ พระเจ้าฟิลิปที่ 2 ทรงเป็นองค์ประกันที่เมืองทีบส์ และการได้ทอดพระเนตรเห็นกองทัพอันเกรียงไกรของทีบส์ ก็สร้างความประทับใจแก่พระองค์เป็นอย่างมาก
พระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งมาซิดอน (PhilipII of Macedon)
เมื่อเสด็จกลับมายังมาซิโดเนีย พระองค์จึงทรงปรับปรุงกองทัพ โดยอิงจากกองทัพที่พระองค์เคยทอดพระเนตรที่เมืองทีบส์
กองทัพของพระเจ้าฟิลิปที่ 2 เป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ และในรัชสมัยของพระองค์ พระองค์สามารถยึดเมืองกรีกได้ และก่อตั้งพันธมิตรเฮเลนิค (Hellenic League) ขึ้นมา
เมื่อมาถึงรัชสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช พระองค์ก็ได้ยกทัพรุกรานจักรวรรดิเปอร์เซียเมื่อ 334 ปีก่อนคริสตกาล
ในเวลานั้น พระองค์แทบจะหมดตัว เสบียงก็เหลือน้อย อำนาจของพระองค์ที่มีเหนือพันธมิตรเฮเลนิคก็อยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคง
"เมมนอนแห่งโรดส์ (Memnon of Rhodes)" แม่ทัพชาวกรีกซึ่งทำงานรับใช้ "พระเจ้าดาเรียสที่ 3 (Darius III)" กษัตริย์แห่งเปอร์เซีย ได้แนะนำให้ข้าหลวงอนาโตเลียเลี่ยงการรบแบบประจันหน้ากับกองทัพทหารราบของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เนื่องจากกองทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนั้นเข้มแข็งกว่ากองทัพของเปอร์เซีย
1
เมมนอนแห่งโรดส์ (Memnon of Rhodes)
เมมนอนได้แนะนำให้ใช้วิธีการทำลายเสบียงของกองทัพมาซิดอน เนื่องจากคิดว่าหากกองทัพมาซิดอนไม่เหลือเสบียง ก็จะต้องถอยทัพกลับ และพระเจ้าดาเรียสที่ 3 ก็สามารถใช้ทองคำในการซื้อเมืองกรีกต่างๆ ให้มาเข้ากับเปอร์เซีย เนื่องจากในเวลานั้น เมืองกรีกต่างๆ ต่างก็ลังเลที่จะสนับสนุนพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
หากแต่ข้าหลวงก็ไม่ยอม ยังคงยืนยันที่จะรบแบบเผชิญหน้ากับกองทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ซึ่งก็จบลงด้วยชัยชนะของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
ภายหลังจากชัยชนะของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช พระเจ้าดาเรียสที่ 3 ก็ทรงตกลงที่จะทำตามแผนของเมมนอน และในขณะที่ทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชกำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันออกของอนาโตเลีย เมมนอนก็ได้ให้กองทัพเรือเปอร์เซียเข้ายึดครองเกาะต่างๆ ในทะเลอีเจียน รวมทั้งเมืองกรีกต่างๆ ที่ยอมเข้าร่วมกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
1
แต่นับเป็นโชคดีของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์หาราช เนื่องจากหลังจากนั้นไม่นาน เมมนอนก็เสียชีวิตไปก่อน และพระเจ้าดาเรียสที่ 3 ก็ได้ยกเลิกแผนการของเมมนอน
1
พระเจ้าดาเรียสที่ 3 (Darius III)
พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชก็ทรงตระหนักถึงอันตรายของแผนการของเมมนอน ดังนั้น เมื่อพระองค์ทรงพิชิตพระเจ้าดาเรียสที่ 3 ที่เมืองอิสซัส พระองค์ก็ได้ทำการปราบปรามเมืองต่างๆ ในชายฝั่งโฟนีเซีย ก่อนจะมุ่งหน้าไปทำศึกยังเมโสโปเตเมีย
อาจจะเรียกได้ว่าความสำเร็จของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนั้น ประกอบด้วยทั้งความสามารถและการอยู่ถูกที่ถูกเวลา
พระองค์ทรงเป็นผู้นำที่ห้าวหาญ รบเคียงบ่าเคียงไหล่ทหาร และตลอดเวลา 15 ปีที่ครองราชย์ พระองค์ก็เคยได้รับบาดเจ็บในสนามรบหลายครั้ง ก่อนจะสวรรคตด้วยพระชนมายุ 33 พรรษา
3
โฆษณา