13 ก.ย. 2022 เวลา 13:50 • ประวัติศาสตร์
" มาเดรา หมู่เกาะแอตแลนติกเหนือ
บ้านเกิดโรนัลโด ไข่มุกสีเขียวของโปรตุเกส "
ฟุงชาล(Funchal)เมืองหลวงของ, มาเดรา(Madeira). Getty
หมู่เกาะมาเดรา เป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของโปรตุเกส ที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ห่างจากทางเหนือของหมู่เกาะคะแนรีของสเปน เพียง 400 กิโลเมตร และโมร็อกโก 520 กิโลเมตรทางตะวันตก
ประกอบไปด้วยเกาะที่มีคนอาศัยอยู่สองเกาะหลัก ได้แก่ เกาะมาเดรา(Madeira Island) ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุด และเกาะปอร์โตซานโต(Porto Santo Island) มีประชากรเพียง 5,500คน รวมทั้งสองเกาะมีประชากรประมาณ 251,000คน และหมู่เกาะเดเซิร์สตาส(Desertas Islands) เป็นกลุ่มเกาะแคบและยาว ที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่
เกาะมาเดรา ถูกค้นพบในปีค.ศ.1418 โดยนักสำรวจชาวโปรตุเกสสามคน
ได้แก่ จัวอาว กอนซาลเวส ซาร์โก(João Gonçalves Zarco) ตริสตรง วาซ เตย์เชย์รา(Tristão Vaz Teixeira) และบาร์โตโลมิว เปเรสเตรโล(Bartolomeu Perestrelo) ภายใต้การสนับสนุนของเจ้าชายเฮนรี หรือที่รู้จักกันในชื่อ(Henry the Navigator) ซึ่งเป็นการค้นพบโดยบังเอิญระหว่างไปสำรวจชายฝั่งกินี
Ponta de Sao Lourenco. Shutterstock / อ่าวฟุงชาล(Funchal Bay) - 1860
เมื่อมองไปที่เกาะแห่งนี้ เหล่านักสำรวจก็ได้เห็นป่าหนาทึบเขียวขจี จึงได้ตั้งชื่อเกาะนี้ว่า "มาเดรา" ซึ่งแปลว่า ไม้ และได้ตั้งเมืองบนเกาะที่มีชื่อว่า "ฟุงชาล(Funchal)" ซึ่งแปลว่า สวนยี่หรา ที่ขึ้นอยู่เต็มบริเวณนั้น ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นเมืองหลวงในปัจจุบัน
หลังจากนั้นในปีค.ศ.1420-1425 ได้เริ่มมีการตั้งรกรากขึ้น เริ่มแรกมีการปลูกข้าวสาลีเป็นหลัก ปีค.ศ.1455 ผลผลิตข้าวสาลีลดลงก็ถูกแทนที่ด้วยอ้อย ซึ่งนำเข้ามาจากซิซิลี โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากนายธนาคารชาวเจนัว และความรู้ด้านเทคนิคจากที่ปรึกษาชาวซิซิลี
อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในปีค.ศ.1472 น้ำตาล จากมาเดราเป็นที่รู้จักของพ่อค้าไปทั่วยุโรป ส่งไปยังแฟลนเดอร์ส(เบลเยี่ยม) และกรุงคอนสแตนติโนเปิล ซึ่งเป็นการเปิดเส้นทางการค้าที่สำคัญมากของโปรตุเกส
เมื่อถึงศตวรรษที่16 การส่งออกก็เฟื่องฟู เกิดปัญหาแรงงานไม่เพียงพอ จึงได้นำเข้าทาสซึ่งเป็นชาวกวนเช(Guanches)จากเกาะคะแนรี และชาวเบอร์เบอร์ (Berbers)จากแอฟริกา จนกระทั่งการผลิตน้ำตาลของมาเดรา มาถึงจุดสูงสุด
ระหว่างปีค.ศ.1500-1520 การผลิตอ้อยลดลงเนื่องจากการผลิตที่มากเกินไป และโรคของอ้อยที่เกิดขึ้นได้ทำลายพื้นที่เพาะปลูก อีกทั้งยังไม่สามารถสู้การผลิตจำนวนมากในบราซิล และเซาตูเม(São Tomé)ได้
ระหว่างนั้น การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจยุโรปเริ่มเข้มข้นขึ้น อีกทั้งยังมีภัยคุกคามจากโจรสลัด ทำให้โปรตุเกสต้องต่อสู้เพื่อป้องกันการยึดครองดินแดน แต่ก็ไม่อาจต้านทานสเปนไหว มาเดราจึงตกอยู่ภายใต้การปกครองของสเปนช่วงปีค.ศ.1580-1640
ไร่อ้อยและคนงาน / ไร่องุ่นตามแนวสันเขา / การผลิตไวน์แบบเก่าของมาเดรา
ในศตวรรษที่ 17 สวนน้ำตาลถูกแทนที่ด้วยไร่องุ่น พันธุ์องุ่นที่นำมาจากเกาะครีต(Creteประเทศกรีซ) ได้ผลผลิตองุ่นที่สวยงาม เนื่องจากในอดีตมาเดราเคยเป็นเกาะภูเขาไฟ ดินที่ใช้ในการเพาะปลูกจึงมีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้เกิดเป็นไวน์ของมาเดราเอง ซึ่งได้รับความนิยมจากบรรดากะลาสีเรือ ที่แวะพักเดินทางจากยุโรปไปยังทวีปอเมริกาอย่างมาก
โดยในช่วงนั้นชาวอังกฤษที่ตั้งรกรากมานาน ได้ควบคุมการค้าไวน์ และส่งออกไปยังอังกฤษตลาดหลักของมาเดราในขณะนั้น
ในศตวรรษที่ 18 มาเดราถูกใช้เป็นท่าเทียบเรือที่สำคัญของอังกฤษ ทั้งในเชิงพาณิชย์และสงคราม เป็นเส้นทางในการเดินทางไปยังหมู่เกาะเวสต์อินดีส และในส่วนสำคัญไวน์ของมาเดราได้ถูกใช้ในการฉลองต่างๆบนทวีปใหม่ รวมไปถึงการฉลองความสำเร็จในการปฏิวัติอเมริกาอีกด้วย
ในศตวรรษที่ 19-20 มาเดรามีความโดดเด่นในด้านสภาพอากาศ เชื่อกันว่าอากาศที่บริสุทธิ์ของมาเดราสามารถรักษาโรคได้ ทำให้ดึงดูดทั้งผู้ป่วย นักเดินทางและนักวิทยาศาสตร์ เข้ามาเยี่ยมเยือนจากทั่วยุโรป
อังกฤษได้เข้าครอบครองเกาะในช่วงปีค.ศ.1801-1802 และอีกครั้งในปีค.ศ.1807-1814 ในช่วงสงครามคาบสมุทรของสเปน เมื่อสิ้นสุดสงครามได้ส่งเกาะกลับคืนสู่โปรตุเกส เป็นการครอบครองแบบเป็นพันธมิตรซึ่งกันและกัน
ปีค.ศ.1910 โปรตุเกสเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นสาธารณรัฐ หลังช่วงสงครามโลกครั้งที่1 วันที่19 พฤศจิกายน 1921 จักรพรรดิคาร์ลที่ 1 จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ถูกฝ่ายสัมพันธมิตรเนรเทศครั้งที่สองมายังมาเดราและสิ้นพระชนม์ที่นี่ ในวันที่1 เมษายน 1922
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่2 โปรตุเกสอนุญาตให้มาเดรารับผู้ลี้ภัย 2,000คน จากยิบรอลตาร์ ตามสนธิสัญญาวินด์เซอร์(Treaty of Windsor1386)ที่ทำไว้ในอดีตระหว่างโปรตุเกสและอังกฤษ เพราะเกรงว่าจะถูกโจมตีโดยสเปนและเยอรมนี
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1976 หลังการปฏิวัติคาร์เนชัน(Carnation Revolution) ในปี1974 ได้นำยุคใหม่มาสู่มาเดรา โปรตุเกสได้ให้อำนาจการปกครองตนเองแก่มาเดรา มีรัฐบาลและสภานิติบัญญัติเป็นของตนเอง
พิพิธภัณฑ์ไวน์มาเดรา / พิพิธภัณฑ์คริสเตียโน โรนัลโด / พิพิธภัณฑ์บ้านคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส บนเกาะปอร์โตซานโต เป็นบ้านที่เขาอาศัยอยู่ระหว่างปี1480-1482 / ภาพเมืองจากเคเบิลคาร์ Shutterstock / Levada ทางส่งน้ำตามสันเขาที่ใช้เพาะปลูก
ด้วยพื้นที่ทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมอย่างเบาบาง ไวน์รสเยี่ยมที่ผสมสุราจากอ้อย ประวัติศาสตร์การก่อร่างสร้างเกาะขึ้น บ้านเกิดโรนัลโดนักฟุตบอลชื่อดัง รวมถึงธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้หมู่เกาะมาเดรา เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุดในยุโรป
มาเดราได้รับการเสนอชื่อ ให้เป็นจุดหมายปลายทางของเกาะที่ดีที่สุดในโลก 6ครั้งติดต่อกัน และเป็นจุดหมายปลายทางของเกาะที่ดีที่สุดในยุโรปถึง 7ครั้งอีกด้วย
โฆษณา