เรื่องอยากเล่าเสาร์ - อาทิตย์ :
Banat Witch คุณยายฆาตกรสุดโหดที่ฆ่าคนไปมากกว่า 150 คนในศตวรรษที่ 1900
..
Banat Witch หรือ Baba Anujka คือชื่อของ Ana di Pištonja หนึ่งในฆาตกรสุดโหดในศตวรรษ 1900 ที่โด่งดังมากที่สุด
ตามประวัติที่ไม่ชัดเจนนัก เล่าว่า Baba Anujka เกิดในครอบครัวที่มีพ่อเป็นเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ร่ำรวย ในดินแดนยูโกสลาเวียเดิม ที่เป็นประเทศเซอร์เบียในปัจจุบัน
ชีวิตในวัยเด็กของเธอแสนจะสุขสบายในความเป็นลูกคุณหนู
ก่อนที่จะเกิดจุดเปลี่ยนเมื่อเธอถูกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งล่อลวงตอนอายุ 20 ปี
Baba Anujka ทั้งผิดหวังในความรักและติดโรคจากชายคนดังกล่าว จนทำให้เธอกลายเป็นคนมีนิสัยเก็บตัวและเกลียดชังผู้คนรอบข้าง
วัน ๆ เธอเอาแต่หมกมุ่นอยู่แต่กับตำราทางเคมี ไม่ออกไปพบใครที่ไหน
ไม่นานนักชื่อเสียงทางด้านยาวิเศษที่สามารถทำให้คนหายไปโดยไร้ร่องรอยก็เริ่มขจรขจายออกไป
2
ฉายาแม่มดท้องถิ่นที่เสกคนให้หายไปได้ในราคาที่เหมาะสม คือชื่อที่ลูกค้ามอบให้เธอ
หลายปีต่อมา Baba Anujka แต่งงานกับคหบดีเจ้าของที่ดินรายหนึ่ง เธอมีลูกกับเขาห้าคน แต่มีชีวิตรอดเติบโตมาเพียงคนเดียว ก่อนที่ 20 ปีต่อมาสามีเธอก็ตายจากไป
1
หลังจากนั้น Baba Anujka เริ่มกลายเป็น Banat Witch เต็มตัว เธอขายยาวิเศษที่ทำให้ทหารป่วยและยาวิเศษที่ใช้กำจัดสามีที่ไม่ซื่อสัตย์ให้กับภรรยาทั้งหลาย
ทุกครั้งที่มีลูกค้ามาติดต่อ เธอจะถามว่า ปัญหาหนักแค่ไหน? ซึ่งแปลได้ว่า เหยื่อที่ต้องการฆ่ามีน้ำหนักเท่าไร?
ตามประวัติการสืบสวนพบว่ามีเหยื่อมากถึง 150 คนที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าตายด้วยยาวิเศษของ Banat Witch
ช่วงปี 1920 ธุรกิจยาวิเศษของเธอรุ่งเรืองมากจนเธอต้องตั้งตัวแทนขายขึ้นมา
แต่แล้วความโด่งดังก็นำเธอมาพบกับลูกค้าที่ทำให้เส้นทางชีวิตของเธอจบลง
ปี 1924 Stala Mamirov ลูกค้าประจำมาติดต่อขอซื้อยาวิเศษก่อนที่ไม่นานหลังจากนั้น สามีของเธอก็ตาย
1
ให้หลังไม่นานลุงของ Stala ก็มาตายตามไปอีกคน จนทำให้ตำรวจเริ่มเกิดความสงสัย
ปี 1926 หรืออีกสองปีต่อมา Sima ญาติของ Stala มาติดต่อขอซื้อยาวิเศษไป เพื่อฆ่าพ่อวัย 70 ของสามี และเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ตำรวจตามสอบสวนจนเจอว่าต้นเหตุของการตายทั้งหมดมาจากยาวิเศษของ Banat Witch
จากคำสารภาพของ Sima และ Stata ทำให้ Banat Witch ต้องโทษจำคุก 15 ปี ในวัย 90
1
แต่ด้วยอายุที่มาก เธอถูกปล่อยตัวไม่นานหลังจากถูกจองจำ
1 กันยายน 1936 Banat Witch เสียชีวิตลงในวัย 100 ปี
ถือเป็นการสิ้นสุดชีวิตของคุณยายฆาตรกรสุดโหดที่มีส่วนร่วมในการฆ่าคนมากกว่า 150 คน...
ติดตามอ่านบทความได้ที่

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
28ถูกใจ
10แชร์
8.7Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ทำไม เจ้าของคาราบาว มาทำร้านโชห่วย ถูกดี มีมาตรฐาน รู้หรือไม่ ? ธุรกิจ ถูกดี มีมาตรฐาน มีจุดเริ่มต้นมาจากร้านโชห่วยเล็ก ๆ เพียงร้านเดียว ในจังหวัดนครปฐม แต่ปัจจุบัน ธุรกิจ ถูกดี มีมาตรฐาน มีร้านโชห่วยที่เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ มากกว่า 5,000 ร้านค้า กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย
      วิ่งผ่าเมือง Amazing Thailand Marathon 2022 งานวิ่งระดับ Bronze ด้วยการรับรองจาก สมาคมกรีฑาโลก เป็นงานวิ่งที่นักวิ่งทั่วโลกได้มีโอกาสวิ่งกลางเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เมืองท่องเที่ยวระดับท๊อปของเอเซียที่ใครก็อยากมาเที่ยว
      คดีเด็ก 16 ขับรถชนบัณฑิตเสียชีวิต จะติดทีมชาติต้องมีเกียรติยศคู่ควร "เดฟ" นักเทนนิสดาวรุ่งที่เป็นข่าว ถือว่าเป็นรุกกี้ ที่น่าจับตามองในวงการเทนนิสมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
      วิธีบ่มกัญชาแบบง่ายๆ ตาก - ตากในห้องมืด 1-2วันให้พอแห้งๆ อย่าให้แห้งจนกรอบ - แล้วเก็บใส่ซองกระดาษหรือใส่ขวดโหลปิดฝามิดชิด ใส่ซองคุมความชื้นไปด้วยถ้ามี บ่ม - ช่วงแรกเปิดฝาโหลระบายความชื้นตกค้างในโหล วันละครั้ง สักอาทิตไม่น่าเกิน แล้วค่อยๆเพิ่มเวลาเป็น2-3วันครั้ง และอาทิตละครั้ง - บ่มจนช่อดอกไม่ชื้น แต่ยังมีความฉ่ำเหนียวของยางอยู่ กลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยฟุ้ง - ที่สำคัญคือสถานที่เก็บ ต้องมืดและเย็น ไม่ชื้น แสงUVจะทำปฏิกิริยากับสารในกัญชา /อากาศจะทำให้กลิ่นเทอปีนระเหย - ก่อนเอามาสูบก็เล็มใบเลี้ยงๆออก ให้เหลือแต่ช่อดอก ไม่งั้นขมคอ บาดคอ -ใบที่เล็มทิ้ง เอาไปร่อนเอาKief(เกสร) ได้ของดีมาโรยปากหลุมก่อน ที่เหลือเอาไปทำอาหาร อิอิ
      ดูทั้งหมด