19 ก.ย. 2022 เวลา 03:15 • ปรัชญา
มีครั้งหนึ่ง ผมคิดว่า ปรัชญา ศาสนาถูกออกแบบมาเพื่อคนบางคน ?
คำถามนี้ถูกลบ
ถ้าเรานำเรื่องราวขององค์พระสิทธัตถะ การที่ท่านหนีออกจากเวียงวัง จิตของท่านที่เคยสะสมบารมี เคยสละทรัพย์สมบัติ ทรัพย์สินเงินทองให้เป็นทาน จิตของท่านย่อม..รู้จักในสิ่งที่ท่านอยู่อาศัย ..เป็นลักษณะของความเบื่อหน่าย ในทรัพย์สิน..ยศฐานบรรดาศักดิ์ ไม่อยากเจอะเจอในสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่ท่านทำคือ หนี..ในสิ่งเหล่านี้
การที่ท่านไปอยู่กลางป่า มีสัตว์ป่าที่ดุร้าย ไปด้วยเสื้อผ้าชุดเดียว บุคคลผู้ที่มีปัญญาธรรม ที่จะตัดขาดโลกเวียนว่ายเกิดๆตายๆ จึงเห็นช่องทางที่จะออกจากการเวียนว่ายตายเกิด ยุติการเกิด (ส่วนเราไม่มีปัญญาเอาเสียเลย ทำแบบท่านเยี่ยงอย่างท่านไม่ได้เลย)
ท่านไปทำอะไร อยู่ในป่า..ท่านก็ไปทำความเข้าใจในเรื่องกาย เรื่องจิตของท่าน ท่านไปนั่งอยู่เฉย ฝืนเวทนากาย เวทนาอารมณ์ จนท่าน เข้าใจในเรื่องอารมณ์ทีสั่งให้จิต ใช้กาย..อารมณ์สั่งจิต จิตสั่งกาย …ท่านก็ไปชำระสะสางอารมณ์ต่างๆที่ไหลออกมา ทำกายนิ่งๆ จิตนิ่งๆ ชำระสะสาง ทั้งกายทั้งจิต จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า กายเป็นแก้ว วิญญาณทั้งหกก็เป็นแก้ว จิตเป็นแก้ว แก้วเจียระไนดีแล้ว
เมื่อมีผู้ที่ไปอยู่หน้าพระพักตร์ของท่าน ท่านก็โปรดสอนให้ บางคนก็รับฟังธรรม น้อมนำไปประพฤติปฏิบัตจนสำเร็จตามท่าน บางคนอยู่ใกล้ก็เหมือนอยู่ไกล เหมือนเทวทัต ที่มีแต่ทิฐิ อวดดี อวดเก่ง ทำสงฆ์ให้แตกแยก นั่นก็เพราะกรรมของเทวทัต ก็ต้องเป็นผู้รับกรรม ที่ตนกระทำเอง ไม่มีใครเค้าทำให้ ตนของตนเป็นผู้กระทำกรรม ตนเป็นผู้สร้างกรรม กรรมก็บันทึกอยู่กับธาตุทั้งสี่ ไปประกอบดึงจิตเทวทัตไปในสถานที่อันสมควรให้แก่จิตของเทวทัตต้องอยู่อาศัย
เรื่องของการประพฤติปฏิบัติธรรม นั่น มันป็นเหมือนสายน้ำแคบๆ เพื่อเดินตามรอยคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นสายน้ำแคบที่ ที่ต้องต่อสู้อุปสรรคต่างๆ มีพายุ คลื่นลม เกาะ แก่งหิน น้ำวน น้ำตื้น น้ำเชี่ยว คลื่นใต้น้ำ มากมาย ที่ต้องนำเรือ พายเรือด้วยจิต พายคนเดียว มีสติสัมปชัญญะ สติไหวพริบ และปัญญา อดทนต่อทุกขเวทนากายและจิต เป็นสายน้ำที่เพียร ปฏิบัติธรรมในรอยทั้งสี่ ยืน เดิน นั่งนอนด้วยจิตที่ตั้งมั่นเป็นมัชฌิมา ให้กายนิ่ง จิตนิ่ง เพื่อชำระสะสาง อารมณ์ที่ไหลออกมาจากธาตุสี่ กรรมที่ติดตามมากับธาตุสี่
นั่น..จึงเป็นเรื่องราวของจิต..จิตที่สะสมบุญกุศลบารมีจึงสามารถกระทำในรอยของพระได้ แล้วต้องมีการอธิษฐาน มีความน้อมนอบ ที่จะศึกษาเดินไปตามรอยของพระ แล้วก็ต้องพยายามเสาะแสวงหา ว่าในสิ่งที่คนต้นพุทธกาลเค้าทำอย่างไร ถึงได้สำเร็จธรรม ตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมทั้งกิริยาที่ดีๆ ที่อุบาสกอุบาสิกา ท่านทำบุญ ท่านกระทำด้วยกิริยาแบบไหน ..ที่ครบทั้งกายวาจาใจ..ที่ทำให้เกิดเป็นบุญกุศลเต็มที่
เรื่องของคำว่า ศาสนาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงเป็นเรื่องของนิสัยที่เคยสะสม บุญกุศลบารมีที่เคยกระทำมา มันเหมือนบันไดแก้ว พื้นแก้วใสสะอาด ทรงตัวประพฤติปฏิบัติธรรม ..ไม่ระมัดระวังอารมณ์กรรมในกายตน เป็นต้องลื่นไถลออกนอกเส้นทาง เดินในเส้นทางนี้ไม่ได้เลย
โฆษณา