ไม่มี Passion ทำยังไงดี
4
เป็นคำถามยอดฮิตที่ผมได้รับเวลาไปบรรยายที่งานสัมมนาต่างๆ หรือแม้แต่มีคน inbox มาถามอยู่เนืองๆ ซึ่งเป็นคำถามที่ผมตอบได้ยากมากเพราะผมเองก็ไม่ค่อยมี passion อะไรกับเขานัก
3
ตั้งแต่เด็กๆก็ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรอยากทำอะไร ก็ไหลๆเรื่อยๆมาตามสถานการณ์และโอกาส จนตอนนี้เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าตัวเองชอบทำอะไรชัดๆ ไม่ได้มีของสะสม ไม่ได้มีงานอดิเรกที่หลงใหลอย่างหัวปักหัวปำอะไรเลย
3
ต่อคำถามที่ว่าจะทำยังไงให้มี passion ถึงจะมีแรงทำงาน มีแรงผลักดันตัวเองได้ ผมเลยมักจะตอบขำๆไปว่ามีคำแนะนำอยู่สองประการถ้าอยากจะมีแรงผลักดันในการทำอะไรให้สำเร็จอาจจะไม่ต้องใช้ passion ก็ได้นะ คำแนะนำอย่างแรกก็คือ...
การหา deadline ให้ตัวเองเพราะเส้นตายคือแรงบันดาลใจเสมอ พี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์เคยกล่าวไว้ การหาเส้นตายนั้นมีหลายแนว ผมเขียนหนังสือเล่มแรกได้ก็ด้วยการเขียนไปหนึ่งหน้าแล้วแจกคนในห้องประชุมอ่านพร้อมกับประกาศตัวว่าอีกสามเดือนผมจะเขียนให้เสร็จ
7
ก็เป็นแรงกดดันที่ดีที่ต้องเขียนให้ได้ตามที่ประกาศ ไม่งั้นก็ขายขี้หน้าแย่ ใครอยากลองเปลี่ยนเส้นตายเป็นแรงบันดาลใจก็อาจจะลองวิธีนี้เช่นประกาศใน FB ว่าถ้าลดน้ำหนัก 10 โลไม่ได้ภายในสามเดือนจะโกนหัวพร้อมคิ้วให้ทุกคนดู ผมเชื่อว่าเราก็จะพยายามลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องใช้ passion อะไรมากนัก
9
ส่วนประการที่สอง ผมก็มักจะแนะนำตลกๆว่า ให้ลองไปเป็นหนี้ดู เพราะผมเห็นคนเป็นหนี้เป็นสินอยู่นั้นไม่เคยถามหา passion เลย ไม่มีหยุดเสาร์อาทิตย์ด้วยซ้ำ เพราะเขาบอกว่าวันหยุดนั้นดอกเบี้ยไม่ได้หยุดตาม ก็เป็นวิธีตอบคำถามเลี่ยงๆเวลามีคนมาถามเรื่อง passion ไป
8
แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว จากตัวอย่างตลกๆที่ผมยกมานั้น ผมกลับคิดว่าหัวใจในการที่จะมีแรงบันดาลใจในการทำอะไรใหม่ๆ ไม่ย่อท้อ ไม่ยกเลิกนั้นอาจจะมีหลายวิธี แน่นอนว่าการมี passion มีสิ่งที่ตัวเองหลงใหลก็เป็นทางหลักที่หลายคนเดินแล้วบอกว่าดี แต่ถ้าเราหา passion ไม่เจอ
1
คำถามคือว่ามันมีทางอื่นให้เลือกเดิน มีพลังอื่นให้ขับเคลื่อนแรงบันดาลใจได้หรือไม่
จากตัวอย่างที่ผมเขียนไปเมื่อวานทั้งเรื่องลูกสาวผมและเรื่องของกระทิง พูนผล ผมเลยคิดว่าการตามหา “ความมั่นใจ” (confidence) อาจจะเป็นอีกทางหนึ่งของการหาแรงผลักดันตัวเอง พอคิดถึงเรื่องนี้ก็เลยเห็นว่าผมเองก็เดินมาเส้นทางนี้เช่นกัน ตั้งแต่เด็กๆที่ไม่มีความมั่นใจอะไรเลย ค่อยๆเริ่มจากการไปจับพลัดจับผลูทำงานประหลาดอย่างเป็นสจ๊วร์ตที่อเมริกา
เริ่มได้ทำดีลเล็กๆกับพี่ๆที่บริษัทหลักทรัพย์เอกธำรง ได้ลองทำงาน investor relation ได้ทำงานปรับโครงสร้างหนี้ของดีแทค เหล่านี้ค่อยๆสร้างความมั่นใจให้กับตัวทีละเล็กละน้อย ทำให้เรากล้าทำอะไรใหม่ๆเพิ่มเติม ความมั่นใจในตัวเองในการลองอะไรใหม่ๆอาจจะพาหลายคนไปเจอ passion ก็ได้ หรืออาจจะเป็นแบบผมที่ทำให้กล้าลองอะไรไปเรื่อยๆแบบไม่มี passion ก็ได้เช่นกัน
1
แล้วเราจะสร้าง “ ความมั่นใจ “ ในตัวเองที่จะกล้าลองอะไรใหม่ๆ เชื่อว่าตัวเองพอทำอะไรได้ และกล้าตัดสินใจในบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้ทางไหนบ้าง ผมไปอ่านเจอ article ของ verywellmind ที่น่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจที่จะสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง และอยากจะสรุปประเด็นบางส่วนตามที่เขาแนะนำไว้ดังนี้
3
ต้องหยุดเทียบเรากับคนอื่น : โลกแห่งโซเชียลมีเดียทำให้เราเห็นชีวิตของคนอื่นมากขึ้นมาก แถมยังเป็นภาพลวงตาในด้านดีของคนที่เราเห็นอีกด้วย ทำให้เราอดเทียบการใช้ชีวิตของเพื่อน อดเทียบสถานะการเงินและสังคมกับคนที่รู้จักไม่ได้ ซึ่งการเปรียบเทียบนั้นมีงานวิจัยหลายชิ้นบอกเลยว่า ความอิจฉาริษยานั้นมีผลในทางลบโดยตรงกับความรู้สึกเชื่อมั่นต่อตัวเองอย่างมาก
6
การหยุดเทียบเรากับคนอื่นนั้นพูดง่ายทำยากมากในโลกแห่ง facebook หรือ IG แต่เทคนิคที่บทความแนะนำก็คือการที่เราต้องพยายามช่วยคนที่ด้อยกว่าบ้าง ซึ่งทำให้นอกจากเราจะรู้สึกมีคุณค่าแล้วก็จะทำให้มีคู่เทียบในอีกด้านหนึ่งด้วย การสร้างความรู้สึกที่ขอบคุณในสิ่งที่เรามี การไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ได้เป็นหนี้ล้นพ้นตัว มีครอบครัวที่ดีก็เป็นความคิดที่ช่วยสู้อีกทางหนึ่ง รวมถึงการหลีกเลี่ยงคนที่ทำให้เรารู้สึกอิจฉาริษยา และการหากัลยาณมิตรที่ดี ก็มีส่วนช่วยเช่นกัน
2
ต้องรู้จักดูแลตัวเอง : มันจะยากมากๆเลยที่เราจะรู้สึกดีกับตัวเองถ้าเราไม่ดูแลตัวเองดีๆ การที่เราดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนเพียงพอ นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย ฯลฯ นั้นเป็นจุดเริ่มที่สำคัญที่สุดของการสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเอง ถ้าเรารู้สึกแข็งแรง สุขภาพดีแล้ว ความสดใส อารมณ์ที่ดีจะพามาซึ่งความเชื่อมั่นเล็กๆในการเริ่มต้นวันอย่างแน่นอน
4
เรื่องนี้เป็นประสบการณ์โดยตรงของผมมากๆ ในตอนที่ผมอ้วนเกือบร้อยโลนั้น ความมั่นใจในตัวเองแทบไม่เหลือเลย ตื่นมาไม่สดชื่น เหนื่อยง่าย อารมณ์หงุดหงิดบ่อย ยิ่งป่วยบ่อยๆใจยิ่งซึมเศร้า ทำงานอะไรก็รู้สึกไม่ดี ไม่พูดถึงแค่แต่งตัวออกจากบ้านก็ไม่มั่นใจแล้ว ผมนึกถึงคำขวัญภาษาลาตินที่ติดบนป้ายโรงเรียนเก่าที่มีข้อความแปลว่า จิตใจที่ดีจะอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น ซึ่งเป็นความจริงพื้นฐานมากๆในเรื่องความมั่นใจในตัวเอง
6
ต้องฝึกการมี growth mindset : ในบทความใช้คำว่าฝึกให้มี self compassion ก็คือการที่ไม่โทษตัวเองเวลาทำอะไรผิดพลาด ล้มเหลว หรือทำอะไรโง่ๆ แต่หัดที่จะมองว่าความผิดเป็นบทเรียน หาประโยชน์ที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น การฝึกความคิดว่าล้มเหลวบ้างก็ได้เรียนรู้นั้นย่อมทำให้เรามั่นใจที่จะทำอะไรมากกว่า เรานี่ช่างแย่จริง ทำอะไรก็ผิดไปหมดมาก แต่เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ต้องมีการฝึกฝนและเป็นเรื่องที่ฝึกฝนกันได้เช่นกัน
3
ยอมรับกับความรู้สึก self doubt ว่าเป็นเรื่องปกติ : หลายครั้งเรามักจะมีความรู้สึกปฏิเสธไปก่อน คิดเองเออเองไปเลยเช่นอยากชวนสาวไปเดทแต่ไม่มั่นใจ เลยไม่กล้าชวนและเสียโอกาสไป แต่ทางที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่นใจในเรื่องแบบนี้นั้นก็คือการลองทำอะไรที่ในใจตัวเองคิดว่าทำไม่ได้ดู
3
การลองฝึกทำอะไรที่เอาชนะความกลัวในใจที่เกิดจากความไม่เชื่อมั่นด้วยการพยายามบอกตัวเองว่าอย่างน้อยก็ได้ลอง จะได้ไม่ “รู้งี้” แล้วผลออกมาเป็นอย่างไรก็จะได้รู้ ความรู้สึกเครียด กังวล กลุ้มอกกลุ้มใจในครั้งแรกนั้น พอลองบ่อยเข้า ความรู้สึกนั้นก็จะค่อยๆหายไป
2
แต่แน่นอนว่าการลองอะไรหลายๆอย่างนั้น การเตรียมตัวอย่างดีก็ช่วยทำให้มั่นใจขึ้นด้วย เช่นการซ้อมพูดก่อนขึ้นเวที หรือการซ้อมวิ่งก่อนไปแข่งมินิมาราธอน แต่ไม่ต้องรอให้มั่นใจ 100% ถึงทำ เพราะเราก็จะพลาดอะไรไปพอสมควร
ตัวอย่างในชีวิตของผมในเรื่องนี้ที่ผมนึกได้เป็นเรื่องต้นๆในใจ ก็คือการลองพยายามวิ่งมินิมาราธอนเป็นครั้งแรกจากคนอ้วนที่ไม่เคยออกกำลังเลย วิ่งไม่กี่ร้อยเมตรก็เหนื่อยแล้ว แต่ในตอนนั้นผมตัดสินใจชวนผู้บริหารดีแทคมาวิ่งกันโดยกำหนดระยะเวลากันสามเดือนในการซ้อม (ผมเคยเขียนไว้ในบทความเรื่อง impossible race )
5
จากคนที่ไม่เคยคิดว่าจะวิ่งได้เลย แต่พอลองกัน ซ้อมกันดู ลองประกาศแล้วลองทำก่อนแบบไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะทำได้ แล้วหาพวกที่ไม่มั่นใจด้วยกันค่อยๆซ้อมไปแล้วไม่กล้าเลิกเพราะไปประกาศซะใหญ่โต พอวิ่งได้จริงๆแล้วความรู้สึกที่เหมือน วอลท์ ดิสนีย์ เคยพูดไว้ว่า
It’s kind of fun to do the impossible”
วอลท์ ดิสนีย์
8
นั้นจริงมากๆ ด้วยความมั่นใจที่รู้สึกว่าได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าทำได้ ทำให้ผมอยากไปลองอะไรใหม่ๆอีกหลายอย่างที่ไม่เคยทำตั้งแต่วิ่งได้วันนั้นเป็นต้นมา
ผมเลยคิดเอาว่า คนที่หา passion ไม่เจอนั้น อีกเส้นทางหนึ่งที่น่าเดินคือการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองในการกล้าลองอะไรใหม่ๆ ออกจาก comfort zone ที่มี นอกจากอาจจะเป็นคำตอบให้เจอ passion ที่ตามหาแล้ว ต่อให้ไม่เจอ passion แต่ความเชื่อมั่นในตัวเองก็จะออกฤทธิ์ในการสร้างความอยากที่จะทำโน่นทำนี่ มีแรงบันดาลใจที่จะทำอะไรใหม่ๆไม่แพ้ passion อยู่เหมือนกันนะครับ
1
150ถูกใจ
181แชร์
16Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      สหรัฐฯ จะไม่ส่งเศษซากบอลลูน กลับคืนให้ประเทศจีน ดูเหมือนประเด็นเรื่องบอลลูนจีนจะยังคงถูกหยิบมาพูดถึงและไม่มีทีท่าว่าจะจบลงในเร็ววันเลยนะครับ
      เช็กยัง? ช้อปดีมีคืน ปี 2566 ลดหย่อนอะไรได้บ้าง โอกาสทองของเหล่านักช้อปมาถึงแล้ว กับโครงการ ช้อปดีมีคืน ใครที่กำลังวางแผนซื้อของในช่วงนี้ ต้องเตรียมตัวให้ดี เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีในปีหน้า!
      หรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะโดนริบแชมป์ อธิบายดราม่าการเงินทีมเรือใบแบบเข้าใจง่าย เกิดอะไรขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเขาทำผิดอะไรมากมาย 115 ข้อหา และพรีเมียร์ลีกจะสั่งริบแชมป์จริงหรือไม่ เราไปสรุปเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่แรก ทีละสเต็ปอย่างเข้าใจง่ายนะครับ
      เปิดนาทีระทึก แผ่นดินไหวในตุรกี เปิดนาทีระทึก แผ่นดินไหวในตุรกี ประชาชนวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 3,700 ราย
      ดูทั้งหมด