Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
มองปรากฏการณ์
•
ติดตาม
23 ก.ย. 2022 เวลา 03:37 • ประวัติศาสตร์
คอมมิวนิสต์เคยช่วยไทยให้พ้นภัยคอมมิวนิสต์
1
หลังจากที่สหรัฐอเมริกาถอนตัวออกจากสงครามอินโดจีนครั้งที่ 2 ( สงครามเวียดนาม ) ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2518 เวียดนามใต้ถูกผนวกเข้ากับเวียดนามเหนือโดยสมบูรณ์ และด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่อเมริกาทิ้งไว้ แสนยานุภาพทางทหารของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม จึงแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน อธิปไตยของลาวและกัมพูชาถูกคุกกคามด้วยแผนการ “ สหพันธรัฐอินโดจีน “ แม้ว่าจะเป็นประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เหมือนกันก็ตาม ดังนั้นการแผ่อิทธิพลทางทหารของเวียดนาม ถือว่ากระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของไทยและอาเซียนเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าในขณะนั้น ประเทศไทยจะมีจุดแข็ง อยู่ที่การมีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงสามารถหล่อหลอมหัวใจคนไทยส่วนใหญ่ ให้มีความสมัครสมานสามัคคี อีกทั้งผืนแผ่นดินก็ยังคงความอุดมสมบูรณ์เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ทางการเมืองในหมู่ประชาชน จนถึงขั้นเปลี่ยนไปสู่ระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ จึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากมาก
แต่ทว่าชัยชนะครั้งสำคัญของค่ายคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ย่อมก่อให้เกิดความประหวั่นพรั่นพรึง ถึงกับมองกันว่าไทยอาจกลายเป็นคอมมิวนิสต์รายต่อไป
ในสถานการณ์ที่อุดมการณ์คอมมิวนิสต์กำลังเบ่งบานในประเทศไทย และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่รัฐบาลไทยกลับเลือกที่จะเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับพี่ใหญ่ค่ายคอมมิวนิสต์อย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยมองว่าจีนยังมีอิทธิพลต่อพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
การประสานงานอย่างแข็งขันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยกับจีน จึงเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2518 จนนำไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 มีการแถลงการณ์ร่วมระหว่าง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีของไทย กับ นาย โจว เอินไหล นายกรัฐมนตรีของจีน อีกทั้งยังมีโอกาสได้เข้าพบ ประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน นาย เหมา เจ๋อตุง นับเป็นก้าวย่างสำคัญ ที่นำไปสู่ความร่วมมือในเวลาต่อมา
มีการส่งกำลังทหารและพลเรือนข้ามพรมแดนเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตประเทศกัมพูชา ของเขมรแดง ที่ต่างก็มีปัญหาข้อขัดแย้งเรื่องพรมแดนและกลุ่มขาติพันธุ์มาตั้งแต่อดีต ดังนั้น การที่นาย พอล พต ผู้นำรัฐบาลเขมรแดงเยือนจีนในปี พ.ศ. 2520 จึงเป็นการเพิ่มความหวาดระแวงของเวียดนามให้มากขึ้นไปอีก และแล้วกองทัพเวียดนามก็เปิดฉากรบกับเขมรแดงในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2520 ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้เขมรแดงส่วนที่แปรพักตร์ จัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ที่ใช้ชื่อว่า “ แนวร่วมกอบกู้ชาติกัมพูชา “ มีนาย เฮง สัมริน เป็นผู้นำ
ในเสภาวะที่อเมริกาต้องถอยห่างออกไปจากคาบสมุทรอินโดจีน ทั้งจีนและเวียดนาม น่าจะคิดตรงกันว่า รัฐสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของตน แต่ลำพังแค่กองทัพเวียดนามเพียงชาติเดียว คงมีศักยภาพไม่เพียงพอที่ไปจะงัดข้อกับจีนได้ จึงจำเป็นต้องพึ่งพิงมหาอำนาจคอมมิวนิสต์อย่างสหภาพโซเวียต (รัสเซีย )
1
แน่นอนว่าเวียดนามก็คงไม่อยากเป็นศัตรูกับมหามิตรอย่างจีนโดยไม่จำเป็น แต่ในเมื่อความตึงเครียดทางการทหารมีมากจนเกินควบคุม “ สนธิสัญญามิตรภาพ 25 ปี “ ระหว่าง เวียดนาม กับ รัสเซีย จึงเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2521 เท่ากับเป็นการประกาศว่า เวียดนามเลือกที่จะอยู่ข้างเดียวกับรัสเซีย ที่เป็นคอมมิวนิสต์ฝ่ายตรงข้ามจีน
1
ในเวลาใกล้เคียงกัน เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำจีนก็ได้เยือนไทยและอาเซียน เพื่อกระชับสัมพันธไมตรี จึงมีโอกาสได้เจรจาเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงของภูมิภาค ที่สำคัญยิ่งกว่า “ จีนกับอเมริกาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันเป็นผลสำเร็จ “ ในปลายปี พ.ศ. 2521 จิมมี่ คาร์เตอร์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถึงกับเชื้อเชิญให้ เติ้ง เสี่ยวผิง ไปเยือนอเมริกอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2522
ด้วยเหตุผลทางการเมือง รัฐสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ที่มีประชากรมากที่สุดในโลก กับ ผู้นำค่ายเสรีนิยมประชาธิปไตย อภิมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก จึงกลายเป็นมิตรกันได้ ทั้ง ๆ ที่เป็นปรปักษ์กันมานานหลายทศวรรษ
แนวรบในกัมพูชาทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อกองทัพเวียดนามประมาณ 100,000 นาย ผนึกกำลังกับ แนวร่วมกอบกู้ชาติกัมพูชา ของ เฮง สัมริน ตัดสินใจทำสงครามขั้นเด็ดขาดกับรัฐบาลเขมรแดง ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2521 จนถึงวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2522 จนเป็นเหตุให้ฐานที่มั่นสำคัญของเขมรแดงอย่างกรุงพนมเปญถูกยืดครอง กองกำลังเขมรแดงที่พ่ายศึกส่วนใหญ่ถอยร่นมายังชายแดนไทย
ส่วนฝ่ายไทยย่อมตระหนักดีว่า กำลังทหารเวียดนามจำนวนนับแสนนาย ทั้งที่ประจำอยู่ในกัมพูชา และบางส่วนที่ไล่ล่าเขมรแดง จนเคลื่อนมาประชิตชายแดนของไทย ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงอย่างชัดเจน หลาย ๆ ครั้งที่ทหารไทยต้องปะทะกับทหารเวียดนามและเขมร ในขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ก็สามารถขยายแนวร่วมนักศึกษาและประชาชนได้มากขี้นกว่าแต่ก่อน
รัฐบาลพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ จึงต้องรับศึกถึงสองด้าน ทั้งภายนอกและภายใน เพราะถ้าไทยต้องทำสงครามแบบเต็มรูปแบบกับเวียดนาม ที่เหนือกว่าทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์และความเชี่ยวชาญในสนามรบ นับว่าสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง
แต่ก็นับว่ายังโชคดี ที่จีนไม่เพิกเฉยต่อสถานการณ์ในกัมพูชา ดังจะเห็นได้จากปฏิบัติการ “ สงครามสั่งสอน “ ที่ชายแดนภาคเหนือของเวียดนาม ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522
ทหารราบของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนหลายแสนนาย ปืนใหญ่หลายพันกระบอก รวมทั้งกองทัพรถถังขนาดมหึมา เปิดฉากบุกโจมตีทหารเวียดนามอย่างดุเดือด ในขณะที่เวียดนามก็ต่อต้านการโจมตีของจีนอย่างเต็มความสามารถ ด้วยเครื่องบินรบและอาวุธสงคราม ที่ถือว่าล้ำสมัยกว่าของจีน พร้อมกับระดมทหารจากภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกัมพูชา เพื่อหนุนช่วยต่อต้านกองทัพจีน
สงครามครั้งนั้นกินเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ กว่า ๆ แต่ก็สร้างความเสียหายแก่ชีวิตทหารทั้งสองฝ่ายนับหลายหมื่นนาย ถ้าจีนรบยืดเยื้อแบบที่อเมริกาเคยทำ ก็อาจเกิดความหายนะไม่แพ้กัน หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ซึ่งในประเด็นนี้จีนย่อมตระหนักได้ด้วยตนเองอยู่แล้ว จึงถอนทหารออกจากเวียดนาม เมื่อบรรลุถึงยุทธศาสตร์แล้ว
ผลของสงครามสั่งสอน อาจไม่ได้ทำให้เวียดนามถอนทหารออกจากกัมพูชา อย่างทันทีทันใด แต่ก็ทำให้อิทธิพลทางหารของเวียดนามลดลงได้พอสมควร เพราะเวียดนามก็คงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจีนจะบุกอีกเมือไหร่ ในขณะที่รัสเซียก็ไม่อาจคุ้มครองเวียดนามได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนไทยก็ยังพอที่จะมีเวลา เพื่อเตรียมความพร้อมทางทหาร รวมทั้งแสวงหาความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างอาเซียนและอเมริกา
จากการวิเคราะห์สถานการณ์ของรัฐบาลพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งขณะนั้นมีพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความเห็นว่า จีนมีศักยภาพเพียงพอที่จะจำกัดอำนาจของเวียดนาม ไม่ให้เป็นภัยคุกคามต่อไทย รวมทั้งยังสามารถยุติการสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้อีกด้วย จึงเป็นที่มาของการเจรจาลับระหว่าง ไทย กับ จีน ในกลางปี 2522
พลโท ผิน เกสร พ.อ.พัฒน์ อัคนิบุตร และ พ.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ได้มีโอกาสร่วมเจรจาและยื่นข้อเสนอให้กับ ผู้นำประเทศและผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างเติ้ง เสี่ยวผิง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งเกินความคาดหมายเลยทีเดียว เพราะคณะผู้แทนฝ่ายไทยยังไม่ใช่ผู้บริหารระดับประเทศอย่าง รัฐมนตรี หรือ นายกรัฐมนตรี
การที่จีนรับที่ให้การช่วยเหลือแก่ฝ่ายไทยนั้น มองกันว่าเป็นผลประโยชน์ที่เกิดร่วมกันทั้งสองฝ่าย จีนในยุคของเติ้ง เสี่ยวผิง ต้องการแก้ปัญหาความยากจน ด้วยการนำประเทศไปสู่ความทันมัย ซึ่งประเทศที่อุดมสมบูรณ์อย่างไทย ถือว่าสอดคล้องกับแผนการพัฒนาของจีน
ในแง่ภุมิรัฐศาสตร์ ไทยสามารถส่งผ่านความช่วยเหลือแก่กองกำลังเขมรแดงที่จีนยังคงให้การสนับสนุน รวมทั้งการปรับมาตรการบางอย่างต่ออเมริกา และที่สำคัญก็คือ การที่ไทยไม่ต้องตกเป็นคอมมิวนิสต์ตามแผนการของเวียดนามและรัสเซีย ทำให้จีนไม่ต้องถูกปิดล้อมพรมแดนทางทิศใต้
ฝ่ายไทยนอกจากจะได้รับอานิสงส์จากสงครามสั่งสอน ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นแล้ว ทางจีนก็ยังคงเดินหน้าใช้มาตรการทางทูตในเวทีระดับโลก เพื่อกดดันเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยนั้น จีนก็ทำตามคำมั่นสัญญา ในเรื่องยุติการสนับสนุน และยกเลิกกากระจายเสียงคลื่นวิทยุ “ เสียงจากปักกิ่ง “ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจึงอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยประการฉะนี้ นโยบาย 66 / 2523 ที่ร่างมาตั้งแต่ปลายรัฐบาลพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ แล้วนำมาปฏิบัติอย่างจริงจังในสมัยรัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ จึงเกิดผลสัมฤทธิ์
นักศึกษาและประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย สามารถกลับมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยได้อีกครั้ง โดยไม่มีความผิดติดตัว ส่วนทหารไทยก็ยังคงต้องตรึงกำลังที่ชายแดนทิศตะวันออก เพื่อยันกับกองทัพเวียดนามจนถึงประมาณปี พ.ศ. 2532 ภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์จึงค่อย ๆ เลือนหายไป กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเคลื่อนเข้าในกัมพูชา แทนที่กองทัพเวียดนาม
ประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤติความมั่นคงมาได้ ก็เป็นผลมาจากการทำงานหนักของรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคง รวมทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นแหล่งรวมความสามัคคีในหมู่ประชาชน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ถ้าปราศจากความร่วมมือจากคอมมิวนิสต์ยักษ์ใหญ่อย่าง “ จีน “ แล้ว “ ไทย “ ก็อาจแก้ปัญหาภัยคอมมิวนิสต์ไม่ได้เช่นกัน
ข้อมูลอ้างอิง
พลตำรวจตรี ชนะ สมุทวนิช .ความคิดเห็นเพิ่มเติม บทความเรื่องความสัมพันธ์ของขบวนการคอมมิวนิสต์และกลุ่มผู้นำอินโดจีน . วารสารสังคมศาสตร์ ปีที่ 15 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน พ.ศ. 2521.
https://www.posttoday.com/world/590195
https://mgronline.com/indochina/detail/9500000038065
https://www.businessinsider.com/what-china-war-with-vietnam-means-for-its-next-war-2021-3
https://www.bbc.com/thai/international-46621685
https://today.line.me/th/v2/article/qkG7XW
https://thediplomat.com/2019/05/the-sino-vietnam-war-and-chinas-long-route-to-winning/
https://www.thaizhong.org/th/content/interesting/cor5.html
https://www.isranews.org/isranews-article/76879-prem76879.html
https://siamrath.co.th/n/204262
http://thai.cri.cn/247/2012/09/17/225s202273.htm
https://www.ratthaburutfoundation.com/general-history/
ประวัติศาสตร์
ความรู้รอบตัว
ความรู้
2 บันทึก
11
4
2
11
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย