เหตุใดจึงมีธนาคารกลาง? : วิวัฒนาการจนถึงปัจจุบัน (2)
1
จากบทความตอนที่แล้ว ท่านผู้อ่านได้เข้าใจจุดกำเนิดและวิวัฒนาการของธนาคารกลางตั้งแต่ยุคสมัยแรกคือก่อนมีและกำเนิดธนาคารกลาง จนถึงยุคสมัยที่สองในช่วงการริเริ่มบทบาทของธนาคารกลาง จากการตกผลึกงานวิจัยที่ผู้เขียนได้ร่วมทำไว้ในหัวข้อ หลักการและบทบาทของธนาคารกลาง มาวันนี้เป็นตอนที่ 2 ผู้เขียนขอเล่าสู่กันฟังต่อไปเกี่ยวกับวิวัฒนาการของธนาคารกลางในยุคสมัยที่ 3 จนถึงปัจจุบันกันครับ
1
3. ยุคสมัยสถานะเป็นธนาคารกลางเต็มรูปแบบ
ตั้งแต่ประมาณช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ถึงกลางศตวรรษที่ 20 โดยเริ่มต้นเมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression : 1929 - 1939) หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 (1914 – 1918) ภาครัฐในประเทศต่าง ๆ ต้องการใช้นโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับนโยบายการคลัง
ทำให้ธนาคารกลางในหลายประเทศได้รับการสถาปนาเป็น “องค์กรเพื่อการดำเนินนโยบายสาธารณะ (public policy)” และทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งก้าวข้ามจากความเป็นธนาคารเอกชนมาเป็นธนาคารภาครัฐ (ภาครัฐเข้าไปซื้อหุ้นในธนาคารกลางจากภาคเอกชนทั้งหมด) ซึ่งดำเนินงานโดยไม่แสวงหากำไร แตกต่างจากสถานะความเป็นธนาคารพาณิชย์เดิม
นอกจากนี้ ในยุคสมัยดังกล่าว ธนาคารกลางส่วนใหญ่ยังได้รับอำนาจในการพิมพ์ธนบัตร เพื่อใช้ในการชำระหนี้ตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว (legal tender) เหตุผลสำคัญเป็นเพราะภาครัฐต้องการให้ธนาคารกลางมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมปริมาณเงินตรา (money supply) ในฐานะที่ธนาคารกลางเป็นผู้ให้กำเนิดเงินตรานั้นเอง
ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่า ในยุคสมัยนี้ ธนาคารกลางได้พัฒนาบทบาทมาเป็นธนาคารกลางเต็มรูปแบบตามคำนิยามของ Goodhart et al (1994) คือมีคุณสมบัติ 1) เป็นผู้ให้กู้ยืมแหล่งสุดท้าย (ซึ่งเริ่มบทบาทนี้มาตั้งแต่ยุคสมัยที่ 2 ในบทความตอนที่แล้ว) 2) เป็นธนาคารภาครัฐที่มุ่งสร้างประโยชน์สาธารณะ (public interest) ไม่ใช่ประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น และ 3) มีอำนาจในการพิมพ์ธนบัตรและควบคุมปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ
2
4. ยุคสมัยธนาคารกลางปัจจุบัน
ประมาณช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ถึงปัจจุบัน กล่าวคือ เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 (1939 – 1945) รัฐบาลส่วนมากบังคับให้ธนาคารกลางในประเทศของตนพิมพ์เงินออกมาเพื่อใช้จ่ายในการทำสงคราม ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงในหลายประเทศ สะท้อนว่า การพิมพ์เงินออกมามากโดยไม่คำนึงถึง “วินัยทางการเงิน” ย่อมก่อให้เกิดหายนะ คือ ภาวะที่ค่าของเงินด้อยลง ทำให้ในยุคสมัยนี้มีการตื่นตัวเกี่ยวกับ “การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน” (monetary stability) เป็นอย่างมาก*
1
ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลาง เพื่อการรักษาเสถียรภาพทางการเงินดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความอิสระ (central bank independence) เนื่องจากธนาคารกลางเป็นผู้ให้กำเนิดเงินตรา
ขณะที่รัฐบาลคือผู้ใช้จ่ายเงินตรานั้นในการดำเนินนโยบายสาธารณะต่าง ๆ กล่าวคือ เพื่อให้ธนาคารกลางสามารถสร้างความน่าเชื่อถือ และบรรลุ “การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน” ได้
จึงจำเป็นต้องแยก “ผู้พิมพ์เงิน” ออกจาก “ผู้ใช้เงิน” อย่างเด็ดขาดนั่นเอง (อันที่จริง ความอิสระของธนาคารกลางไม่ได้มาเปล่า ๆ แต่มาพร้อมความรับผิดรับชอบ (accountability) และความโปร่งใส (transparency) ด้วย ซึ่งไว้โอกาสต่อ ๆ ไป ผู้เขียนจะมาเล่าให้ฟังครับ)
1
นอกจากนี้ ในยุคปัจจุบัน ยังเกิดการพัฒนาบทบาทสำคัญต่างๆ ของธนาคารกลางหลายแห่งนอกเหนือจากบทบาทหลักข้างต้น อาทิ การกำกับและดูแลสถาบันการเงิน (regulation and supervision) การให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน (financial literacy) การตั้งศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (customer protection) รวมไปถึงการวางแผนแม่บททางการเงินในระยะยาว (financial landscape) อีกด้วย
ในบทความตอนหน้าในซีรีย์วิวัฒนาการของธนาคารกลางนี้ จะขอกล่าวถึงความท้าทายของธนาคารกลางในโลกปัจจุบันและอนาคต ซึ่งในที่สุด จะช่วยตอบคำถามว่าธนาคารกลางยังมีความจำเป็นในระบบการเงินอยู่หรือไม่ครับ!
*อันที่จริงแล้ว ธนาคารกลางมีหน้าที่หลักในการออกธนบัตร รักษาทองคำสำรองของประเทศ และรักษาเสถียรภาพของเงินตราโดยการดำเนินนโยบายการเงินตั้งแต่ยุคสมัยแรก ๆ อยู่แล้ว แต่ด้วยความที่มีระบบมาตรฐานโลหะคู่ (Bimetallic Standard: ก่อนปี 1870) ระบบมาตรฐานทองคำ (Gold Standard: 1870 -1914) เป็นเกณฑ์คอยควบคุมปริมาณเงินตราในแต่ละประเทศ จึงไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับการพิมพ์ธนบัตรเกินปริมาณความต้องการ ขัดต่อวินัยทางการเงินดังเช่นในช่วงที่ระบบเหล่านี้ถูกยกเลิกไป
1
อย่างไรก็ดี ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีระบบเบรตตัน วูดส์ (Bretton Woods’ System: 1944 - 1971) โดยแต่ละประเทศยินยอมที่จะผูกติดอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินตนกับสกุลเงินดอลลาห์สหรัฐฯ แทนที่จะกำหนดค่าเงินเอง โดยให้ดอลลาร์เป็นสกุลเดียวที่มีทองคำหนุนหลังในอัตราส่วนที่ 1 ออนซ์ของทองจะมีมูลค่าเท่ากับ 35 ดอลลาร์ (แตกต่างจากยุค Gold Standard ก่อนหน้านี้ที่แต่ละประเทศผูกกับทองของตัวเอง)
ผู้เเขียน :
สุพริศร์ สุวรรณิก
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์
1
บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด
6.8K รับชม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      มหาเศรษฐีคริปโตเสียชีวิตติด ๆ กันถึง 4 ราย ภายในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา รวมถึง…
      วิศวรรม BGC ราชบุรีกล๊าส คว้ารางวัลจากงาน IQPC 2022 ที่ เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ศักยภาพพนักงานกลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส (BG Group) ปรากฏสู่นานาชาติเมื่อ แผนกวิศวกรรม BGC ราชบุรีกล๊าส หรือ บริษัท ราชบุรีกล๊าส อินดัสทรี จำกัด ในเครือ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน)
      ตอนนี้เสียชีวิตจากโควิด วันละกี่เคส? ในช่วยสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา คนรอบตัวติดเพิ่มขึ่นอย่างชัดเจน แต่โดยมากก็อาการไม่หนัก
      ประชาชนยูเครนต้องรีบอพยพไปอยู่ภายในสถานีรถไฟใต้ดินอีกครั้ง หลังกองทัพรัสเซียสั่งระดมยิงขีปนาวุธชุดใหญ่ เข้าใส่กรุงเคียฟและอีกหลายพื้นที่ของยูเครน ..
      ดูทั้งหมด