ศีลคือธรรมชาติอันเป็นปกติ
ของสัตว์ที่เรียกว่ามนุษย์
ศีลเสมอกันคือความมีธรรมชาติปกติ
ที่ตรงกันของมนุุษย์ที่้เข้ามีปฏิสัมพันธ์​กัน
แต่มนุษย์ทุกผู้ล้วน
มีธรรมชาติอ่อนโยนแข็งกร้าว
ไปตามส่วนผสมของ
สัญชาติญานสัตว์ที่มุ่งหน้าผสมพันธุ์​และปกป้องการสูญพันธุ์​ด้วยความโลภ​ความกลัว​
กับการแสวงหาทางจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ที่สมบู​รณ์หรืออภิมนุษย์​ อันมีความเกรงกลัวต่อบาป​ และความละอายในการทำบาป​เป็นพื้นฐาน​
โดยมีศีล​5 เป็นเครื่องมือวัดความละเอียดหยาบของจิต
คนบางหมู่เห็นว่าฆ่าสัตว์ไม่บาป​ บ้างเห็นว่าฆ่าสัตว์ใหญ่ไม่บาป​ สัตว์เล็กไม่บาป​ สัตว์ที่มองไม่เห็นไม่บาป​ บ้างเห็นว่าเบียดเบียนกายภาพสัตว์ทุกผู้แม้แต่ตนเองก็เป็นบาป​ บ้างเห็นว่าคิดเรื่องบาปบุญให้เครียด​ก็เบียดเบียนตนแล้ว​ แล้วคิดมีเมตตาต่อสัตว์ทุกผู้นั้นประณีตกว่า
นี่แค่เฉพาะศีลข้อแรกที่ว่าด้วยเรื่องกายภาพ
ยังมีข้อรองที่ว่าด้วยการสื่อสาร​(พูดโกหก​ ส่อเสียด​ กระทบกระเทียบ​ ไม่พูดอ่อนหวาน​ ควรพูดด้วยความเมตตา​ ควรเว้นจากการพูด)
และว่าด้วยความคิด​ (ลามก​ จาบจ้วง​ ยึดครอง​ รวมถึงทำลายความรู้สึกหวงแหนของผู้อื่น​ ควรช่วยเหลือเกื้อกูลแบ่งปัน)​ เป็นต้น
พอมนุษย์มีอัธยาศรัยต่างกันมาปฏิสัมพัน​ธ์กันก็เลยเกิดปัญหา​ บางอย่างมนุษย์ผู้นึงมองปกติ​ บางผู้มองไม่ปกติ​ ก็เกิดข้อขัดข้อง​ ขัดแย้งกัน
สติก็หลุด​ เรื่องราวใหญ่โตจึงตามมา
ปราชญ์​โบราณบางท่านจึงแนะนำว่า
เข้มงวดตนเอง​ ผ่อนปรนผู้อื่น
ถือเป็นมารยาทการอยู่ร่วมกัน
  • 3
โฆษณา