เราจะต้องสเกลพร้อมเพย์ไปถึงไหน?
6
พร้อมเพย์ (หรือ AnyID ในอดีต) นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงระบบการเงินของประเทศไทยมากที่สุดอันหนึ่งเลยทีเดียว โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ National e-Payment ตั้งแต่ปี 2558 ภายใต้การขับเคลื่อนจาก ดร. อนุชิต อนุชิตานุกูล ที่ปรึกษาคณะทำงานพัฒนาระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (ซึ่งบางคนแอบแซวว่า ถ้าไม่มีปฏิวัติ โครงการนี้ก็อาจจะไม่เกิด)
18
ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบพร้อมเพย์ที่เอื้อให้การโอนเงินและชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำได้ "ถูก ง่าย สะดวก และปลอดภัย" ได้มาตรฐานสอดรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
2
ในจุดเริ่มต้น (ปี พ.ศ.​ 2560) โครงการนี้ไม่ได้วางแผนที่จะให้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นในวันนั้น โทรศัพท์สมาร์ทโฟนยังไม่ได้เป็นที่นิยมอย่างทุกวันนี้ วัตถุประสงค์หลักในตอนแรกจึงเป็นเรื่องของการทำให้เรามีระบบมาตรฐานที่สามารถใช้ ID อะไรก็ได้ที่มีติดตัว
2
เช่น เบอร์โทรศัพท์ เลขบัตรประชาชนในการระบุการเข้าถึงบัญชี โดยไม่ต้องมานั่งจำเลขบัญชี และสร้างระบบมาตรฐานที่สามารถทำให้เกิดการโอนเงินข้ามธนาคารได้ง่าย มีต้นทุนที่ถูกลง​ (จากเดิม 25-120 บาทต่อครั้ง กลายเป็นไม่เสียค่าธรรมเนียมหากโอนไม่เกิน 5,000 บาท และถ้าเกิน ก็จะมีค่าธรรมเนียมสูงสุดไม่เกิน 10 บาทต่อรายการ)
4
และในปลายปีเดียวกัน ก็มีการต่อยอดระบบการชำระเงินให้ทำผ่าน QR Code ได้ โดยใช้มาตรฐาน EMVCo QR Code ซึ่งสร้างโอกาสให้เกิดการชำระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าได้
2
จุดเปลี่ยนของพร้อมเพย์นั้น กลับเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561 ธนาคารไทยพาณิชย์ลุกขึ้นมาประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมการเงิน 5 ประเภทหลัก อันได้แก่ 1. โอนข้ามเขต 2. โอนต่างธนาคาร 3. เติมเงินต่างๆ 4. จ่ายบิล 5. กดเงินโดยไม่ใช้บัตรข้ามเขต ผ่านแอปพลิเคชัน “SCB EASY” เพื่อดึงลูกค้าจากธนาคารอื่น (โดยเฉพาะธนาคารกสิกรไทย
3
ซึ่งมีลูกค้าใช้บริการ K-Plus กว่า 8 ล้านราย) แต่ธนาคารกสิกรไทยก็เคลื่อนไหวทันทีและประกาศทำเช่นเดียวกันในวันที่ 28 มีนาคม 2561 รวมถึงธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงไทย ในช่วงไล่ ๆ กัน ส่วนธนาคารทหารไทยเองก็เริ่มต้นไม่เก็บค่าธรรมเนียมมาเป็นลำดับตั้งแต่ปี 2556 แล้ว
4
และการลุกขึ้นมาลดค่าธรรมเนียมนี้เอง ทำให้เกิดการใช้งานแอปกันอย่างกว้างขวาง และทำให้กระแสการใช้พร้อมเพย์เป็นที่นิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ และการแพร่ระบาดของโควิดในปี 2563 ก็ยิ่งทำให้ความนิยมยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะจากโครงการคนละครึ่ง จนล่าสุดในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการลดทะเบียนพร้อมเพย์แล้วกว่า 70 ล้านบัญชี มีจำนวนธุรกรรมเฉลี่ยมากกว่า 38 ล้านรายการต่อวัน
2
หากคิดเป็นจำนวนธุรกรรมต่อวินาที จะได้เพียง 448 ธุรกรรมต่อวินาที ดูเหมือนจะไม่มาก หากหารเฉลี่ยจำนวนพาณิชย์ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง มันมีการกระจุกตัวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น
  • ธุรกรรมมักจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธนาคารใหญ่ ๆ ที่มีจำนวนลูกค้าที่ใช้แอปในการโอนเงินสูง
4
  • ธุรกรรมมักจะเกิดขึ้นทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน หากใครสังเกต คงพอเดากันได้ว่าเป็นวันหวยออก
7
  • และที่สำคัญที่สุด ธุรกรรมเหล่านี้มักจะ peak เพียงช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงของวันเท่านั้น
3
และบางคนคงจะเดาถูกอีกว่า ธุรกรรมเหล่านี้คงไม่ใช่ว่าคนแห่ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในวันที่หวยออก แต่ธุรกรรมจำนวนมากเหล่านี้กลับเป็นธุรกรรมที่เกิดขึ้นจากหวยใ้ต้ดิน หรือการพนันที่เกี่ยวข้องกับผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล
13
โดยคนเล่นมีการโอนเงินให้กับคนเดินโพยหวย และการโอนเงินให้กับเจ้ามือหวย รวมไปถึงการจ่ายผลรางวัล
5
และธุรกรรมเหล่านี้เอง เป็นมีส่วนทำให้จำนวนธุรกรรมในวันเหล่านั้นอาจจะสูงถึง 2,900 ธุรกรรมต่อวินาทีเลยทีเดียว และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จน National ITMX ต้องทำการขยายความสามารถของระบบอย่างต่อเนื่อง
1
จนล่าสุดปรับระบบให้รองรับจำนวนธุรกรรมสูงสุดได้มากกว่า 10,000 ธุรกรรมต่อวินาที จากที่รองรับได้มากกว่า 6,000 ธุรกรรมก่อนหน้านั้น ส่วนธนาคารพาณิชย์เองก็ต้องลงทุนเป็นเงินนับหมื่นล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถด้วยเช่นเดียวกัน
3
และธุรกรรมในวันที่พีคนี้เอง ยังเป็นต้นเหตุทำให้แอปของธนาคารล่มเป็นประจำ และมักจะพาทำให้แอปของธนาคารอื่นล่มตามกันเป็นลูกโซ่ในอดีต เนื่องจากไม่ได้มีวิธีการรองรับปัญหาหากธนาคารอื่นตอบรับช้าที่ดี
8
วันนี้ ผมจึงอยากจะตั้งคำถามชวนให้คิดกันว่า ธนาคารพาณิชย์ไทยควรจะต้องยอมรับธุรกรรมผิดกฎหมายนี้หรือไม่ ควรจะต้องประมวลผลธุรกรรมเหล่านี้หรือไม่ หากไม่รับแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
2
ระหว่างที่ท่านคิด ผมขอให้มุมมองบางอย่างที่อาจจะช่วยในการตัดสินใจ
1
  • ธุรกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ มอมเมาประชาชน ซึ่งคงไม่ต่างกับสลากกินแบ่งรัฐบาลมาก แต่กำไรของธุรกิจเหล่านี้สูงมาก แถมยังไม่ได้ชำระภาษีอย่างถูกต้อง ในขณะที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนำส่งเงินเข้ารัฐสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของรัฐวิสาหกิจเลยทีเดียว
4
  • ธุรกรรมเหล่านี้ หากใช้ AI หรือแม้กระทั่งตาดูในการตรวจสอบ ก็จะหาได้โดยง่ายว่า ธุรกรรมใดผิดปกติบ้าง เพราะการโอนบางส่วน ไม่อยู่ในวิสัยที่คนปกติจะกดแอปทำธุรกรรมได้เยอะขนาดนั้น
8
  • ธุรกรรมเหล่านี้ บางส่วนมีการรายงานให้กับหน่วยงานที่ดูแล (ขอไม่บอกว่าเป็นใคร) แต่กลับไม่ได้รับการตรวจสอบ และวินิจฉัย
11
  • สถาบันการเงินจึงไม่สามารถไประงับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ เพราะกลัวว่าอาจจะถูกฟ้องร้องในภายหลัง
3
  • แถมหากปฏิเสธการทำรายการจำนวนมาก ก็อาจเกรงว่าจะถูกวินิจฉัยจากธนาคารแห่งประเทศไทยว่า มีความขัดข้องในการดำเนินงานไปเสียอีก
6
ทุกวันนี้ ธนาคารพาณิชย์ และ National ITMX จึงอยู่ในฐานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ได้แต่ขยายระบบไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะรองรับปริมาณธุรกรรมที่ยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนลูกค้าก็ต้องรับความเสี่ยงจากการที่ระบบอาจจะมีปัญหาเหล่านี้
3
ม้นจะดีกว่าไหมที่เราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เพื่อลดจำนวนธุรกรรมสูงสุดที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น
1
  • แก้กฎหมายให้สำนักงานสลากกินแบ่งสามารถออกสลากกินรวบได้ และร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ในการรับชำระเงิน และจ่ายเงินรางวัลให้กับผู้ถูก
2
  • ทำให้การออกสลากกินรวบถูกกฎหมาย และธนาคารพาณิชย์ไปร่วมมือกับเจ้ามือหวยใต้กินในการให้บริการการโอนเงินแบบที่มีประสิทธิภาพให้
1
  • ปฏิเสธรายการธุรกรรมที่ผิดปกติ รวมไปถึงการรายงานธุรกรรมเหล่านี้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1
  • ระงับบัญชีที่มีธุรกรรมผิดปกติ จนกว่าเจ้าของบัญชีสามารถที่จะยืนยันได้ว่าธุรกรรมเหล่านั้นเป็นธุรกรรมที่ปกติ และถูกกฎหมาย
3
  • ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยก็อาจจะควรเปิดโอกาสให้ธนาคารพาณิชย์มีเงื่อนไขในการให้บริการได้ หากลูกค้าละเมิดเงื่อนไขเหล่านี้ ธนาคารพาณิชย์ก็ควรมีสิทธิ์ในการปฏิเสธ ระงับการให้บริการ หรือคิดค่าบริการพิเศษเพิ่มเติมได้
6
แต่การทำเหล่านี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากสถาบันการเงินทุกแห่ง ไม่เช่นนั้น ธุรกรรมเหล่านี้ก็คงย้ายไปใช้บริการจากธนาคารเจ้าที่ไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ และอาจจะพร้อมที่จะลงทุนขยายระบบ เพื่อให้ได้ลูกค้าเจ้าใหญ่นี้มาอยู่กับตน
1
ถ้าเป็นคุณล่ะครับ คุณจะตัดสินใจอย่างไร?
3
ที่มา:
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      “ชูวิทย์” แฉซ้ำ ตร.รีดเงินดาราสาวไต้หวันจริง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณี ดาราสาวไต้หวันอ้างถูกตำรวจตั้งด่านรีดไถเงิน ว่า ระเบิดลงนครบาล! เมื่อเย็นนี้ ผบช.น. ให้โฆษกฯ แถลงข่าวยืนยันว่า ตรวจสอบแล้ว ไม่มีตำรวจห้วยขวางเรียกรับผลประโยชน์
      แบรนด์ต้องรู้ โฆษณาด้วยตำแหน่ง Top Post ใครเห็นเป็นต้องคลิก ตำแหน่งโฆษณา Top Post เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดใน Blockdit เหมาะสำหรับแบรนด์ธุรกิจ ที่ต้องการผลักดัน แบรนด์คอนเทนต์, แบรนด์แคมเปญ, แคมเปญการตลาด หรือข่าวประชาสัมพันธ์ ให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้ Blockdit ได้เห็นอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
      JD CENTRAL ประกาศยุติกิจการในไทย มีผล 3 มีนาคมนี้ เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก JD CENTRAL แจ้งว่า แพลตฟอร์ม JD CENTRAL จะหยุดให้บริการ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 นี้เป็นต้นไป
      6 เหตุผลอธิบายง่ายๆ ทำไมหงส์แดงปีนี้ตกต่ำขนาดนั้น ลิเวอร์พูลอยู่ในช่วงขาลงที่สุดตั้งแต่เจอร์เก้น คล็อปป์เข้ามาคุมทีม ผ่านไป 19 นัด มี 29 แต้ม อยู่อันดับ 8 ของตาราง ในรอบ 7 ปีของคล็อปป์ ไม่เคยทำแต้มได้น้อยขนาดนี้ ในครึ่งฤดูกาลแรก
      ดูทั้งหมด