18 พ.ย. 2022 เวลา 00:00 • ไลฟ์สไตล์
ไม่มีใครขอ แต่เราใส่ใจ! ทำความเข้าใจสกิลความอยากรู้อยากเห็นให้มากขึ้น ทำไมเราต้องใส่ใจเรื่องของคนอื่น และทำอย่างไรเราถึงจะใช้ศาสตร์แห่งการเผือกได้อย่างพอดี จากความเห็นของบรรดาผู้เชี่ยวชาญ
“ความอยากรู้อยากเห็น” เป็นหนึ่งในสัญชาตญาณของมนุษย์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากว่าเราจะอยากรู้เรื่องราว ความเป็นไปของคนอื่น โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า และอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ทุกคนต่างเล่าเรื่องราวชีวิตของตนเองผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ล้วนผ่านสายตาของผู้อื่น โดยเฉพาะเมื่อคุณเป็นบุคคลสาธารณะด้วยแล้ว แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องเปิดเผยเรื่องราวที่ประชาชนอยากรู้
แล้วทำไมเราถึงต้องอยากรู้เรื่องชาวบ้านขนาดนั้น ?
แอนน์ แชปเปลล์ อาจารย์อาวุโสของมหาวิทยาลัยบรูเนลลอนดอน กล่าวว่า “ความอยากรู้อยากเห็นเป็นสิ่งมีแต่กำเนิดสำหรับสายพันธุ์ของพวกเรา เรื่องราวของพวกเราล้วนเกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเรื่องราวกับผู้อื่นอยู่เสมอ”
👀เราว่าง เราจึงใช้สัญชาตญาณของเรา
เมื่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนออกไปไหนไม่ได้ ยิ่งทำให้มนุษย์มีเวลาว่างมากยิ่งขึ้นในการให้ความสนใจกับชีวิตของผู้อื่น จากข้อมูลของ Ofcom หน่วยงานวอทช์ด็อกของสหราชอาณาจักร ระบุว่า ในช่วงปี 2563 ที่การแพร่ระบาดโควิด-19 ลุกลามไปทั่วโลก ผู้คนใช้เวลากว่า 1 ใน 4 ของวัน หมดไปกับการท่องโลกอินเทอร์เน็ต โดยกว่า 40% ของคนทั่วโลกใช้เวลากับโซเชียลมีเดียนานยิ่งขึ้น
“ความโดดเดี่ยวทางสังคมที่เพิ่มขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เราอยากรู้อยากเห็นและสนใจเรื่องราวชีวิตของผู้อื่นเพิ่มมากขึ้นโดยปริยาย” ซาบรินา โรมานอฟ นักจิตวิทยาคลินิกที่โรงพยาบาลลีน็อก ฮิลล์ ในมหานครนิวยอร์กกล่าว
ลอรา ทาร์บ็อก ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมและกลยุทธ์ของแบรนด์ที่ศึกษาการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ในโซเชียลมีเดีย กล่าวว่า “โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางให้เราได้เชื่อมต่อกับโลกภายนอก แม้ว่าตัวเราจะติดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม”
👀เราอยากรู้อยากเห็น จนตัดสินคนอื่น
ด้วยเหตุนี้ โซเชียลมีเดียจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรทัดฐานใหม่ทางสังคมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการตัดสินว่าใครผิดหรือถูก เมื่อคลิปหรือเหตุการณ์บางอย่างถูกโพสต์ผ่านโลกโซเชียล ซึ่งหลายครั้งก็เป็นการฟังความจริงเพียงด้านเดียว ทำให้ชาวเน็ตหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ กลับลำกันแทบไม่ทันก็มีให้เห็นหลายต่อหลายครั้ง
“เราต่างเฝ้าติดตามโซเชียลมีเดียทั้งแบบมีสติและไม่มีสติ เพื่อให้เข้าใจถึงกฎทางสังคมที่แปรผันไปแบบนาทีต่อนาที เราใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางการเรียนรู้ อะไรคือสิ่งที่ถูก อะไรคือสิ่งที่ผิด” ทาร์บ็อกกล่าว
“เราต่างใช้บุคคลอื่นเป็นข้อมูลเพื่อใช้ต่อยอดสำหรับการประเมินค่าและใช้วัดความสำเร็จของตนเอง เพราะเราเป็นสัตว์สังคม ที่ต้องพึ่งพาบุคคลอื่นในสังคมสำหรับการตัดสินต่าง ๆ ที่อ้างอิงหลักความสัมพันธ์” โรมานอฟระบุ
👀ความอยากรู้อยากเห็น ช่วยให้เราเข้าใจสังคม
แน่นอนว่า การอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่ ในสมัยศตวรรษที่ 19 เราเริ่มหน้าข่าวสังคมกระซิบกอสซิปในหนังสือพิมพ์ ถัดมาหน่อยมีหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ และนิตยสารแนวปาปารัสซี ก่อนหน้านี้ เรามีรายการเรียลลิตี้ติดตามชีวิตผู้เข้าแข่งขันตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนปัจจุบัน เรามีไอจีสตอรีส์ไว้ส่องและติดตามชีวิตผู้คนแบบนาทีต่อนาที
เพียงแต่ทุกวันนี้เราติดตามชีวิตคนอื่นได้ง่ายขึ้น มีมิติมากยิ่งขึ้นกว่าเมื่อหลายทศวรรษก่อน จากการเข้ามาของโซเชียลมีเดียที่แต่มีรูปแบบการเสพสื่อที่แตกต่างกันออกไป จนทำให้หลายครั้งข้อมูลที่มีอยู่นั้นมีจำนวนมากเกินไป
ขณะเดียวกัน ความอยากรู้อยากเห็นของคนเราไม่มีขีดจำกัด หลายครั้งที่เราทำตัวเป็นนักสืบจนบางทีก็ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น ผู้ถูกเฝ้ามองไม่ได้ยินยอม ซึ่งทั้งหมดอาจตามมาด้วยความการกระทำความผิดทางกฎหมาย หรือ ความผิดทางเพศด้วยซ้ำ โดยแชปเปลล์ เรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “ความหลงใหลที่น่าวิตก”
ฟังดูเหมือนการอยากรู้เรื่องชาวบ้านจะไม่มีประโยชน์ แต่ความจริงแล้วมันก็มีประโยชน์อยู่ เพราะช่วยทำให้ได้เรียนรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบโลก โดยที่บางครั้งไม่จำเป็นต้องไปประสบเหตุเอง แชปเปลล์ยกตัวอย่าง บันทึกของแอนน์ แฟรงค์ เด็กหญิงชาวยิวหนึ่งในเหยื่อของกองทัพนาซี ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของแฟรงค์ ตลอดจนสังคมรอบตัวของเธอที่หล่อหลอมให้กลายเป็นเธอ และแน่นอนรวมถึงความโหดร้ายของกองทัพนาซี
สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยให้เราประมวลผล ตกตะกอนความคิด สะท้อนออกมาเป็นมุมมองที่เรามีต่อสิ่งต่าง ๆ “เรื่องราวที่เราได้เรียนรู้มาจากประสบการณ์ของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราเห็นเอง ได้ยินมา ได้อ่านมา หรือแม้แต่มีส่วนร่วมด้วย ล้วนส่งผลต่อการสร้างความเข้าใจร่วมกันของเราที่มีต่อสังคม” แชปเปลล์กล่าว
เพราะเราเป็นสัตว์สังคมเราจึงอยากรู้อยากเห็น ดังนั้นเราต้องอยากรู้อยากเห็นให้รู้เท่าทัน เอาแต่พอดี อย่าเอาตัวเองลงไปจมปลักกับเรื่องชาวบ้านจนถอนตัวไม่ขึ้น จะได้มีแรงใช้สกิลที่มีติดตัวนี้ไปนาน ๆ
อ่านต่อ:
โฆษณา